fbpx

I

People

เผย 10 ที่มาของชื่อสุดเก๋ของเหล่าศิลปินระดับโลกที่คุณอาจไม่เคยรู้

เรื่องราวอันน่าสนใจที่อยู่เบื้องหลังชื่อในวงการของคนดัง
stage-name-stories-artists
stage-name-stories-artists

เผย 10 ที่มาของชื่อสุดเก๋ของเหล่าศิลปินระดับโลกที่คุณอาจไม่เคยรู้

เรื่องราวอันน่าสนใจที่อยู่เบื้องหลังชื่อในวงการของคนดัง

ในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย หากอยากจะส่องประกายออกมาได้อย่างโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับความสามารถหรือบุคลิกภาพก็คงเป็นชื่อประจำตัว (Stage name) ที่ต้องติดหู ชวนจดจำ ในขณะเดียวกันก็ต้องสะท้อนบุคลิกและตัวตนได้อย่างชัดเจน และเมื่อคุณได้ทราบที่มาของชื่อแล้วอาจจะรู้สึกว่ามันน่าสนใจอยู่ไม่น้อย งานนี้แอลเลยขออาสาพาแฟนๆ ไปทำความรู้จักกับ 10 ศิลปินตัวท็อปผู้มีเรื่องราวเบื้องหลังสเตจเนมสุดติดตรึงที่เราเชื่อว่าใครหลายคนคิดไม่ถึง มาดูกันว่าแต่ละชื่อมีที่มาจากอะไรบ้าง

Doja Cat

เดิมทีแล้วแร็พเปอร์สาวเซ็กซี่เจ้าของรางวัลแกรมมี่คนล่าสุดคนนี้มีชื่อจริงว่า Amalaratna Zandile Dlamini แต่เมื่อเธอเริ่มเข้าสู่วงการเพลง เธอจึงเลือกใช้ชื่อในวงการแทนชื่อจริง นั่นก็คือคำว่า Doja Cat ซึ่งมีที่มาแบบง่ายๆ จากการเลือกสิ่งที่เธอชอบ 2 สิ่งมารวมกัน โดยนำคำว่า Doja ที่เป็นคำสแลงของกัญชามาประกอบกับคำว่า Cat ที่แปลว่าแมวนั่นเอง และเธอก็ใช้ชื่อในวงการว่า Doja Cat นับตั้งแต่เข้าวงการดนตรีเป็นต้นมา

Lizzo

เรียกได้ว่า Lizzo เป็นหนึ่งในศิลปินสาวที่มาแรงที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งกว่าที่ชื่อ Lizzo จะเป็นที่รู้จักและโด่งดังมาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องย้อนไปว่าเธอมีความสนใจในด้านดนตรีมาตั้งแต่วัย 14 ปี ทั้งด้วยความที่ครอบครัวเธอร้องเพลงในโบสถ์ ฟังเพลงจากศิลปินยอดเยี่ยมแห่งยุค เรียนดนตรีเป่าฟลูต และยังให้ความสนใจกับการร้องแร็พด้วย โดยเธอเริ่มฟอร์มวงแร็พกับเพื่อนๆ อีก 2 คนในช่วงเรียนไฮสคูล แรกเริ่มเธอตั้งใจจะใช้ชื่อในวงการแร็พว่า Lissa ที่ย่อมาจากชื่อจริงของเธออย่าง Melissa Viviane Jefferson ทว่าในยุคนั้นเพลงที่มาแรงที่สุดคือเพลง Izzo ของ Jay-Z เธอจึงนำชื่อเพลงมารวมกับชื่อเดิมจนเป็นคำว่า Lizzo และในที่สุดมันก็กลายเป็นชื่อในวงการฮิพฮอพและเธอก็ยังคงเลือกที่จะเล่นฟลูตไปพร้อมๆ กับการเป็นศิลปินฮิพฮอพด้วย

Halsey

ศิลปินสาวชาวอเมริกันผู้มากความสามารถอย่าง Halsey เลือกใช้ชื่อนี้ในวงการเนื่องจากว่ามันเป็นคำที่ได้จากการสลับตัวอักษรจากชื่อจริงของเธอ โดยชื่อเต็มของ Halsey คือ Ashley Nicolette Frangipane นั่นเอง ซึ่งนอกจากชื่อนี้จะอ้างถึงชื่อจริงของเธอแล้ว มันยังอ้างถึงสถานี Halsey Street สถานีรถไฟใต้ดินของมหานครนิวยอร์กที่อยู่ใกล้กับย่านที่เธออาศัยอยู่ในวัยเด็กอีกด้วย และเธอเองก็บอกว่าชื่อนี้ได้เปิดโอกาสให้เธอสร้างตัวตนใหม่ให้กับตัวเอง (หรือที่เรียกว่า Alter Ego) เพื่อให้ตัวตนนั้นสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่แข็งแกร่ง เป็นคนพิเศษ มีชื่อเสียงได้ราวกับว่าเธอเป็นราชาโดยที่ตัวตนของ Ashley ไม่อาจทำได้แต่ตัวตนของ Halsey สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

Lady Gaga

ราชินีเพลงป๊อปแห่งยุคอย่าง Lady Gaga มีชื่อจริงว่า Stefani Joanne Angelina Germanotta แต่เธอเลือกใช้คำว่า Gaga จากเพลง Radio Ga Ga ซิงเกิ้ลสุดฮิตในปี 1984 ของวง Queen โดยเธอต้องการจะสร้างตัวตนใหม่ที่ไม่ใช่ Stefani คนเดิม เธอจึงเติมคำว่า Lady เข้าไปด้านหน้าจนกลายเป็นชื่อที่เก๋และติดหูว่า Lady Gaga ดังที่แฟนๆ จดจำได้จนถึงขณะนี้ ทั้งนี้เธอยังบอกว่าโปรดิวเซอร์และแฟนหนุ่มคนที่เคยคบหากันช่วงเข้าวงการเพลงใหม่ๆ ก็เรียกเธอว่า Gaga ดังนั้นเธอจึงสบายใจที่จะให้คนอื่นๆ เรียกด้วยชื่อนี้มากกว่าที่จะเรียกว่า Lady นอกจากนี้เธอยังมีตัวตนอื่นๆ (Alter ego) ที่เธอสร้างขึ้นในอีกหลายเวอร์ชั่น เช่น Yüyi และ Jo Calderone เป็นต้น 

Cardi B

แร็พเปอร์ตัวแม่ผู้เขย่าวงการฮิพฮอพในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้มีชื่อจริงว่า Belcalis Marlenis Almánzar แต่เธอเลือกใช้ชื่อว่า Cardi B จากการนำชื่อเล่นในวัยเด็กของเธออย่าง Bacardi มาสลับตัวอักษรกัน โดยคำว่า Bacardi นี้มาจากชื่อแบรนด์เหล้ารัมชื่อดัง เนื่องจากว่าครอบครัวของเธอตั้งชื่อพี่น้องให้สอดคล้องกับชื่อแบรนด์เครื่องดื่มน้ำเมา น้องสาวของเธอเองก็มีชื่อว่า Hennessy ที่เป็นชื่อบรั่นดีเช่นกัน Cardi B จึงพยายามใช้ชื่อว่า Bacardi อยู่ในโซเชียลมีเดียหลายต่อหลายครั้ง ทว่าบัญชีผู้ใช้ก็ถูกลบไปอยู่เรื่อยๆ ซึ่งอาจจะด้วยเหตุที่มันเป็นชื่อของแบรนด์ เธอจึงจัดการสลับตัวอักษร แล้วก็เก็บตัว B ไว้ โดยให้เหตุผลว่า B อาจจะแปลว่าอะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเธอในแต่ละวัน บางวันอาจจะเป็น Beautiful (สวย) หรือ Bully (บูลลี่) ก็ย่อมได้เช่นกัน 

Nicki Minaj

อีกหนึ่งแร็พเปอร์ตัวแม่ผู้มีเรื่องราวเบื้องหลังของชื่อที่ไม่ธรรมดา และที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้นคือเธอไม่ชอบชื่อในวงการของตัวเองซะด้วย เหตุเพราะว่าชื่อเต็มของเธอคือ Onika Tanya Maraj แต่ค่ายแรกที่เธอเซ็นสัญญาด้วยนั้นอยากให้เธอใช้ชื่อในวงการว่า Nicki Minaj เพราะเรียกง่าย คล้ายกับคำว่า Maraj และติดหูกว่า แต่เธอกลับไม่ชอบคำว่า Minaj เพราะมันมีความหมายนัยยะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ มิหนำซ้ำเธอยังไม่ชอบเวลาที่คนรอบตัวหรือเพื่อนใกล้ชิดเรียกเธอว่า Nicki Minaj เพราะคำว่า Nicki Minaj เป็นแค่เพียงตัวตนใหม่ที่เธอสร้างขึ้นเพื่อเป็นศิลปินที่ทำผลงานและทำการแสดง ส่วนเวลาที่เธออยู่กับเพื่อน เธอก็อยากเป็นแค่ Onika ของเพื่อนๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แม้ตอนแรกเธอจะยืนกรานว่าไม่ชอบชื่อนี้จนมีปากเสียงกับบริษัท แต่ท้ายที่สุดเธอก็ต้องยอมรับมันและใช้ชื่อนี้ในเวลาต่อมา

Post Malone

อาจจะต้องบอกว่าที่มาชื่อของหนุ่ม Post Malone นั้นออกจะแตกต่างจากคนอื่นสักเล็กน้อย เพราะเขาได้มันมาจากการสุ่มชื่ออัตโนมัติบนเว็บไซต์สุ่มชื่อแร็พเปอร์ โดยเขาเปิดเผยกับสื่อว่า ตอนที่เขาอายุราวๆ 14 ปีแล้วเริ่มสนใจวงการแร็พก็เลยอยากจะมีชื่อที่ดูดีสำหรับการสร้างเทปเพลงของตัวเอง เขาจึงใส่ชื่อจริงของตัวเองอย่าง ‘Austin Post’ ลงในระบบสุ่ม แล้วระบบก็เสนอคำว่า Post Malone ขึ้นมา พอเห็นแล้วจึงรู้สึกว่าเป็นชื่อที่ใช่ เขาก็เลยตัดสินใจใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบันโดยที่มันเป็นแค่ชื่ออัตโนมัติที่เขาสุ่มมาเท่านั้นเอง

The Weeknd

แม้ศิลปินหนุ่มจากแคนาดาคนนี้ตั้งชื่อในวงการให้กับตัวเองว่า The Weeknd แต่ชื่อจริงของเขาคือ Abel Makkonen Tesfaye โดยเขาตอบคำถามในกระทู้ Q&A บน Reddit กับแฟนๆ ถึงที่มาของชื่อสุดแปลกของเขาว่าในตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นนั้นเขาออกจากการเรียนมัธยมเพื่อไปตามหาความฝันพร้อมกับขโมยฟูกที่นอนของพ่อแม่ติดไปนอนบนรถตู้ราวๆ 1 สัปดาห์ (Weekend) โดยที่ไม่กลับบ้านเลย และในขณะนั้นเขาก็ไม่ค่อยชอบชื่อของตนเองเท่าไรนัก เขาจึงเลือกใช้คำว่า The Weeknd โดยตัดตัว e ออก ด้วยเหตุจากลิขสิทธิ์ของชื่อที่ไปซ้อนทับกับวงดนตรี The Weekend ในประเทศแคนาดา และในที่สุดมันก็กลายเป็นสเตจเนมของเขาไปโดยปริยาย

Lil Nas X

ศิลปินชื่อดังเจ้าของผลงานเพลง Old Town Road และอัลบั้ม Montero ที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง Lil Nas X มีชื่อจริงว่า Montero Lamar Hill แต่แน่นอนว่าเขาต้องมีชื่อในวงการ เขาจึงเลือกใช้ Lil Nas X มาเป็นสเตจเนม เนื่องจากเป็นชื่อที่เขาชอบใช้บนอินเตอร์เน็ตมาก่อนหน้าที่จะเป็นศิลปิน โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่า “เมื่อฉันเริ่มทำดนตรี ฉันเริ่มคิดว่า ‘อยากทำไรที่มันดูสนุกๆ นะ ละแร็พเปอร์ทุกคนชอบมีคำว่า Lil Lil เต็มไปหมดด้วย แล้วถ้าฉันเป็น Lil Nas ล่ะ คงจะสนุกดีนะ ฉันก็เลยแบบ ‘เอาล่ะ ฉันจะเป็น Lil Nas’ แล้วฉันก็มาเติมตัว X ทีหลังน่ะ” 

Bruno Mars

Bruno Mars เปิดเผยในบทสัมภาษณ์ว่าในวัยเด็กเขามีชื่อว่า Peter Gene Hernandez แต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กเจ้าเนื้อและดูแข็งแรง คุณพ่อของเขาจึงเรียกเขาด้วยฉายา Bruno ตามชื่อนักมวยปล้ำคนดังในยุคนั้นอย่าง Bruno Sammartino ส่วนคำว่า Mars ที่ต่อท้ายนั้นมาจากที่เวลาสาวๆ ชอบแซวว่าเขาเป็นคนหลุดโลกอยู่หน่อยๆ เขาจึงเลือกคำว่า Mars ที่แปลว่าดาวอังคารมาต่อท้ายราวกับว่าเขามาจากที่อื่นที่ไม่ใช่โลกใบนี้นั่นเอง และในที่สุดชื่อนี้ก็กลายเป็นที่จดจำของแฟนเพลงทั่วโลกเลยทีเดียวล่ะ

Cover Photo Courtesy: ladygaga, dojacat, brunomars

Source: 1

เรื่อง: ภัทรณกัญ อนันเต่า

เรียบเรียง: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล

RELATED STORY

Queen-Elisabeth-II-actress-movie-tv-series
การสวมบทบาทของพระองค์ทำให้นักแสดงหญิงหลายคนคว้ารางวัลบนเส้นทางอาชีพนักแสดงมาแล้วหลายเวที

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.