Type To Search
FOLLOW
18 Jul 2017
ROMAN’S ROMANCE WITH GIAMBATTISTA VALLI
ความผูกพันของดีไซเนอร์โอต์กูตูร์ กับบ้านเกิดของเขา “โรม”
Sophana Tanmanatragul
Digital Editor

Rome มหานครที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศอิตาลี เพียงแค่ก้าวเท้าสู่เมืองนี้ ก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ในอารมณ์ สถาปัตยกรรมอันสวยงามสื่อถึงอารยธรรมที่รวมเอาเรื่องราวของศาสนา การสร้างชาติ และความงามของศิลปะที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนอิตาลี ไม่เว้นแม้แต่แฟชั่น หลากหลายแบรนด์อิตาลีมีต้นกำเนิดมาจากกรุงโรม ไม่ว่าจะเป็น Fendi, Bulgari, Valentino และอีกหนึ่งแบรนด์ที่ถึงแม้จะไม่ได้ปักหมุดเริ่มต้นที่โรม แต่ดีไซเนอร์ก็เติบโตที่นี่อย่าง Giambattista Valli กับความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับกรุงโรม ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ของเขาเช่นกัน

ในงาน Altaroma Spring/Summer 2018 ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของดิจิทัลแอลไปร่วมงานนี้ และสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง คือการที่ Altaroma เชื้อเชิญ Giambattista Valli มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวของเขาและกรุงโรม ก่อนที่เขาจะมาเป็นดีไซเนอร์ Haute Couture ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันในช่วงที่มีชื่อว่า Roman’s Romance โดยการพูดคุยครั้งนี้มี Dan Thawley บรรณาธิการนิตยสาร  A Magazine Curated By เป็นผู้ดำเนินรายการ เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมที่ทำให้เราได้รู้จักมุมมองของเขามากขึ้น

Women is his obsession

Diane Kruger ดาราสาวที่เป็นมิวส์ของ Giambattista Valli

ในช่วงแรกของการพูดคุย Giambattista Valli เปิดภาพยนตร์สั้นที่เขารวบรวมแรงบันดาลใจในการทำงานของเขาเอาไว้ โจทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการเป็นดีไซเนอร์ของเขาคือ “ผู้หญิง” ช่วงเวลาในการสวมใส่เสื้อผ้าของพวกเธอ เป็นช่วงเวลาอันละเอียดอ่อนที่เขารู้สึกหลงใหลและต้องการเติมเต็มความรู้สึกของพวกเธอให้สมบูรณ์แบบ

ชุดนี้ของ Giambattista Valli ที่ Rihanna เลือกใส่ไปงาน Grammy Awards 2015

Life in Rome

Silvia Venturini Fendi ประธาน Altaroma และคนแรกๆ ที่ Giambattista ร่วมงานด้วยในเส้นทางแฟชั่น

“Rome was THE place, the meeting point of creativity” นี่คือประโยคที่ Giambattista Valli กล่าวถึงกรุงโรม บ้านเกิดของเขา Giambattista หลงใหลและสนใจศิลปะ จะมีที่ใดในโลกที่เอื้อต่อความสนใจของเขาได้มากกว่าที่นี่ “ทุกมุมที่มอง ทุกถนนในโรมที่เดินไป ผมพบกับความยิ่งใหญ่ในสถาปัตยกรรม ความสวยงามที่ชวนให้คนทั้งโลกมาเยือน” และในขณะที่เขาอยู่ที่นี่ เขาได้ร่วมงานกับยักษ์ใหญ่แห่งแฟชั่นจากโรมอย่าง Fendi เป็นเวลาถึง 5 ปี ก่อนจะย้ายไปทำงานกับ Krizia อีกหนึ่งแบรนด์อิตาลีที่โด่งดังในยุค 90

“แต่ความยิ่งใหญ่ของโรมก็เป็นเหมือนกับดักนะ ผมว่าผมต้องหนี” เขาทิ้งช่วงให้เราคิด

From Rome to Paris

และในปี 1997 Giambattista Valli ก็เดินทางข้ามประเทศไปปักหลักอยู่ในปารีส อีกเมืองที่เขาหลงรักตั้งแต่สมัยวัยรุ่น โดยครั้งนี้เขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมดีไซน์ของ Emmanuel Ungaro และทำงานเคียงข้าง Ungaro อยู่ถึง 4 ปี ก่อนที่จะเป็นหัวหอกของแบรนด์เสื้อผ้าพร้อมใส่ Ungaro Fever จนถึงปี 2005 ที่เขาวางทางเดินชีวิตของตัวเองด้วยการเริ่มต้นแบรนด์ของเขาชื่อว่า Giambattista Valli ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้

An Italian in Haute Couture world

ซิกเนเจอร์ของ Giambattista คือการเลือกผ้า Tulle มาใช้ในแบบชวนฝัน

โลกของอาภรณ์ชั้นสูง ไม่ได้เปิดกว้างอย่างที่ทุกคนคงจะเดาออก ยิ่งสำหรับคนอิตาเลียนอย่าง Giambattista แล้ว เขาต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างมากก่อนที่โลกกูตูร์จะอ้าแขนรับเขา ด้วยความแน่วแน่ในวิสัยทัศน์ที่จะสร้างสรรค์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ที่ทำให้พวกเธอรู้สึกพิเศษเมื่อสวมใส่ ความหลงใหลในศิลปะและการผสานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่น บวกกับแรงสนับสนุนจากผู้หญิงที่ชื่นชอบเสื้อผ้าอันแสนสวยงามของเขา Giambattista Valli ก็ค่อยๆ เป็นที่ยอมรับในโลก Haute Couture จนเป็นที่รู้จักและยอมรับ

“ผมหลับตาและดึงตัวเองกลับมาที่โรมอยู่บ่อยๆ” เขากล่าว “ใช่ครับ ผมดึงเอาความยิ่งใหญ่ของเมืองนี้ ไปจนถึงรายละเอียดยิบย่อย มาเป็นแรงบันดาลใจในชุดที่ผมออกแบบ เมื่อเราก้าวออกจากโรมและมองเข้ามา เราเห็นความเป็นไปได้ที่ไม่รู้จบ ผมเคารพทุกๆห้องเสื้อ ที่ถือกำเนิดที่นี่ ทั้ง Valentino และ Fendi ที่ผมเคยร่วมงาน ถ้าไม่มีโรม ก็ไม่มีผม”

To the Future of Fashion

ในช่วงท้ายของการสนทนา มีนักเรียนแฟชั่นถาม Giambattista ถึงคำแนะนำสำหรับคนที่อยากจะโลดแล่นในวงการแฟชั่น “ก่อนอื่นเลย คุณต้องลืมคำว่าวงการแฟชั่น ลบออกไปจากสมอง คำนั้นเป็นกรอบล้อมความคิดให้คุณทำอะไรในแบบที่เดาได้” เขาแสดงความเห็นอย่างท้าทาย “คุณต้องกลั่นทุกอย่างออกมาจากความชอบ ความรัก ความหลงใหล จริงอยู่ที่คุณเลือกแฟชั่นเป็นการแสดงออก แต่ภาพของคุณต้องชัดเจน โฟกัส และมุ่งไปที่จุดหมาย อย่าให้มีภาพลวงตาใดๆ มาชะลอความเร็วบนเส้นทางนี้”

วันนี้ในวัย 51 Giambattista Valli ประสบความสำเร็จในฐานะดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ชุดในฝันของผู้หญิงทั่วโลก หลายๆคน เลือกเขาเป็นผู้สร้างสรรค์ชุดที่สำคัญที่สุดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงาน หรือชุดที่จะพาพวกเธอไปรับรางวัลสำคัญ นั่นคงเป็นเพราะเขาคนนี้เข้าใจ และรักในความเป็นผู้หญิง โดยพร้อมที่จะหยิบศิลปะและความงดงามที่สั่งสมมาจากทุกช่วงชีวิตมาประดับไว้บนอาภรณ์ที่เขาสร้างสรรค์ ​Brava Giambattista! และขอขอบคุณ Altaroma ที่ทำให้เรารู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้น

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://i0.wp.com/www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2017/07/GBVromafront.jpg?fit=690%2C368