Mad About Macau กลิ่นอายแห่งอดีตที่มาเก๊า
อารมณ์ระลึกชาติมักเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในบ้านโบราณอายุหลายร้อยปีของตระกูลคหบดีของนายเฉิง กวนหยิง (Zheng Guanying) นักประพันธ์ชาวจีนที่เตือนให้เราทุกคนควรคำนึงถึงความทุกข์ยากในชีวิตที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอแม้กระทั่งในเวลาที่สมบูรณ์พูนสุข

มาเก๊าเป็นเกาะ 3 เกาะเชื่อมต่อกันด้วยสะพาน และมีเนื้อที่รวมเพียง 27.5 ตารางกิโลเมตร ที่นี่ถูกปกครองโดยโปรตุเกสมานานเกือบ 450 ปี และส่งมอบคืนให้แก่ประเทศจีนเมื่อ ค.ศ. 1999 มาเก๊าเป็นพื้นที่ในดินแดนเอเชียแห่งแรกของโลกที่ถูกล่าอาณานิคมในสมัยที่ชาวโปรตุเกสล่องเรือออกค้นหาโลกใหม่ในดินแดนใหม่ ในยุคที่เรียกกันว่า The Discoveries (ค.ศ. 1415–1542) นั่นเอง การที่ถูกปกครองโดยโปรตุเกสมาเก๊าก็เลยเปรียบเสมือนเมืองลูกผสมที่มีความแปลกเฉพาะไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะมาตั้งรกรากแลกกับการปกป้องเมืองท่าแห่งนี้ให้ปลอดจากโจรสลัดตามที่ได้สัญญาไว้กับรัฐบาลจีนแล้ว โปรตุเกสยังได้แผ่ขยายอิทธิพลด้านความเป็นอยู่ รสนิยม วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมให้แก่มาเก๊าอย่างไม่ต้องสงสัย
เดินเล่นเมืองเก่า
มาเก๊ามี 3 เกาะคือ เกาะมาเก๊า เกาะไทปา และเกาะโคโลอาน สะพานเชื่อมเกาะที่นี่ถูกออกแบบให้แข็งแรงและมีทางเดินรถเป็นอุโมงค์ด้านในเพื่อใช้ในหน้ามรสุม ศูนย์กลางเมืองอยู่ที่จัตุรัสเซนาโด้ (Leal Senado)บนเกาะมาเก๊าที่กลิ่นอายของสเปนยังคงทิ้งร่องรอยให้เห็นอยู่บนพื้นทางเดินปูด้วยอิฐสีขาวสลับดำเป็นลวดลายแบบกรุงลิสบอน มีโบสถ์เซนต์ดอมินิก นอกจากนั้นยังมีทางเดินเล็กๆผ่านร้านขายของ ขายขนม คาเฟ่ และแกลเลอรีไปสู่ซากโบสถ์เซนต์ปอล สัญลักษณ์ของเมืองซึ่งอดีตเคยเป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกในดินแดนตะวันออกไกลของชาวตะวันตก ถูกไฟไหม้และไต้ฝุ่นพัดเสียหายหลายครั้งเมื่อหลายร้อยปีก่อน
คาสิโน
มาเก๊ามีอดีตที่ผูกพันกับความเป็นบ่อนและแหล่งบันเทิงเริงรมย์ตั้งแต่ต้นอย่างถนน Rua da Falicidade หรือ Street of Happiness นั้นในอดีตเป็นย่านโคมแดง สัญลักษณ์คือประตูและหน้าต่างจะทาสีแดง ปัจจุบันก็ยังเป็นสีแดงอยู่แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือย่านนี้เต็มไปด้วยบ้านเรือน ร้านอาหารเล็กๆ ไปจนถึงอาหารเหลามากมาย เป็นสถานที่ที่ทำให้เราเห็นความเชื่อมต่อของมาเก๊าในอดีตมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
มาเยือนมาเก๊าทั้งทีน่าจะรู้จักเศรษฐีอันดับหนึ่งของเกาะหน่อย เขาคือนายสแตนลีย์ โฮ (Stanley Ho) ผู้ร่ำรวยบนเกาะนี้ จากเด็กฐานะยากจนแต่เก่งและขยันบวกกับหน้าตาดี นายโฮเลยได้ครอบครองสิทธิ์ตั้งบ่อนคาสิโนในมาเก๊าแต่เพียงผู้เดียวนานถึง 40 ปี นับเป็นความโชคดีมหาศาล แม้จะชราภาพแล้ว เขาก็ยังมีอิทธิพลมากที่สุดโดยผ่านเครือข่ายลูกหลานที่ต่างก็เป็นเจ้าของธุรกิจมากมาย ว่ากันว่าคนที่นี่หากไม่ทำงานกับรัฐบาลมาเก๊าก็ทำงานให้กับครอบครัวโฮ หรือพูดอีกอย่างว่าคนทั้งมาเก๊าทำงานให้กับครอบครัวสแตนลีย์ โฮก็ไม่ผิดนักเพราะรัฐบาลก็รับเงินค่าธรรมเนียมจากคาสิโนซึ่งส่วนใหญ่เป็นของตระกูลนี้ถึงร้อยละ 50 ต่อปีทีเดียว แม้ว่าจะยกเลิกระบบผูกขาดแล้ว แต่ใบอนุญาตคาสิโนในมาเก๊าก็ยังมีเพียง 3 ใบเท่านั้น ดังนั้นคาสิโนที่เราเห็นทุกแห่งในมาเก๊าจึงยังคงเป็นของนายโฮและเครือญาติเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งนายทุนจากลาสเวกัสเช่น Sands และ Wynn พนักงานรัฐของมาเก๊าไม่มีสิทธิ์เข้าเล่นคาสิโนยกเว้นวันตรุษจีนวันเดียว เพราะคนจีนเชื่อว่าการเล่นพนันในวันแรกของปีใหม่เป็นการทำนายโชคชะตาในปีนั้นๆ ถ้าเล่นได้ก็หมายถึงจะโชคดีไปตลอดปี แต่ถ้าเล่นเสียก็จะโชคร้ายไปตลอดปีเช่นกัน เป็นวิธีการดูดวงอย่างหนึ่งที่นิยมกันมาก นอกจากนั้นในขณะที่ชาวต่างชาติสามารถเข้าคาสิโนได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีเป็นต้นไป ชาวมาเก๊าเองกลับเข้าได้ก็ต่อเมื่อมีอายุ 21 ปีแล้วเท่านั้น
ผู้รู้เล่าให้ฟังว่าบ่อนมาเก๊าในอดีตนั้นไม่เหมือนกับบ่อนที่เราเห็นในหนังฮอลลีวู้ด แต่จะออกแนวบ่อนเจ้าพ่อ มีควันบุหรี่คละคลุ้ง ห้องหับปิดมืดทึบ มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญคนที่มาจะเล่นกันแบบเอาเป็นเอาตายทั้งวันทั้งคืน จนเมื่อรัฐบาลมาเก๊ายกเลิกระบบผูกขาดคาสิโนใน ค.ศ. 2002 เลยทำให้รูปโฉมของบ่อนคาสิโนที่นี่เปลี่ยนไป มีนายทุนจากลาสเวกัสอย่าง Sands และ Wynn เข้ามาสร้างบรรยากาศให้คาสิโนที่นี่ดูร่าเริงและบันเทิงขึ้นมาได้บ้าง

อาหารแมกกานีส
แม้หลายคนมามาเก๊าเพราะต้องการเสี่ยงโชค แต่ก็ยังมีอีกหลายคนโดยเฉพาะคนชอบกินเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมามาเก๊าเพื่อรับประทานของอร่อยๆที่บ้านตนไม่มี อาหารมาเก๊าอร่อยเป็นพิเศษเพราะได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกส จะมีที่ไหนในเอเชียอีกไหมที่เราสามารถเดินหาร้านอาหารโปรตุเกสแสนอร่อยได้อย่างนี้ ที่ขึ้นชื่อเลยก็คืออาหารทะเลสดๆ หรือดองเค็ม นำมาปรุงง่ายๆ เช่น การย่างด้วยถ่าน อบ ทอดหรือทำเป็นสลัด โดยเน้นคุณภาพของวัตถุดิบหลักๆ เช่นน้ำมันมะกอก มะกอกดอง ปลาค็อด ปลาซาร์ดีน และขนมปังอบใหม่ๆ ทั้งนุ่มและหอม
ใครชอบอาหารแบบนี้ขอแนะนำรายชื่ออาหารโปรตุเกสจานเด็ดอย่างเช่น สลัดหูหมูราดน้ำส้มไวน์ (จานนี้กลิ่นอาจแรงหน่อย) ผัดหอยลายพริกกระเทียมหอมไวน์ขาว กระดูกหมูย่างหอมกรุ่น ปลาค็อดดองเกลือย่างกินกับมันฝรั่งหัวเล็กๆ และกุ้งย่างราดซอสกระเทียมรสจัด หากวันไหนเบื่ออาหารจานใหญ่ แน่นอนว่าที่มาเก๊าก็มีคาเฟ่เล็กๆที่ขายขนมและแซนด์วิชแบบโปรตุเกส พร้อมกับสลัดหนวดปลาหมึกที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมหัวใหญ่สับ ปรุงง่ายๆด้วยเกลือ ผักชี และน้ำมันมะกอกอย่างดีที่นำเข้าโดยตรงจากโปรตุเกส ส่วนในคาเฟ่แนะนำให้สั่งกาลาว (Galao) หรือกาแฟใส่นมต้นตำรับโปรตุเกสมาดื่มโดยจะจิบกับเค้กโรลต่างๆที่มักวางขายคู่กัน หรือเค้กหน้าตาดีที่มีให้เลือกลานตาก็อร่อยทั้งนั้น นอกจากนี้ยังมีร้านทาร์ตไข่ของคุณนายมากาเร็ตแถวๆเซนาโด้ที่สามารถเดินไปได้ หรือจะเรียกแท็กซี่ไปเกาะโคโลอานเพื่อไปลองทาร์ตไข่ของลอร์ดสโตว์เจ้าดั้งเดิมที่รสนุ่ม หอม อร่อย อีกทั้งยังสามารถนั่งสบายในบรรยากาศชิลๆแบบชาวบ้านบนเกาะก็ได้เช่นกัน
อันที่จริงแล้วมาเก๊าไม่ได้มีแต่อาหารโปรตุเกส จากอดีตที่ชาวจีนผูกพันกับชาวโปรตุเกสก็ก่อให้เกิดอาหารลูกผสมที่เรียกว่าอาหารแมกกานีสขึ้นมา อาหารชนิดนี้กำลังได้รับความนิยมหลังจากซาไประยะหนึ่ง เป็นเพราะคนมาเก๊าเริ่มมองเห็นคุณค่าในรากเหง้าของตัวเอง ทั้งยังมีการจัดตั้งสมาพันธ์อาหารแมกกานีสขึ้นเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมการรับประทานแสนพิเศษนี้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานรู้จัก และปรุงรับประทานกันต่อไปนานๆ
อาหารแมกกานีสเป็นส่วนผสมระหว่างอาหารจีนกับอาหารโปรตุเกส โดยชาวโปรตุเกสมักเสาะหาวัตถุดิบแปลกๆ เช่น หญ้าฝรั่น เครื่องเทศ ผงกะหรี่ มาผสมผสานเข้ากับการปรุงอาหารแบบจีนเช่น ตุ๋น ผัดไฟแรง ทอด หรือแม้กระทั่งทำซอสด้วยมะพร้าวกะทิ จานเด็ดก็ได้แก่ไก่แอฟริกัน หรือไก่หมักเครื่องเทศย่างราดซอสแกงที่ปรุงรสด้วยมะพร้าว รสชาติเข้มข้นทั้งหวาน เผ็ด เค็ม เพราะฉะนั้นควรสั่งข้าวสวยมากินด้วย หากใครชอบเป็ดไม่น่าพลาดเป็ดตุ๋นเลือดที่กลิ่นเครื่องเทศหอมเย้ายวนใจ หรือตั๊ดโช่หนังหมูตุ๋นผักปรุงรสด้วยกุนเชียงแบบจีนก็น่าลองไม่แพ้กัน
จะเห็นได้ว่ามาเก๊านั้นไม่ได้เป็นสถานที่สำหรับนักเสี่ยงโชคเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักการรับประทานอาหารที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ ไม่จำเจ แถมยังได้เพลินตาไปกับสถาปัตยกรรมสวยๆที่แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ากำลังเดินเล่นอยู่บนเกาะมาเก๊าเท่านั้นเอง■