Sleep Tight นอนหลับให้เป็นสุข

ชั่วโมงการนอนที่ยาวนาน ไม่ใช่การพักผ่อนที่ดีเสมอไปถ้าเรานอนหลับอย่างไร้สุข การนอนอย่างมีคุณภาพต่างหากเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ ยิ่งใครที่นอนไม่ค่อยหลับ ต้องคอยข่มตาลงด้วยแล้วนับเป็นเรื่องทรมานทีเดียว แอลมีเคล็ดลับแนะวิธีนอนหลับให้เป็นสุขสบายตลอดคืน
มีคนไม่น้อยทีเดียวที่ต้องเผชิญกับอาการนอนไม่หลับ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ตัวเองกำลังเป็นนั้นเข้าข่ายภาวะนอนไม่หลับ อาการของคนนอนไม่หลับมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่นอนหลับยาก แม้หัวถึงหมอนแล้วก็ตามแต่ตายังค้างหลับไม่ลงเสียที จึงได้แต่พลิกไปพลิกมา หรือหาอะไรทำก็แล้ว แต่พอปิดไฟและล้มตัวลงนอนใหม่ก็ยังไม่หลับอยู่ดี บางคนตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้ บางรายตื่นตอนเช้ามืดเกินไป แต่ให้นอนอีกก็ไม่ได้ ทำให้ตอนกลางวันมีอาการง่วงซึม ร่างกายอ่อนเพลียเพราะนอนไม่พอ คนที่นอนไม่หลับนอกจากส่งผลต่อสุขภาพที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ส่งผลถึงหน้าที่การงาน เช่น เผลอหลับในเวลางาน หรือง่วงเบลอจนทำงานผิดพลาด ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงตามมาได้ เช่น วูบหลับในขณะขับรถ เป็นต้น
ทำไมถึงนอนไม่หลับ
สาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับนั้นมีหลายอย่าง ยกตัวอย่างคนที่มีเรื่องให้ตื่นเต้นในวันรุ่งขึ้น พอจะเข้านอนก็ย่อมนอนไม่หลับ อย่างนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา หรือเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเช่น ย้ายบ้าน ย้ายงานใหม่ ก็อาจทำให้นอนไม่หลับไปอีก 2-3 วันหรือนอนไม่หลับช่วงสั้นๆ แต่หากนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนแสดงว่าเริ่มมีปัญหาแล้ว และถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ซึ่งจะส่งผลให้ภูมิต้านทานต่ำลงร่างกายอ่อนแอ ในขณะที่บางคนอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพ ร่างกายไม่สบายตัวทำให้นอนไม่หลับ หรือเป็นผลข้างเคียงจากยา เป็นต้น
อย่างไรก็ตามคนที่เผชิญภาวะนอนไม่หลับบ่อยๆมักมีสาเหตุจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือจิตใจฟุ้งซ่านห่วงหน้าพะวงหลัง นอกจากความกังวลต่างๆที่เป็นสาเหตุทางด้านจิตใจแล้ว ยังมีสาเหตุที่นึกไม่ถึงอีกนั่นคือ การใช้โทรศัพท์มือถือ ศาสตราจารย์เบนท์ อาร์เนตซ์ นักวิจัยชาวสวีเดนที่ศึกษาด้านความเครียดประจำมหาวิทยาลัยอัปซาลา กรุงสตอกโฮล์ม ออกมาเปิดเผยว่า การคุยโทรศัพท์มือถือก่อนเข้านอนจะส่งผลให้นอนหลับไม่เต็มอิ่ม โดยทีมนักวิจัยพบว่ารังสีจากโทรศัพท์มือถือทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ รวมถึงรวบรวมความคิดได้ยาก โดยในรายงานระบุว่าคนที่ได้รับคลื่นความถี่ 884 เมกะเฮิรตซ์ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดียวกับเวลาใช้โทรศัพท์มือถือจะส่งผลให้กลุ่มตัวอย่างมีอาการปวดศีรษะและใช้เวลานานกว่าจะหลับได้ รวมถึงหลับไม่สนิทด้วย เพราะฉะนั้นใครที่นอนไม่ค่อยหลับ ชอบคุยมือถือก่อนเข้านอนก็คงต้องระวังให้มากขึ้น
นอกเหนือจากนี้สาเหตุของการนอนไม่หลับยังเกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้อีกด้วย เช่น มีเสียงดังรบกวนตลอดเวลา อุณหภูมิในห้องนอนร้อนหรือเย็นเกินไป ที่นอนแข็งหรือนุ่มเกินไปทำให้นอนไม่สบาย บางครั้งอาจเกิดจากผลข้างเคียงของการใช้ยาบางตัว หรือในผู้หญิงบางคนอาจเกิดจากระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ กล่าวโดยสรุปก็คือ สาเหตุการนอนไม่หลับนั้นมาจากทั้งทางกาย ทางใจ และสิ่งแวดล้อม
หลับนานแค่ไหนจึงจะพอ
โดยเฉลี่ยแล้วคนเราต้องการเวลานอนราว 6-9 ชั่วโมง แต่ความต้องการนอนพักผ่อนของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน บางคนนอนเพียง 5 ชั่วโมงก็รู้สึกว่าเพียงพอแล้ว ในขณะที่บางคนต้องใช้เวลานอนไม่ต่ำกว่า 10-12 ชั่วโมงถึงจะรู้สึกว่านอนเต็มอิ่ม ดังนั้นคำตอบที่ว่าต้องใช้เวลานอนแค่ไหนถึงจะพอดีของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีพลังทำงานได้ตลอดวันหรือไม่ การนอนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเซลล์สมองของคนที่นอนไม่พอจะขาดพลังงานและมีของเสียคั่งค้างอยู่ ส่งผลให้สมองตื้อ ประสาททำงานช้า มีอาการเบลอ หลงๆลืมๆ และสมาธิไม่ดี นอกจากนี้ช่วงเวลาเข้านอนยังสำคัญไม่แพ้กันเพราะเวลาที่ร่างกายกำลังหลับสนิทจะมีการหลั่งฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ซึ่งจะช่วยซ่อมสร้างและฟื้นฟูร่างกายตลอดจนระบบฮอร์โมนต่างๆให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมาในช่วงสี่ทุ่มถึงตีสอง■
:: Read more from ELLE Magazine - April 2011 ::