Will You Be my Valentine?
Type To Search
FOLLOW
11 Feb 2018
Will You Be my Valentine?
ทำความรู้จักกับ Art School แบรนด์ที่มาแรงเพราะความรัก
KATIE MONSTER

เดือนกว่าเกือบสองเดือนที่ต้องเดินทางทำงานไม่มีเวลาได้หยุดพักหายใจ เอนหลังนั่งอยู่หน้าแป้นพิมพ์จนเกือบลืมไปแล้วว่าจะเริ่มเขียนเรื่องอะไรยังไงดี วันนี้ฝนตกพรำๆ เลยหยิบไอแพดไปนั่งดูผู้คนเดินไปเดินมาในย่านโปรด มองเห็นหนุ่มสาวแต่งตัวสวยแบบไม่มีกฏกติกาก็ดูเพลินตาดี คิดถึงตอนเราเป็นเด็กอายุน้อยกว่านี้ ที่เราเคยนึกอยากใส่อะไรก็ใส่ เอานั้นนู่นนี่มาแมตช์ ดีบ้างแปลกบ้างตลกบ้าง แต่ก็กลายเป็นเสน่ห์ในการแต่งตัว นั่งเหม่อคิดอะไรเพลินๆก็มองไปเห็นด้านหลังของหนุ่มสาวคู่นึง ที่ผู้ชายดูท่าทางหวานๆ เจี๊ยบๆ กรุบๆ แต่งตัวกล้าใช้สี กำลังหยอกแฟนสาวที่แต่งตัวเปรี้ยวก๋ากั่นสะดุดตา ดูเผินๆก็ว่าเธอรูปร่างกำยำไม่น้อยหน้าแฟนหนุ่มของเธอ

รีบดึงจิตที่เหม่อไปไกลกลับมา ขุ่นพระ นั่นลูกสาว หนุ่มน้อยท่าทางหวานกับแฟนสุดเปรี้ยว คือดีไซเนอร์ Eden Loweth และ Tom Barratt ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ Art School แบรนด์น้องใหม่มาแรงแห่งปีที่คอนเซ็ปต์พูดถึงการรวมกันเป็นหนึ่งของเพศทั้งหญิงและชาย นั่งมองสองหนุ่มหยอกล้อกันก็ได้แต่อมยิ้ม ไม่ค่ะ เราไม่ได้จะมาคุยกันถึงเรื่อง Genderless มันโบราณเกินไป เพราะโลกยุคใหม่เค้าไม่มีเส้นแบ่งอะไรแบบนั้นกันมานานแล้ว แต่ ความรักของ เธอ และ เธอ หรือ เขา และเขา ที่ต่อยอดกลายมาเป็นงานดีไซน์ต่างหากที่น่าสนใจ เรามาทำความรู้จัก Art School กันให้มากขึ้นดีกว่า

Eden Loweth และ Tom Barratt

เมื่อต้นปีก่อนที่แฟชั่นโชว์ของ Fashion East เคธี่ให้ความสนใจกับโชว์ของดีไซเนอร์น้องใหม่อย่าง Art School เป็นพิเศษ หนึ่งเพราะติดตามสองหนุ่มคู่รักวัยเรียนที่ตกหลุมรักกันในงานปาร์ตี้จนหันมาเอาดีทางธุรกิจด้วยกัน ส่วนตัวเป็นคนชอบเรื่องรักๆใคร่ๆอยู่แล้ว และมองว่าความรักในวัยเรียนเป็นสิ่งสวยงาม สองคือทำไมแม่บุญธรรมแห่งวงการแฟชั่น อย่าง LuLu Kennedy ถึงเลือกเอา แบรนด์ Art School มาร่วมเป็นหนึ่งในโชว์ ของ Fashion East และสาม คือเพื่อนรุ่นน้องของเคธี่ Theo Adams เป็นคน Choreograph โชว์นี้ ตอนนั้นพอได้ยินชื่อ Theo ก็ถึงกับหูกระดิก เพราะ เห็น Theo มาตั้งแต่นางเป็นเด็กอายุ 15 ยังเรียน College อยู่เลย Theo จะแต่งตัว ไปทำ Performance Art ตามคลับต่างๆ จนได้รับคำชมจากสื่อมากมาย แต่จู่ๆก็ ออกจากโรงเรียนกลางคัน เพราะชื่อเสียงที่ถาโถมตอนนั้น ด้วยความที่เราเป็นสาวเอเชียเรื่องการศึกษาย่อมสำคัญ เคธี่จึงงงๆกับการตัดสินใจของนาง แต่วันนี้ 10 กว่าปีผ่านไป Theo พิสูจน์ให้โลกเห็น ว่า Performance Art มีความสำคัญและการที่เราชอบอะไรสักอย่างแล้วเอาดีทางนั้นอย่างจริงจังคุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะนาทีนี้วงการศิลปะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ Theo

เมื่อมาถึงโชว์ ของ Art School สองดีไซเนอร์และ Theo จึงครีเอตโชว์ที่แสดงออกถึงอิสระเสรีและตัวตนของคนแต่ละบุคคล การปลดปล่อยพลังของวัยหนุ่มสาว ไม่สิพลังของความไร้ขีดจำกัดทางเพศสภาพ ถ้าถามความเห็นส่วนตัวถึงเสื้อผ้า ก็จะตอบตามจริงว่าไม่ได้สวยตะลึงงึงงัน แต่การตีโจทย์การตีความแฟชั่นของสองดีไซเนอร์ มุมมองที่ทั้งสองคน มีต่อเสื้อผ้า มันช่างแตกต่าง มันช่างใหม่ เสื้อผ้าจริงๆก็คือเครื่องห่อหุ้มร่างกายอย่างหนึ่ง แต่การที่คนแต่ละบุคคลหยิบจับมันและสะท้อนความเป็นคนคนนั้นต่างหากที่สำคัญ นี่เคธี่ตีความเองจาก Performance Art ที่ Theo พยายามจะนำเสนอ ความลุ่มลึกทางความคิดทำให้สองดีไซเนอร์แจ้งเกิดในชั่วข้ามคืน

เสื้อผ้าดีไซน์งงๆ แต่ความหมายเปรี้ยวเข็ดฟันถูกรุมจากเหล่าบายเออร์ ประเดิมเจ้าแรก ด้วยห้างใหญ่ ระดับโลก อย่าง Selfridges ตามมาด้วย Machine A และ ห้างร้านตามหัวเมืองแถบ Scandinavian ขายได้ไม่ได้ไม่รู้ละ แต่เราจะสนับสนุนนี่คือเหตุผลที่น่าชื่นชมอย่างนึงของฝรั่งที่บางครั้งก็ต้องมองเรื่องธุรกิจเป็นเรื่องรองแต่ผลักดันความคิดของคนรุ่นใหม่เพราะถ้าไม่มีห้างร้านไหนซื้อดีไซเนอร์รุ่นใหม่ก็คงไม่มีโอกาสได้เกิด

จนมาถึงเมื่อกลางปี เราคิดว่านางจะหายไปเหมือนดีไซเนอร์หน้าใหม่อารมณ์ Conceptual ก่อนๆ เปล่าเลย ค่ะ นางกลับมาพร้อมโชว์ที่ดูมีสีสันสดสดใสมากขึ้น กับการลด Perfomance Art แต่เพิ่มดีกรี เสื้อผ้า และแฟชั่น เข้าไป ผลลัพธ์คือเสื้อผ้าที่ดูใส่ได้จริง ตุ้มหูเพชร รูปทรงแปลกตาที่ถ้าให้เดา น่าจะมาจากรูปทรงอวัยวะเพศชายที่มาดัดแปลงให้รูปแบบเพี้ยนไป เสื้อรัดรูปแบบ Spice Girls ประดับคริสตัล ที่มารู้ตอนเห็นบนห้างว่าราคาหลักแสน ชุดกระโปรงผ้า Tulle ยาว ที่อยู่บนรันเวย์ก็มองไม่ออกว่าจะใส่ยังไง แต่อ่อนางเอามามิกซ์กับยีนส์ เสื้อยืด แอร้ยยย! ก็ใส่ได้จริงนี่นา ปิดโชว์ด้วย เหล่านางแบบ นายแบบ Real Way ที่เป็นเพื่อนในชิวิตจริงเดินแบบเรียงหน้ามาพร้อมดีไซเนอร์ด้วยเพลงสนุกๆเหมือนจะบอกว่าโลกนี้มันก็วุ่นวายพอแล้วจะมานั่งปวดหัวนุ่นนี่ทำไมอยากทำอะไรก็ทำเถอะอยากแต่งหญิงอยากเบี้ยนก็ลุกขึ้นมาแต่งอยากเป็นอะไรก็เป็นไม่ต้องแคร์สังคมไม่ต้องยึดติดกับบรรทัดฐานอะไรทั้งสิ้นชอบอ่ะยิ่งดูยิ่งชอบ

 

จนล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วกับโชว์ล่าสุดสำหรับเคธี่ ที่ติดตาม Art School มาแต่แรก ก็บอกเลยว่า สองดีไซเนอร์มีการทำการบ้านในการตีโจทย์ คอนเซ็ปท์เสื้อผ้าของตัวเอง ถึงแม้จะมีกลิ่นอาย 90s และ ปี 2000 ซึ่งเป็นเทรนด์ อย่างปฏิเสธไม่ได้ และถึงแม้เพลานี้หลายๆแบรนด์ก็ใช้นางแบบนายแบบที่เป็นคนธรรมดาจริงๆก็ไม่เห็นจะแปลก แต่ Art School เลือกที่จะใช้เพื่อนของพวกเค้า สร้างเรื่องราวแบบคนในชีวิตจริงที่ไม่เคยมีตัวตนในสังคม ไม่มีบทบาท ไม่สวย ไม่เด่น ในสายตาคนหมู่มาก แถมบางคนยังอาจมีบางอย่างที่อาจไม่ได้เป็นแบบอย่างหรือแนวทางที่สังคมต้องการ มาผูกโยงกับเสื้อผ้า พร้อมใช้สื่อโซเชียลที่ตอนนี้ทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสำคัญมาก พร้อม แทกชื่อไอจีนายแบบ นางแบบแต่ละคนลงในอินสตาแกรม คุณจะเป็นใครก็ได้ จะทำงานอะไรก็ได้ อายุเท่าไหร่ก็ได้ คุณก็มีที่ยืน มีบทบาท ในโลกของ Art School เราแอบเห็น นางแบบคนพิเศษสาวสวยเอดิเตอร์ British Vogue อย่าง Julia Hobbs ตัวเล็กเดินปะปน แต่งหน้า เป็น Drag Queen แนบเนียนเห็นแล้วก็แอบอมยิ้มในใจว่าเอาคนดังคนสวยมาทำให้เป็นคนธรรมดา มันคือการตีโจทย์ ที่ต้องปรบมือรัวๆให้จริงๆ

เรานั่งมองสองดีไซเนอร์เดินลับสายตา ปิดไอแพด แล้วนึกขึ้นมาถึงสัมภาษณ์ของทั้งสอง มีครั้งนึงกับคำถามนึงที่มันช่างกินใจ มีคนถามว่า อะไรคือความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง คำตอบคือ We are together together together always with each other. คือเราอยู่ด้วยกันด้วยกันด้วยกันด้วยกัน ตลอดเวลา เป็นคำตอบแบบเด็กๆ ความรักแบบเด็กๆ ที่ไม่ปรุงแต่ง ไม่ใส่สี ไม่ใส่ผงชูรส ชั้นไม่รู้แหละว่าความรักเป็นยังไงแต่ชั้นอยากอยู่กับเธอ

คนบางคนทั้งชีวิตดิ้นรนไขว่คว้าหาความรัก บางคนเจอแล้วก็ผิดหวัง บางคนอาจโชคดีสมหวัง เคธี่ก็ไม่รู้หรอกว่า สองดีไซเนอร์จะรักกันแบบนี้ทำงานด้วยกันแบบนี้ไป อีกนานแค่ไหน แต่วันนี้ไม่ใช่เพราะความรักเหรอที่ทำให้คนสองคนซึ่งมีความคิดและอุดมการณ์คล้ายกันแบ่งปันกัน เติมเต็มไอเดียให้แก่กัน จนเกิดเป็น Art School อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้น สำหรับ Art School เสื้อสวยอาจจะเป็นเรื่องรอง แต่สิ่งที่น่าจับตาคือการพัฒนาความคิดมาปรับใช้ในงานดีไซน์ต่างหากคือจุดแข็งที่น่าจับตามอง พูดถึงความรักอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแห่งความรัก คุณเคยคิดมั้ยว่าคุณอยากใช้เวลากับคนรักกับความรักให้เกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหน เพราะความรักไม่ได้มีไว้แค่พ่อแง่แม่งอนนะเคอะ แต่ความรักคือแรงผลักดันให้คุณทำในสิ่งดีดีต่างหาก Happy Valentine’s Day

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
http://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2018/02/willyoubemyfront.png