สัมผัสตัวตนของ Louis Vuitton ผ่านนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ Time Capsule Exhibition Bangkok
Type To Search
FOLLOW
6 Sep 2017
สัมผัสตัวตนของ Louis Vuitton ผ่านนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ Time Capsule Exhibition Bangkok
ไม่ได้ไปชมแล้วจะเสียดาย แอลยืนยัน
Sophana Tanmanatragul
Digital Editor

เมื่อเราทราบข่าวว่านิทรรศการ Louis Vuitton Time Capsule กำลังจะเดินทางมาที่กรุงเทพให้ได้ชมกันแบบฟรีๆ เราก็ได้แต่นับวันรอ เพราะนี่คือครั้งแรกที่แบรนด์แฟชั่นระดับโลกทุ่มเทเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสถึงตัวตนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของ Louis Vuitton พร้อมด้วยการก้าวไปสู่อนาคตด้วยกัน แอลมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมและเก็บภาพมาฝากแฟนๆ ก่อนที่ Louis Vuitton Time Capsule จะเผยโฉมต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กันยายน 2560 นี้ ณ ลาน พาร์ค พารากอน

ไทม์ แคปซูล คือกระสวยเวลาที่อัดแน่นไปด้วยความเป็นมาของแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจนอย่าง Louis Vuitton โดยรวบรวมเอาผลิตภัณฑ์ และเอกสารในอดีตจากหอจดหมายเหตุของแบรนด์ ที่บางชิ้นมีอายุมากกว่า 160 ปี! มาจัดแสดงให้เราได้ชมเคียงคู่กับผลงานในยุคปัจจุบัน บ่งบอกถึงความโดดเด่นของแบรนด์ที่มีมาช้านาน ความใส่ใจในรายละเอียด และหลากหลายความพิเศษที่ทำให้หลุยส์ วิตตอง ยืนหยัดมาได้ตั้งแต่ปี 1854 จนถึงวันนี้

Louis Vuitton Time Capsule Exhibition นั้น แบ่งการจัดวางเป็น 8 ห้อง ซึ่งเราจะขออาสาพาคุณไปชมทีละห้อง เพื่อซึมซับประสบการณ์นี้ไปด้วยกัน

ห้องช่างฝีมือชั้นเอก

เมื่อเราก้าวเข้าไปสู่ไทม์ แคปซูลนี้ สิ่งแรกที่เราได้เห็นคือช่างศิลป์ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่คนทั่วโลกใฝ่หา สาธิตการทำกระเป๋ารุ่น Petite Malle ด้วยความประณีตบรรจง เราได้พูดคุยกับคุณ Serge ช่างฝีมือจากเวิร์กช็อปของหลุยส์ วิตตองในเมือง Asnières เขาร่วมงานกับแบรนด์มาเป็นเวลา 34 ปีแล้ว และมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์กระเป๋าและเครื่องหนังที่จะกลายเป็นมรดกในครอบครัวของคนทั่วโลก

อัตลักษณ์แห่งหลุยส์ วิตตอง

ในห้องที่สองของนิทรรศการไทม์ แคปซูล เราได้พบกับตัวตนของหลุยส์ วิตตอง ที่เด่นชัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นลายที่เคยใช้ตั้งแต่เมื่อ 100 ปีก่อนที่ยังคงมีอิทธิพลในการดีไซน์แต่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้าสมัย หรือแม้แต่สายรัดเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางรุ่นแรกๆ ก็ยังคงมีให้เห็นในรองเท้าและเข็มขัดรุ่นใหม่ๆ ลวดลายที่ใช้ ตลอดจนคอนเซปต์ของกระเป๋าแต่ละใบเป็นสิ่งที่หลุยส์ วิตตองให้ความสำคัญด้วยความตั้งใจ

ตำนานแห่งการเดินทางทั่วโลก

เป็นที่ทราบกันดีว่าหลุยส์ วิตตองนั้นถือกำเนิดมาจากการทำกระเป๋าเดินทาง แต่ในห้องนี้ เราได้รู้ถึงที่มาที่ไปในการออกแบบกระเป๋าสำหรับการเดินทางหลายๆประเภท ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยเรือ การเดินทางโดยรถไฟ ที่มีกระเป๋าและหีบเดินทางต่างกัน จนถึงยุคของการเดินทางโดยรถยนต์หรือเครื่องบินเราก็ยังคงเห็นผู้คนเลือกใช้หลุยส์ วิตตอง คงเป็นเพราะการไม่หยุดนิ่งและคอยค้นคว้าความต้องการใหม่ๆ ทำให้กระเป๋าเดินทางมีน้ำหนักที่เป๋าลง ใช้งานง่าย เหมาะกับทุกเส้นทางที่คุณอยากไป

ความใส่ใจในรายละเอียดยามเดินทางที่เหนือกว่า

ถ้าเราจะบอกว่าหลุยส์ วิตตองเป็นกระเป๋าคู่กายของนักเดินทางที่มองหาความใส่ใจในรายละเอียดแบบเหนือกว่า ก็คงไม่ผิด เพราะในห้องนี้เราได้เห็นผลงานสั่งทำสุดพิเศษเพื่อนักเดินทางคนพิเศษ เพื่อการบรรจุรักษาสิ่งของอย่างพอดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใส่เครื่องประดับ กระเป๋าเก็บอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีชงชา หีบบรรจุซิการ์ขนาดย่อมที่หลุยส์ วิตตอง ออกแบบและบรรจงสร้างสรรค์เพื่อความต้องการของแต่ละบุคคล

หลุยส์ วิตตองและศิลปะ

ในห้องนี้ได้แสดงให้เราเห็นถึงทัศนคติที่รักในการร่วมมือระหว่างหลุยส์ วิตตองและศิลปิน สถาปนิก และนักออกแบบในหลากยุคหลายสมัย ผ่านชิ้นกระเป๋าเดินทางที่มีความพิเศษด้วยลวดลายที่ศิลปินระดับโลกได้รับเชิญมาแต่งแต้ม ไม่ว่าจะเป็นลายจุดซิกเนเจอร์ของ Yayoi Kusama หรือลายกราฟฟิตี้จาก Stephen Sprouse ความน่ารักและสีสันจาก Takashi Murakami หรือแม้กระทั่งคอลเล็กชั่นการร่วมมือกับศิลปินคนล่าสุด Jeff Koons ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบอีกสองใบ นั่นคือการที่หลุยส์ วิตตองร่วมงานกับดีไซเนอร์แบรนด์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Azzedine Alaïa และ Manolo Blahnik

หลุยส์ วิตตองและประเทศไทย

นิทรรศการใหญ่มาเยือนประเทศไทยทั้งที งานนี้หลุยส์วิตตองจัดห้องพิเศษที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหลุยส์ วิตตองและประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่ปิแอร์ บาลแมงสั่งทำให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 หรือหีบพิเศษทรงออกแบบจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

อัศจรรย์แห่งหีบเดินทาง

ในห้องนี้ เราสะดุดตากับการสื่ออดีตจนถึงปัจจุบันผ่านไอเท็มที่เป็นต้นกำเนิดของหลุยส์ วิตตองอย่างหีบเดินทางใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง คอยสะท้อนความเป็นมาและความเป็นไปของแบรนด์ รับรองเลยว่าใครที่มีโอกาสได้มาเยี่ยมชมจะต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปในห้องนี้แน่ๆ

ของที่ระลึกในการเดินทางจากกับหลุยส์ วิตตอง

แน่นอนว่าทุกการเดินทางจะต้องมีของทีระลึก ห้องนี้น่ารักสุดๆด้วยโปสการ์ดและสติกเกอร์ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งทุกคนที่ร่วมเดินทางไปใน Louis Vuitton Time Capsule Exhibition ก็สามารถเป็นเจ้าของได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เล่ามาขนาดนี้แล้ว ขอขีดเส้นใต้เลยว่านี่เป็นนิทรรศการที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สามารถเข้าชม Louis Vuitton Time Capsule Exhibition Bangkok ได้ตั้งแต่วันที่ 7-25 กันยายน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 10.00-20.00 น. และพบกับรอบพิเศษที่แอลจัดไว้ให้ผู้อ่านแอลโดยเฉพาะในวันที่ 14 กันยายนนี้

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://i2.wp.com/www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2017/09/timecapsuletempfront.jpg?fit=690%2C368