Type To Search
FOLLOW
19 Jun 2017
ALL THINGS JINGJING YU
เส้นทางการโลดแล่นของนางแบบไทยในเวทีแฟชั่นระดับอินเตอร์
Sophana Tanmanatragul
Digital Editor

เมื่อเอ่ยถึงชื่อ JingJing Yu อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง แต่สำหรับวงการแฟชั่นบ้านเรา เธอคือนางแบบที่เปิดตัวจากการประกวด Thai Supermodel 2012 และโลดแล่นอยู่บนรันเวย์และหน้านิตยสารได้อย่างสวยงาม ด้วยลุคแบบสาวเอเชียที่พร้อมรับการเปลี่ยนสไตล์ได้แบบไม่จำกัด เธอจึงเป็นที่ต้องการของดีไซเนอร์และนิตยสารแฟชั่น จนเมื่อเธอโกอินเตอร์ไปประจำที่เกาหลี ภายในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน เธอร่วมงานกับนิตยสารแฟชั่นที่นั่นมาแล้วทุกฉบับ ไม่แปลกใจเลยที่เธอเป็นนางแบบหน้าปกของเราในนิตยสารแอลฉบับเดือนมิถุนายน 2017 ที่เรียกเสียงฮือฮาในชุด Chanel Haute Couture สุดวิจิตร

และในโอกาสนี้ ดิจิทัลแอลขอพาคุณไปทำความรู้จักกับจิงจิงให้มากกว่าเดิม ต่อสายตรงสัมภาษณ์กันแบบ Exclusive รับรองว่าถ้าอ่านจบแล้วจะอินสไปร์ ก็เพราะสาวน้อยคนนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนและเธอกำลังเดินไปยังจุดนั้นอย่างมั่นคง

ELLE: รู้สึกอย่างไรบ้างกับสำหรับการได้ร่วมงานกับ ELLE ในครั้งนี้ และเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ใส่ชุด Chanel Haute Couture คอลเล็กชั่นนี้

JJ: รู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นมากค่ะ ตอนแรกที่ได้รู้ว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ได้สวมใส่ชุดจากคอลเล็กชั่นนี้ก็ตื่นเต้นแล้ว พอยิ่งมารู้ว่าเป็นคนเอเชียคนแรกก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ มันก็เลยเป็นเหมือนแรงผลักดันว่างานครั้งนี้เราจะต้องตั้งใจทำให้ออกมาดีมากๆ เพราะเราได้รับเลือกแล้ว

ELLE: จำได้หรือเปล่าว่าร่วมงานกับแอลครั้งแรกเมื่อไหร่

JJ: โหมันนานมากแล้วค่ะ น่าจะตั้งแต่ตอนที่หนูอายุ 16 มั้งคะ

ELLE: จากใน Fashion Set ที่ถ่ายกับ ELLE เล่มนี่ทั้งหมด 10 ลุค ชอบลุคไหนมากที่สุด

JJ: ถ้าเป็นตอนที่กำลังถ่าย ชอบช็อตที่ต้องปีนขึ้นไปบนต้นซากุระ พี่ๆทีมงานจับหนูขึ้นไปก่อนที่หาท่ายืนดีๆและหนูก็โพสไปเรื่อยๆ

ส่วนรูปที่ออกมาในเล่ม หนูชอบรูปที่อยู่ในป่าที่ข้างหลังมีกิ่งไม้เยอะๆและยื่นนิ่งๆ เพราะว่ามันเป็นภาพที่เราเปิดนิตยสารไปและภาพนี้สะดุดตาเรามากที่สุด มันอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ทุกอย่างมันดูโอเคมาก

และก็ภาพที่ใส่วิกผมสั้นและยกขาซ้ายขึ้นมา ตอนที่โพสท่าอยู่นั้นสนุกดีและไม่รู้ว่ารูปที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

ELLE: ตอนนี้จิงจิงได้ไปทำงานที่เกาหลีใต้เต็มตัวแล้ว อยากรู้ว่าไปเริ่มได้ยังไง

JJ: ส่วนตัวหนูชอบมาเที่ยวเกาหลีอยู่แล้ว และได้รู้จักกับนางแบบเกาหลีคนนึง ช่วงที่เข้ามาแรกๆก็ได้มารู้จักมาร่วมงานในวงการแฟชั่นเกาหลี ได้ถูกเชิญไปงานบ้าง ได้เห็นอะไรบ้าง ได้เห็นคนในวงการแฟชั่น หนูก็เลยอยากมาลองทำดู และอีกครั้งที่หนูมาซึ่งตรงกับช่วง Seoul Fashion Week พอดีมีดีไซเนอร์แบรนด์ Fleamadonna ส่งข้อความทาง Instagram มาถามว่าสนใจมาเดินไหม เราก็ไม่ปฏิเสธสิคะ 

พอเดินเสร็จแล้วผลตอบรับมันออกมาโอเค หนูก็เลยรู้สึกว่าเราน่าจะมีโอกาสได้มาทำงานที่นี่ หลังจากนั้นเลยหา Modelling Agency ที่ดีที่สุดในตอนนี้ เลือกไว้สองที่ก็คือ ESteem ที่ Irene Kim และ Soo Joo Park อยู่ และอีกอันก็คือ YG KPlus ค่ะ

ELLE: แล้วผลตอบลัพธ์หลังจากย้ายไปทำงานที่เกาหลีเป็นยังไงบ้าง

JJ: ถ้าย้อนไปตอนนั้นคือเครียดมาก แต่พูดกับตัวเองไว้แล้วว่า ลองมาดูก็ได้ ถ้าไม่มีงานก็คงไม่เป็นไรหรอก หนูอยากมาทำงานที่ต่างประเทศอยู่แล้ว ตอนเด็กๆเวลามีคนมาสัมภาษณ์เราก็จะพูดคำนี้เสมอว่าอยากทำงานต่างประเทศ และพอได้มาก็มีคนไทยช่วยให้เข้ามาทำในเอเจนซี่ที่นั่น เลยลองนัดดูตัว ปรากฎว่าทาง ESteem ชอบมาก แต่เขาบอกว่าช่วงนี้อาจจะยังไม่มีงานนะ ส่วนใหญ่งานจะมาหลังจากช่วงแฟชั่นวีคหมดเลย มันเป็นอย่างที่เขาบอกมา ช่วงที่มาแรกๆก็นิ่งไปเลย และปีนี้หนูได้เดิน Seoul Fashion Week ไป 5 แบรนด์ เสร็จแล้วหลังจากนั้นงานก็มาเลย หนูทำงานที่นี่มาสองเดือน ตอนนี้ได้ถ่ายหมดทุกเล่มแล้ว มันกลายเป็นว่าคนที่นี่ชอบหนูมาก

ELLE:  เริ่มมีชื่อเสียงขนาดนี้มีคนทักตามถนนหรือยัง

JJ: เคยมีคนทักนะคะว่าเป็นนางแบบใช่ไหม และที่นี่จะมีโรงเรียนสอนแต่งหน้าทำผม เวลาไปทำงานก็จะเข้าไปแต่งหน้าที่นี่ พวกช่างแต่งหน้าช่างทำผมก็จะบอกเราว่า ชอบเรานะ แล้วล่าสุดหนูทำงานมาก็มีบล็อกเกอร์เกาหลีมาบอกว่าเป็นแฟนคลับ รู้สึกดีใจและชื่นใจมากๆค่ะ

ELLE:  จิงจิงคิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นชื่นชอบในตัวเรา

JJ: เอาจริงๆนางแบบเกาหลีเก่งๆมีเยอะมากเลย แต่ก็จะเป็นสไตล์สวยๆ แต่คือหนูไม่ได้สวยแบบเขา ออกจะเป็นแนวแปลกๆ Exotic ด้วยซ้ำ เหมือนเขาเห็นว่าเราเปลี่ยนลุคได้เยอะ จะถ่ายแบ๊วๆเขาก็จับเราไปถ่ายได้ จะถ่ายเท่ๆจับไปถ่ายได้ มีความหลากหลายดี

ELLE: ในเรื่องของบรรยากาศการทำงาน มีความแตกต่างจากที่ไทยหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องภาษาและวัฒนธรรม เราปรับตัวยากหรือเปล่า

JJ: ที่นี่เขาจะมีวัฒนธรรมของเขา ตอนมาทำงานแรกๆหนูไม่ได้เตรียมตัวมาเลย ก็จะตกใจนิดหน่อย อย่างเช่น จะกินข้าวในกอง ถ้าเป็นบ้านเราใครว่างจะไปกินก่อนก็ได้ งานจะได้ไม่ล่าช้า แต่ที่นี่ต้องกินพร้อมกัน ต้องนั่งรอคนอื่นกินเสร็จ ต้องเก็บจานด้วยกัน จะมีคำพูดภาษาเกาหลีว่าจะกินข้าวแล้วนะ กินเสร็จแล้วนะ หรือเวลาทำแฟชั่นโชว์หรือทำงานเสร็จ ทุกคนก็จะก้มหัวให้กัน และก็จะพูดประโยคหนึ่งว่า วันนี้ทุกคนทำงานดีมากเลยค่ะ ตั้งใจทำงานกันดีมาก อะไรประมาณนี้ โดยรุ่นน้องที่ก้มหัวให้รุ่นพี่ ส่วนรุ่นพี่ก็จะก้มหัวให้เจ้าของงาน แต่ตอนนี้เราโอเคละ ส่วนเรื่องภาษา ตอนที่ไม่มีงานก็เข้าไปเรียน แรกๆก็พูดไม่ได้ ตอนนี้เริ่มอ่านได้แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร พวกประโยคที่ใช้ในชีวิตกระจำวันก็เริ่มรู้มากขึ้นแล้วค่ะ

ELLE: ตอนนี้เราได้ทำในสิ่งที่เราฝันตอนเด็กๆแล้ว ในอนาคตมีอะไรที่เราอยากทำอีกไหม

JJ: หนูอยากไปฝั่งยุโรปค่ะ ไม่ได้มองเป็นเมืองไหนเป็นพิเศษ แค่มีโอกาสได้ไปทำก็ดีใจแล้ว เพราะว่าทางโมเดลลิ่งที่นี่สามารถส่งนางแบบในสังกัดไปทำงานที่ฝั่งยุโรปได้หมดเลย ก็เลยกำลังรอจังหวะและโอกาสอยู่ค่ะ แต่ยังอยากทำงานที่เกาหลีให้เต็มก่อน เพราะถ้าเรามีชื่อเสียงที่นี่แล้ว การจะไปยุโรปมันง่ายมาก ผู้จัดการหรือพี่ๆช่างภาพก็แนะนำแบบนี้ เราเองก็มีโอกาสมากกว่านางแบบเกาหลีหลายคนมากก็เลยยังไม่อยากจะทั้งตรงนี้ไป

ELLE: แล้วที่เราไปทำงานเมืองนอกตั้งแต่ตอนนี้ ที่บ้านคิดเห็นอย่างไรบ้าง

JJ: หนูชอบความที่ตัวเองเป็นคนที่อยากทำอะไรทำเลย เคยคุยกับที่บ้านถึงเรื่องนี้ไว้เป็นปีแล้ว แต่ที่บ้านคงไม่คิดอะไร นึกว่าเราพูดเล่นๆ แต่พอหนูบอกว่าจะไปเดือนนี้เลย เขาก็ตกใจ เพราะเราเองก็มาหาโอกาสเข้าไปทำงานให้ได้ทุกครั้งที่มาเที่ยว เรารู้สึกว่าต้องสู้และกลัวด้วย แรกๆใครก็กลัวทั้งนั้น แต่ถ้าไม่ลองมันก็ไม่รู้ เพราะเรามาแบบ 0 เลย ภาษาก็ไม่ได้เลย อีกอย่างคือเราเป็นเด็กบ้าดวง มีคนที่ดูโหงวเฮ้งให้เราตั้งแต่เด็กๆ เขาเคยพูดว่าดวงเราไม่ใช่ที่ไทยหรอก ต้องต่างประเทศ พอตัดสินใจจะมา แม่ก็สบายใจ

ELLE: มีนางแบบนายแบบเกาหลีที่คน อาจจะยัง รู้ไม่จักให้แฟนๆ ELLE ไปติดตามบ้างไหม

JJ: อยากให้จับตานางแบบคนนึงค่ะ เขากำลังจะไปถ่ายที่ไทยเร็วๆนี้ค่ะ ชื่อ Ah Reum Ann ส่วนนายแบบก็มีหลายคนมาก พวกเขาชอบเมืองไทย มาเที่ยวทะเลบ้านเราบ่อยมาก

ELLE: สุดท้ายนี้เราขอให้ฝากผลงานกับแฟนๆ ชาวไทย

JJ:ฝากติดตามผลงานของจิงจิงด้วยนะคะ ทางอินสตาแกรมที่ @jingjingyu36 หนูจะคอยอัพเดตผลงานผ่านทางนั้นค่ะ

สัมภาษณ์โดย โสภณา ตันมานะตระกูล

ถอดเทปและเรียบเรียงโดย เริ่มต้น เขมะเพ็ชร

Elle June 2017 Issue

Photographer : Lik Sriprasert @lik_sriprasert
Fashion Editor : Pannatorn Boonmahitthisud @aeypannatorn
Model : Jingjing @jingjingyu36
Make Up : Rattanachot Pokum @d_deaw_d
Hair : Akihiro
Co-Producer : Thuvanan Jarusilawong @ryuleo
Assistant Photographer : Naruebes Vadvaree @poolookoooooooo
Junior Assistant Fashion Editor : Ekabutr Sriwongudomsin @ekabutr
Special thanks @arisa_varanon

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://i2.wp.com/www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2017/06/jingjingfront.jpg?fit=690%2C368