ELLE Thailand

Know Your Style, Find Your Dream Job - 6 คาแร็กเตอร์บ่งบอกงานในฝัน

“แชมพูที่เหมาะกับสภาพผม โลชั่นสำหรับผิวแพ้ง่าย รถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ คอนโดมิเนียมบนทำเลใกล้รถไฟฟ้าสำหรับคนเมือง ฯลฯ”...เราถูกท้าทายให้เลือกทุกอย่างเพื่อเป็นตัวเองมากที่สุดโดยอาจต้องทำงานซึ่งไม่เป็นตัวเองเอาเสียเลย เพียงเพื่อจะให้เราเหนื่อยจากการงานและรู้สึกดีขึ้นจากการได้มาซึ่งไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเรา

เบื้องหลังของคนที่ประสบความสำเร็จมิได้วัดจากตัวเลขในสลิปเงินเดือนหรือตำแหน่งในนามบัตร แท้จริงแล้วอาจมาจากการค้นพบศักยภาพในตัวตนว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน เช่น The Doers, The Helpers, The Problem Solvers, The Persuaders, The Creators หรือ The Organizers และจากนั้นก็นำตัวเองเข้าไปหางานในแบบที่ใช่ เพื่อจะได้สามารถจัดสมดุลชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานได้

>> ลองศึกษานักทำงาน 6 แบบ 6 สไตล์ที่แอลนำเสนอมาให้ เพื่อจะได้เลือกทำงานในฝัน ในแบบที่เป็นตัวเอง แล้วการทำงานอย่างมีความสุขก็จะไม่ใช่เรื่องในฝันอีกต่อไป

1. The Doers: นักปฏิบัติ

Tag Line: “อยู่กับความจริง ไม่ใช่ความฝัน”
คุณสมบัติ: กระตือรือร้นทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา ไม่ชอบอยู่เฉย โปรดปรานการได้ใช้แรงกายทำงาน เกลียดงานเอกสารนั่งโต๊ะ กลัวมีเวลาว่าง บ้างมีทักษะในการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และแก้งานได้เรื่อยๆจนกว่าหัวหน้าจะพอใจตราบใดที่พวกเขารู้ว่าเป้าหมายในการทำงานคืออะไร
จุดแข็ง: ถนัดแก้ปัญหาด้วยวิธี action solutions ถ้ามีขั้นตอน 1-2-3-4 พวกเขาสามารถทำตามได้เป๊ะๆ แต่ถ้าให้คิดเองก็อีกเรื่อง
จุดอ่อน: ไม่ถนัดใช้ความคิดกับเรื่องยากๆ มีความอดทนต่ำกับพวกทฤษฎีจัด เจ้าหลักการ เพราะนักปฏิบัติจะคิดอะไรเป็นรูปธรรม นำไปใช้ได้จริง จึงเป็นด้านตรงข้ามกับคนประเภทแอ็บสแทร็กต์โดยสิ้นเชิง 

งานในฝัน: อีเวนต์ออร์แกไนเซอร์ งานในโปรดักชั่นเฮ้าส์ทำหนังโฆษณา หรือออกกองถ่ายภาพยนตร์ คืองานในฝันของนักปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนกลัวมีเวลาว่าง พวกนี้สามารถทำงานข้ามวันข้ามคืนได้โดยไม่ปริปากบ่นแม้ร่างกายจะล้าแค่ไหนก็ตาม แต่จะฟื้นคืนชีพมากระปรี้กระเปร่าได้ดังเดิมในเวลาอันรวดเร็ว

Example: ลองไปดู Signe Chanel หนังสารคดีที่พาคนดูไปชมเบื้องหลัง 3 เดือนก่อนคอลเล็กชั่น Haute Couture Fall 2007 ของ Chanel ตั้งแต่ Good Old Karl, Superhuman Lagerfeld (สำนวนของ Carine Roitfeld) สเกตช์แบบเอาตอนไม่กี่อาทิตย์ก่อนจะมีแฟชั่นโชว์ ทำให้ Madame Jacqueline, Madame Cecile, Madame Martine และเหล่ากูตูริเย่ร์ของทั้ง 3 ทีมต้องทำงานกันทั้งวันทั้งคืน ชุดสุดท้ายเรียบร้อยเมื่อตอน 6 โมงเช้าก่อนที่โชว์จะเริ่มในเวลา 10 นาฬิกาของวันเดียวกัน และเมื่อโชว์จบ พวกเขาต้องรับออร์เดอร์จากลูกค้ามหาเศรษฐีที่เข้ามาไม่หยุดหย่อนในวันต่อมาทันที ชีวิตจมหายไปในกองผ้า 24 ชม. 7 วัน 

---------------------------------------------------------

2. The Helpers: นักบุญ

Tag Line: “เราทำงานเพื่อความรุ่งโรจน์ของสังคม”
คุณสมบัติ: เป็นแม่พระ ใจดี ชอบบริการ รักอิสระ แต่ทำงานเป็นทีมได้ดี เข้าถึงง่าย ไม่ถือตัว ชอบช่วยเหลือ พวกเขามักได้ยินเสียงเรียกขอความช่วยเหลือก่อนใครและมักเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้าไปช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน...ด้วยการพูด 
จุดเด่น: มีทักษะในการพูดปลุกปลอบใจ ชี้แนะ สั่งสอน วางแผน ให้คำปรึกษา ให้ข้อมูล ที่สำคัญ จุดประสงค์ในการพูดของพวกเขาก็เพื่อให้คนรอบข้างมีความสุขหรืออย่างน้อยก็รู้สึกดีขึ้น
จุดอ่อน: แม้จะมีทักษะในการใช้คำพูด แต่พวกนักบุญมักหลีกเลี่ยงการปะทะคารมที่ต้องใช้ความลึกล้ำทางปัญญาอย่างที่พวกปัญญาชนมักใช้คำพูดยากๆมาถกเถียงกัน (พวกเขาจะไม่มีวันอยู่ในกลุ่มนักปรัชญาอย่างฌอง ปอล ซาร์ต, วิกตอร์ อูโก, ซีโมน เดอ โบวัวร์ หรือฌอง ฌาร์ก รุสโซ แน่ๆ) เพราะพวกเขาเป็นคนง่ายๆ จึงไม่ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก และไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับถ้อยคำยากๆให้ปวดหัวหนักกว่าเดิม ที่สำคัญ พวกเขาชอบใช้ปากและสมองทำงานมากกว่าใช้แรงงานให้เหนื่อยกาย

งานในฝัน: นักสังคมสงเคราะห์ ครู โอเปอเรเตอร์ รีเซ็ปชั่น โฆษก พิธีกร (ดูโอปราห์ วินฟรีย์เป็นตัวอย่าง) ดีเจ งานในสถานพยาบาล สถานพักฟื้นจิตใจ บ้านพักคนชรา

Example: Ted Talk! เดี่ยวไมโครโฟนที่ออนไลน์ไปทั่วโลก (เสิร์ชดูได้ใน Youtube) โดยเชื้อเชิญผู้คนจากทุกแวดวงสาขาอาชีพมาพูดในเวลา 20 นาที ตัวอย่างเช่น เชฟเจมี่ โอลิเวอร์ ขอใช้เวลาใน Ted Talk! พูดเรื่องไม่กินหวาน ในฐานะเชฟทำอาหาร เขามองว่าความอ้วนเป็นอาชญากรรมที่ป้องกันได้จากครัวบ้านตัวเอง เมื่อเขาพูดจบ คนทั้งฮอลล์ถึงกับลุกขึ้นปรบมือ ทำการสแตนดิ้ง โอเวชั่นให้เจมี่อยู่นานเลยทีเดียว ในเมืองไทย ภาณุ อิงคะวัต แห่ง Greyhound ยังริเริ่มโครงการ Ignite Thailand เปิดเวทีให้ใครก็ได้ (ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดังหรือมีชื่อเสียง) ขึ้นมาพูดอะไรดีๆคนละ 5 นาทีเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในทางสร้างสรรค์สังคม ■

 :: Read more from ELLE Magazine - June 2011 ::


 

POST A COMMENT