HOW TO DYE YOUR HAIR PASTEL
Type To Search
FOLLOW
2 Aug 2017
HOW TO DYE YOUR HAIR PASTEL
ชวนสาวแอลทำผมสีพาสเทล อีกหนึ่งแฮร์เทรนด์ที่บิวตี้บล็อกเกอร์กำลังชื่นชอบ
Padhayanut Pothichapan
Deputy Digital Editor

สนุกกว่าเมกอัพก็ทำสีผมยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นก่อนเข้าสู่ช่วง Fall/Winter 2017 อย่างเป็นทางการ สาวแอลควรเตรียมตัวให้พร้อม ชวนมาอุ่นเครื่องกับแฮร์เทรนด์ที่บิวตี้บล็อกเกอร์หลายคนกำลังอิน รวมถึงรันเวย์จากแบรนด์ต่างๆ ที่ยังคงหยิบสีสันเปรี้ยวซ่ามาเล่นต่อเนื่องจากครั้งก่อนๆ แต่ขอเน้นที่โทนพาสเทลอย่างสีชมพูโรซ สีเขียวมิ้นต์ สีส้มพีช สีฟ้าเบบี้บลู และสีม่วงไลแลค เฉดสีทั้งหมดที่กล่าวมา นอกจากจะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้าแล้วยังอัพฟีลลิ่งให้รู้สึกเฟรชขึ้นด้วย ถึงแม้อากาศรอบด้านจะค่อนข้างอึมครึม แต่นาทีนี้คงต้องปล่อยให้ฟ้าฝนหม่นหมองไปเถอะ ทำตัวเองให้สดใสจะดีกว่า

STEP 1 – FIND YOUR HUE

นฤมล สิทธิมงคล Hair Educator Manager จาก Joico ประเทศไทย แนะนำเกี่ยวกับเทรนด์ผมสีพาสเทลไว้ว่า “ถ้าคุณมีผิวสีเข้มต้องพยายามเลี่ยงทำผมสีม่วง สีฟ้า สีเขียว ให้เลือกเป็นสีชมพูหรือสีส้ม ผิวถึงจะดูสุขภาพดี มีเลือดฝาด ไม่ดรอป มีออร่าสดใสกว่าเดิม ส่วนใครที่มีผิวขาวเหลืองหรือผิวสองสี จะได้เปรียบกว่าคนอื่นหน่อยเพราะทำได้ทั้งโทนเย็นและโทนร้อน เช่นเดียวกับคนผิวขาวอมชมพูที่สามารถทำตามเทรนด์ได้ทั้งหมด โดยให้เลือกความสว่างในระดับ 6,7,8 ประมาณนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์กำลังดี ไม่ตัดกับผิวเกินไปจนดูหลอกตาเหมือนใส่วิก สามารแต่งตัวแบบไหนก็เข้ากัน ถ้าอยากแต่งให้เปรี้ยวก็โดดเด่นน่าสนใจ หรือวันไหนอยากแต่งแบบเรียบๆก็เก๋ไม่แพ้กัน”

STEP 2 – APPLY YOUR PASTEL

ก่อนอื่นต้องจัดการฟอกสีผมให้อ่อนลง เพื่อให้สีสันโดดเด่นตามความต้องการ แต่จะพอใจมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมเดิมของแต่ละคนด้วย สำหรับขั้นตอนถัดไป ครั้งนี้เราลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ Joico ในคอลเล็กชั่นล่าสุด Color Intensity Confetti ซึ่งเป็นครีมเปลี่ยนสีผมแบบกึ่งถาวรที่เพิ่งออกเฉดใหม่มาทั้งหมด  5 สีด้วยกัน มีครบในแพนโทนสีพาสเทล ไล่ตั้งแต่ Mint, Sky, Lilac, Rose และ Peach เหมาะกับผมที่ผ่านการฟอกมาจนถึงระดับ 10 หรือสว่างสูงสุดเท่านั้น มาพร้อม Pastel Extended Technology เทคโนโลยีที่จะช่วยรักษาสีผมให้ติดทนนานได้ถึง 10 แชมพู สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งดีเวลลอปเปอร์ จะใช้เดี่ยวๆ หรือผสมกับสีอื่นก็ได้ ใช้ได้ทั้งกับการลงสีทั่วไปหรือใช้กับเทคนิคอื่นๆ บีบจากหลอด ลงสีทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วย Joico K-Pak Color Therapy Shampoo & Conditioner ตามด้วย Joico K-Pak Intense Hydrator ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดหลังจากทำเสร็จแล้ว สังเกตว่าผมไม่แห้งสาหัสอย่างที่กังวล พิกเม้นต์สีสดชัด ฟินิชชิ่งเงางาม ดูสุขภาพดี สัมผัสด้วยมือก็รู้สึกว่านุ่มจริง ไม่ได้คิดไปเอง

STEP 3 – MAINTENANCE YOUR HAIR

สำหรับการดูแลรักษาผมที่บ้าน แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมฟอกและทำสีโดยเฉพาะ เพื่อช่วยล็อคสีผมให้สดชัดต่อเนื่องและอัพความไชน์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมหลังทำสี และปกป้องผมจากการถูกทำลายระหว่างสไตลิ่งด้วย ผมจะได้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นทุกครั้งหลังสระ

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://i1.wp.com/www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2017/06/pastel-hair-2.jpg?fit=690%2C368