10 Instant Confidence Boosters เพิ่มพลังสาวมั่นเต็มพิกัด

หลายครั้งเรามักได้ยินว่าผู้หญิงมีเสน่ห์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงสวย แต่ขอให้ดูดีในแบบของตัวเองและมั่นใจเท่านั้นพอ และบ่อยครั้งอีกเหมือนกันที่แม้กระทั่งสาวมั่นใจที่สุดในปฐพีก็อาจจะต้องยอมรับว่าสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงเวลาเจอกับคำสบประมาทแรงๆจากที่ทำงาน หรือต้องกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าคนจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งเจอแฟนเก่าควงสาวใหม่วัยละอ่อนแบบต่อหน้าต่อตา ความไม่มั่นใจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ทำอย่างไรถึงจะกู้ความมั่นใจให้กลับมาเหมือนเดิม แอลมีวิธีง่ายๆแบบไม่จำเป็นต้องไปพึ่งศัลยกรรมอัพสวยตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วย 10 ข้อต่อไปนี้ รับรองว่าจะรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นจนความมั่นอกมั่นใจกลับคืนมาได้อย่างทันท่วงที
Look Sharp สวยกริบทุกกระเบียดนิ้ว
การแต่งตัวเป็นสิ่งแรกที่คนสังเกตเห็นและเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่เราจะเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ภายในเวลาอันน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่าจะแต่งให้สวยแต่ภายนอกเพราะความมั่นใจเริ่มต้นจากข้างใน ลองสังเกตดูว่าวันไหนที่เราใส่ชุดชั้นในใหม่ๆสวยๆ วันนั้นเราจะรู้สึกดีเป็นพิเศษ เดินไปไหนต่อไหนสามารถแอ่นอกรับอย่างหน้าชื่นตาบานได้ทุกเรื่อง มาถึงเสื้อผ้าชิ้นนอก อะไรก็ตามที่ใส่แล้วต้องมานั่งคอยจับคอยจัดให้มันเข้าที่เข้าทาง หมุนแล้วหมุนอีกเพื่อดูว่ามีตรงไหนที่เนื้อเราปลิ้นออกมาท้าทายสายตาชาวโลกบ้างหรือไม่ หรือใส่แล้วดูขัดหูขัดตา ถ้าความรู้สึกของเราฟ้องว่า “มันไม่ใช่” แนะนำว่าเอาไปบริจาคให้เด็กยากไร้เสียเถิด เพราะขืนใส่ต่อไปมีแต่จะไม่มั่นใจยิ่งกว่าเดิม เอาให้สวยในแบบของเรา ฟังคำแนะนำจากสไตลิสต์บ้าง ชิ้นไหนที่คุ้มค่าคุ้มราคา ใส่แล้วสวย ใส่ได้นานหลากหลายโอกาสก็ยอมลงทุนหน่อย ลองมิกซ์แอนด์แมตช์อะไรใหม่ๆดู รับรองว่าช่วยให้เราเดินเฉิดฉายไปไหนต่อไหนได้อย่างไม่อายใครแน่นอน แถมยังรู้สึกสนุกไปกับแฟชั่นและการแต่งตัวมากขึ้นด้วย อย่าอ้างว่าไม่มีเวลาเชียว ตื่นเช้าขึ้นอีกนิดเพื่อเตรียมตัวในแต่ละวันให้พร้อมมากขึ้นหน่อยดีกว่ามานั่งเซ็งทีหลังเพราะแต่งตัวไม่เหมาะสมออกมาจากบ้าน
Compliments ชื่นชมกับสิ่งรอบข้าง
หลักจิตวิทยาเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า “การที่เราเชื่ออย่างไรก็มักจะได้อย่างนั้น” และเมื่อเราหยิบยื่นอะไรออกไปเราก็มักจะได้สิ่งนั้นกลับมา คล้ายๆ Law of Attraction นั่นแหละ ดังนั้นแทนที่จะมัวแต่นั่งรอว่าเมื่อไหร่จะมีคนออกปากชมผมทรงใหม่ที่ฉันอุตส่าห์ไปนั่งอุดอู้อยู่ในซาลอนตั้งครึ่งค่อนวันเสียที ก็มองข้อดีของคนอื่นแล้วเอ่ยปากชมเขาก่อน การชมคนอื่นนอกจากจะช่วยสร้างความรู้สึกดีๆและเป็นการกระชับมิตรแล้ว ยังช่วยให้เรารู้สึกดีกับตัวเองด้วย คล้ายๆกับเป็นการบอกคนอื่นว่า “ฉันเห็นข้อดีในตัวเธอแล้วฉันไม่อิจฉา แต่ฉันชื่นชมจ้ะ” (เพราะคนอย่างฉันน่ะมีดีอยู่แล้ว) แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นการชมอย่างจริงใจเท่านั้นมิเช่นนั้นอีกฝ่ายจะจับความรู้สึกได้ทันทีว่าประโยคเมื่อกี้มันทะแม่ๆอย่างไรพิกล ในขณะเดียวกันหากอีกฝ่ายเป็นประเภทปากหนักไม่กล้าชมใครก่อน เมื่อได้ยินเราพูดเรื่องดีๆเกี่ยวกับเขาจะทำให้เขากล้าพูดชมเรากลับเช่นกัน เห็นมั้ยว่าเป็นวิธีที่ดีออก win-win situation แต่เมื่อเขาชมมาก็อย่าได้ถ่อมตัวเองว่า “โอ๊ยไม่หรอก เธอหุ่นดีกว่า” หรือ “ไม่หรอก ฉันว่าเสื้อเธอสวยกว่าอีกนะ” อย่างนั้นอย่างนี้ เพราะจะยิ่งดูเสแสร้ง แค่พยักหน้า ยิ้มรับแล้วบอกว่า “ขอบคุณค่ะ” เท่านั้นพอ
Work Out หุ่นดีทุกย่างก้าว
สำหรับผู้หญิงเราอาจวางเป้าหมายการออกกำลังกายไว้ที่รูปร่างเพรียวบาง เอว 24 สะโพก 36 ใส่ชุดกระโปรงของ D&G แล้วดูสวยเซ็กซี่ขยี้ใจชายหนุ่มเป็นนักหนา แต่สำหรับหนุ่มๆ พวกเขาชอบเล่นกีฬาแบบแข่งขันมากกว่า อาทิ ฟุตบอล บาสเกตบอล เซปักตะกร้อ ปิงปอง ฯลฯ เพราะกีฬาประเภทนี้สามารถสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาได้นั่นเอง ไม่ได้จะบอกให้สาวๆหุ่นบอบบางอย่างเราๆไปหาทีมฟาดแข้งกันแบบชายฉกรรจ์แต่อย่างใด แต่กำลังจะชี้ให้เห็นว่านอกจากหุ่นและสุขภาพดีซึ่งเป็นรางวัลอันแสนคุ้มค่าหลังจากที่เสียเหงื่อมาวันแล้ววันเล่า ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูดีไปหมดแล้ว ของแถมที่ได้จากการออกกำลังกายอีกอย่างคือความมั่นใจในตัวเอง เพราะเอนดอร์ฟินที่หลั่งออกมาขณะที่เราออกกำลังกายจะช่วยให้เรามีความสุข และการเอาชนะความขี้เกียจด้วยการลุกขึ้นมาวิ่งบนเทรดมิลวันละชั่วโมงนั้นจะตอกย้ำให้เรามั่นใจว่าอะไรที่เราเคยคิดว่าทำไม่ได้ จริงๆแล้วเราทำได้!
Learn Something New เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ความมั่นใจมาจากความรู้สึกนับถือตัวเอง เช่น ฉันเก่ง ฉันสวย ฉันรวย ฉันทำได้ แต่ใครที่ยังไม่มีความรู้สึกนับถือตัวเองเลยอย่าเพิ่งท้อ ค่อยๆมองหาความสามารถและความถนัดของตัวเองที่บางทีเราอาจมองข้ามไป เช่น เราร้องเพลงไม่เป็น แต่ใครจะรู้ว่าเราพูดภาษาเกาหลีได้คล่องแคล่ว หรือแม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเท่าที่ควรนักแต่ถ้าเรื่องทำอาหารขอให้บอก ฉันนี่แหละขั้นเทพ เป็นต้น ดังนั้นอย่าเหมาเอาว่าตัวเองไม่มีความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วชีวิตจะไม่มีอะไรเหลือให้ใครชื่นชมเลย มองหาข้อดีของตัวเองแล้วหาโอกาสแสดงฝีมือ หรือไม่ก็หาเวลาเทกคอร์สเรียนอะไรสักอย่าง หาความแปลกใหม่ให้ชีวิต เช่น ทำซูชิ เต้นระบำหน้าท้อง ชงค็อกเทล เรียนภาษาญี่ปุ่น วาดภาพ แต่งหน้า ทำเครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ ไม่แน่ว่าอาจได้ค้นพบพรสวรรค์ที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ สามารถใช้หาเลี้ยงชีพเพิ่มรายได้ได้อีกต่างหาก แถมยังได้ประสบการณ์และได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆเพิ่มอีกด้วย น่าสนุกจะตาย
:: Read more from ELLE Magazine - September 2011 ::