Smart Consumer บริโภคนิยมอย่างฉลาด

ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกยุคบริโภคนิยม เงินไม่ได้มีไว้แค่ซื้อปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้นอีกต่อไปแล้ว คำพูดที่ว่าเงินบันดาลสุขนั้นใช้ได้ดีกับหนุ่มสาวสมัยนี้ ซึ่งถ้าแบ่งตามลักษณะการใช้เงินแล้วจะได้เป็น 3 กลุ่มคือ พวกที่ไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย พวกที่รู้สึกผิดเมื่อใช้เงินเยอะและไม่มีเงินเก็บ และพวกที่หมกมุ่นอยู่กับรายละเอียดยิบย่อย ทั้งศัพท์แสงทางการเงินที่ยากขั้นเทพ หรือใช้เวลาว่างหมดไปกับการอ่าน How To ในนิตยสาร ดูรายการวิเคราะห์หุ้น แล้วคิดว่าได้เข้าใกล้การเป็นคนรวย
ไม่มีใครอยากเป็นคนถังแตกที่แต่ละเดือนต้องหมดเวลาไปกับการจ่ายหนี้บัตรเครดิต ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเสียเวลาไปกับการนั่งปรับทุกข์กับเพื่อนๆเรื่องตัวเลขในบัญชีที่ติดลบแทบทุกเดือน ถึงเวลาลุกขึ้นมาปฏิวัติการใช้จ่ายเงินของตัวเอง ลบอดีตที่ต้องหมุนเงินมือเป็นระวิง เปลี่ยนมากรีดนิ้วนับตัวเลขในบัญชีที่มีแต่เพิ่มขึ้นแบบไร้ความกังวลอีกต่อไป เริ่มต้นจากการลองดูกับดักข้างล่างว่าตรงกับการใช้เงินของเราหรือไม่
• ไม่ยอมจัดระบบการเงินของตัวเองเสียที เพราะขี้เกียจ หรือมีเหตุผลอื่นๆมาอ้างเป็นประจำ
• คนส่วนใหญ่มักคิดว่าต้องมีข้อมูลในมือเยอะๆให้รอบด้านเสียก่อนถึงจะตัดสินใจได้ แต่บางครั้งการมีข้อมูลมากเกินไปก็ทำให้เราไม่ทำอะไรเลย เพราะมัวแต่ช็อกกับข้อมูลที่มากไปจนไม่รู้จะเริ่มต้นทำอะไรก่อนดี หรือการหาทางเลือกไว้มากเกินไปก็ทำให้เป็นโรคประสาท และกลายเป็นข้ออ้างในการไม่ตัดสินใจ ซึ่งนั่นคือการตัดสินใจที่แย่ที่สุด
• โทษนั่นโทษนี่เอาไว้ก่อน เช่น โทษสื่อ เพราะทำให้การออมเงินยุ่งยากขึ้นด้วยคำแนะนำอย่าง “10 เคล็ดลับเอาชนะการเงิน” ซึ่งมีคำแนะนำประเภท “เลิกซื้อลาเต้สักวัน” หรือไม่ก็ “อย่าสมัครบัตรเครดิต เพราะจะทำให้คุณใช้จ่ายเงินในอนาคต”
เมื่อวิเคราะห์ลักษณะการใช้เงินของตัวเองได้แล้วว่าว่าที่เก็บเงินไม่ได้เพราะอะไร เช่น ขี้เกียจ ซึ่งทำให้เรามองข้ามและผัดวันไปเรื่อยๆ ก็หันมาตั้งเป้าว่าเราอยากเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การเงินของตัวเองอย่างไร โดยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราอยากทำอะไรในชีวิต แล้วเงินจะช่วยให้เราทำสิ่งนั้นได้อย่างไร” การตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนเงินที่จะทำให้ชีวิตสุขสบายนั้นใครๆก็คิด เช่น ถ้าหาเงินได้สัก 1 ล้านจะอยู่บ้านกินดอกเบี้ยเฉยๆ แต่พอคิดว่าทำอย่างไรจึงจะหาเงินได้ 1 ล้านเราจะเริ่มเครียด กลัว และทำไม่ได้ในที่สุด เพราะเราถูกชักนำด้วยความกลัวเสียก่อน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นการตั้งเป้าหมายให้เงินเป็นแค่ตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้ความฝันสำเร็จ เราจะถูกชักนำด้วยประวัติศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จ จากนั้นผลของมันก็จะงอกเงย
Money Keynotes ใช้เงินให้เป็น
• เริ่มต้นนับ 1 เริ่มลงทุนทำอะไรสักอย่างโดยไม่ต้องรอให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน แม้ไม่ประสบความสำเร็จเต็มร้อยก็ยังดีกว่าอยู่ที่ 0 ซึ่งแปลว่าเรายังไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงเลย และหากผิดพลาดตั้งแต่ตอนมีเงินไม่มาก ต่อไปจะได้รู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไรตอนมีเงินเยอะๆแล้ว
• ลงทุนด้วยวิธีการไม่หวือหวาแต่ผลตอบแทนมั่นคง วอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกว่าถ้าใครซื้อหุ้นทิ้งไว้เฉยๆ 10 ปีไม่ได้ก็อย่าเล่นหุ้น เพราะการซื้อและถือครองในระยะยาวได้ผลดีกว่าเสมอ วิธีนี้อาจจะไม่หวือหวา ไม่ต้องไล่ตามตัวเลขที่ขึ้นๆลงๆ ไม่ต้องเกาะติดรายการวิเคราะห์เศรษฐกิจหรือนิตยสารการเงิน เพียงแค่ตัดสินใจและประเมินการลงทุนทุกๆ 6 เดือนของตัวเองดู
• ใช้เงินอย่างมีสติ ไม่จำเป็นต้องงดช็อปปิ้ง หรือเลิกซื้อสตาร์บัคส์หรอก แต่ต้องจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆในชีวิต เช่น อาจจะเลือกซื้อรถมือสองแทนรถใหม่ป้ายแดง เพื่อจะได้มีเงินเหลือไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญกว่า
• ตอบตัวเอง ให้ได้ว่าทำไมถึงอยากรวย และจะใช้ความรวยไปเพื่ออะไร ถ้าเรายังไม่รู้ว่าอะไรสำคัญในชีวิต ชีวิตเราอาจลงเอยด้วยการเป็นแค่ผู้บริโภคที่แข่งขันอยากจะ ‘มี’ เหมือนคนอื่นๆ การเป็นคนรวยไม่เกี่ยวกับการมีเงินเยอะๆ แต่อยู่ที่การรู้จัก “ใช้” และ “เก็บ” โดยไม่เบียดเบียนคนอื่นและตัวเองต่างหาก■
:: Read more from ELLE Magazine - May 2011 ::