I

Lifestyle

ส่อง 10 เมืองสวยหรูตรึงใจที่สายท่องเที่ยวสไตล์ลักชัวรี่ไม่ควรพลาด!

เที่ยวหรู อยู่สบาย พร้อมดื่มด่ำไปกับมนต์เสน่ห์ของเมือง
Share on facebook
Share on twitter
10-luxury-places-to-travel
10-luxury-places-to-travel

Lifestyle

Share on facebook
Share on twitter

ส่อง 10 เมืองสวยหรูตรึงใจที่สายท่องเที่ยวสไตล์ลักชัวรี่ไม่ควรพลาด!

เที่ยวหรู อยู่สบาย พร้อมดื่มด่ำไปกับมนต์เสน่ห์ของเมือง

เชื่อว่าเหล่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศคงตั้งตารอให้สถานการณ์โควิดทั่วโลกคลี่คลายสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ ซึ่งเราเชื่อว่าคงอีกไม่นานเกินรอเพราะหลายๆ ประเทศก็เริ่มฉีดวัคซีนกันอย่างครอบคลุมและเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามระหว่างที่รอเรายังสามารถส่องเมืองสวยๆ ทั่วโลกจรรโลงจิตใจเผื่อตั้งเป้าเป็นจุดหมายครั้งใหม่ที่จะทำให้หัวใจแห่งการเดินทางกระชุ่มกระชวยอีกครั้ง งานนี้แอลเลยรวบตึง 10 เมืองสุดหรูที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิตมาให้ชมกัน มาดูกันเลยว่าจะแต่ละที่จะต้องกำงบในมือไปเท่าไหร่บ้าง

Bora Bora Island, French Polynesia

เกาะโบราโบร่าเป็นหนึ่งในเกาะที่สวยที่สุดในโลก และได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งหมู่เกาะทะเลใต้ โดยเกาะนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เฟรนช์โปลินีเซีย ดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศสในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ น้ำทะเลที่นี่แทบจะมีสีฟ้าทุกเฉดสีเกินที่คุณจะจินตนาการออกเพราะเกาะแห่งนี้โดดเด่นตรงที่มีเกาะหลักอยู่ตรงกลาง และมีวงแหวนอยู่รอบนอก โดยวงแหวนด้านในที่เรียกว่าลากูนก็จะมีน้ำทะเลสีใส สีเขียว สีฟ้าตามความลึกของทะเลและองศาของแสงที่ตกกระทบบนผิวน้ำ นอกจากนี้ก็มีหาดทรายสีขาวนวลละเอียด มีไฮไลต์เด็ดอย่างการดำน้ำทั้งลึกและตื้น พร้อมทั้งมีกิจกรรมดำน้ำให้อาหารฉลามด้วย ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลและชายหาดที่สวยงามอย่างแท้จริง

ส่วนใครที่สนใจอยากจะไปว่ายน้ำในเกาะที่สวยที่สุดในโลกอย่างโบราโบร่าอาจต้องมีงบประมาณเริ่มต้นที่ 300,000 บาท โดยใช้มีค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ 200,000 บาท และค่าที่พักบนเกาะอีกคืนละ 15,000-80,000 บาท

Monte Carlo, Monaco

ว่ากันว่ามอนเตคาร์โลเป็นเมืองที่ร่ำรวยและหรูหราที่สุดในโลก เพราะเหล่าเศรษฐีต่างก็มาพักอาศัยหรือเล่นคาสิโนอยู่ที่นี่ ทั้งยังมีความงามด้านสถาปัตยกรรมบาโรกของพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ คาสิโน มีเรือยอร์ช์เทียบท่าอยู่เรียงราย รถซูเปอร์คาร์จอดอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนน และในช่วงเดือนพฤษภาคมพวกเขาก็จะเนรมิตทั้งเมืองให้เป็นสนามแข่งรถฟอร์มูลาวันในโปรแกรมโมนาโคกรังปรีซ์ ซึ่งถนนธรรมดาๆ ในเมืองมอนเตคาร์โลก็จะกลายเป็นสนามแข่งรถที่เหล่านักแข่งทั่วโลกอยากจะลองมาร่วมเข้าแข่งขันสักครั้ง แต่ถ้าหากคุณมาท่องเที่ยวในช่วงปกติ การเดินเล่นหรือนั่งจิบไวน์ชมวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็เป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลินเช่นกัน

สำหรับทริปโมนาโคจะต้องบินไปลงที่สนามบินที่เมืองนีซประเทศฝรั่งเศสก่อน จึงค่อยเดินทางต่อไปยังโมนาโค โดยมีค่าเดินทางไปกลับราวๆ 40,000 บาท ส่วนโรงแรมหรูในโมนาโคก็จะมีราคาราวๆ 10,000-25,000 บาทต่อคืน

Dubai, The United Arab Emirates

หากพูดถึงความหรูหราแล้วก็ต้องมีเมืองดูไบ ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เพราะที่นี่คือเมืองแห่งอภิมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยความล้ำสมัย ร่ำรวย และความยิ่งใหญ่ ซึ่งที่นี่ก็สามารถเลือกท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่นั่งรถจี๊บ ขี่อูฐกลางทะเลทราย ชมมัสยิดโบราณ ไปจนถึงสัมผัสประสบการณ์ความยิ่งใหญ่ตระการตาของตึกระฟ้า Burj Khalifa พักโรงแรมห้าดาว ช้อปสินค้าแบรนด์เนมในห้างสุดหรู บอกเลยว่าครบทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกสไตล์เลยล่ะ

นอกจากนี้ที่นี่ก็มีโรงแรม 7 ดาวที่ยื่นออกไปกลางทะเล และยังเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์เด่นของดูไบอย่างโรงแรม Burj Al Arab ซึ่งราคาในการเข้าพักที่นี่ก็จะเริ่มต้นที่ห้องละ 45,000 ไปจนถึง 200,000 บาทเลยทีเดียว

Cappadocia, Turkey

คัปปาโดเกียมีความหมายว่าดินแดนแห่งอาชาที่งามสง่า เพราะว่าเมืองนี้ในยุคเปอร์เซียนั้นเต็มไปด้วยม้าป่าที่ถูกนำไปออกรบ และยังมีเมืองถ้ำใต้ดินหลบภัยสงครามที่ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน เมืองคัปปาโดเกียแห่งตุรกีเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ไม่น้อยเพราะว่าที่นี่ก็ฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยเป็นเวลา 30 วัน โดยกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือการซื้อทริปขึ้นบอลลูนชมทัศนียภาพของคัปปาโดเกีย เข้าพักโรงแรมสไตล์ถ้ำ หรือนั่งบาร์รูฟท็อปชมวิวบอลลูนนับร้อยลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมถ่ายรูปสร้างคอนเทนต์ลงอินสตาแกรมสวยๆ ก็ได้เช่นกัน

ใครที่อยากจะไปท่องเที่ยวที่เมืองคัปปาโดเกียอย่างสบายๆ ควรมีระยะเวลาในการท่องเที่ยวราวๆ 2-4 วัน อาจจะใช้งบประมาณราวๆ 100,000 บาท โดยมีค่าตั๋วเครื่องบินไปยังเมืองคัปปาโดเกีย 40,000 บาท โรงแรมถ้ำระดับห้าดาวก็จะมีราคาต่อคืนประมาณ 18,000 บาท และอาจซื้อทริปขึ้นบอลลูนพร้อมแชมเปญอีกราวๆ 5,000 บาทต่อคน

Seychelles, the Republic of Seychelles

หมู่เกาะเซเชลส์แห่งสาธารณรัฐเซเชลส์ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียที่ประกอบด้วย 115 เกาะเล็ก และยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้เขียวชอุ่ม น้ำทะเลสีฟ้าใสสะอาด หาดทรายขาว ผู้คนเป็นมิตร เรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์สุดโรแมนติกสำหรับการฮันนีมูนของคู่รัก แม้กระทั่งเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ และดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เคท มิดเดิลตันก็ยังเลือกมาฮันนีมูนกันที่นี่ กระซิบว่าเซเชลส์ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยอีกด้วย สถานการณ์โควิดดีขึ้นเมื่อไรก็เตรียมเก็บกระเป๋าพร้อมบินได้เลย

ราคาในการเดินทางไปยังเกาะเซเชลส์เริ่มต้นที่ 30,000 บาท ส่วนโรงแรมระดับห้าดาวก็มีให้เลือกตามที่คุณต้องการโดยมีเรตราคาจาก 15,000 ไปจนถึง 100,000 บาท

Mauritius, the Republic of Mauritius

ถัดจากเซเชลส์มาไม่ไกลก็มีหมู่เกาะมอริเชียส โดยบริเวณรอบเกาะจะเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี หาดทรายสีขาวนวลให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นและอาบแดด พร้อมกับว่ายน้ำในท้องทะเลสีฟ้าใสราวกับคริสตัล และไม่ว่าคุณจะมีสไตล์การท่องเที่ยวแบบพักผ่อนอย่างสโลว์ไลฟ์ในโรงแรมสุดหรู หรือชอบการผจญภัย ที่นี่ก็มีกิจกรรมให้คุณเลือกมากมาย เช่น ดำน้ำชมปะการัง ตีกอล์ฟ ปั่นจักรยาน รวมไปจนถึงกิจกรรมกีฬาทางน้ำทุกประเภท และที่นี่ก็ฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย 60 วันอีกด้วย

งบประมาณคร่าวๆ ของการเดินทางไปพักร้อนที่มอริเชียสอย่างหรูหรานั้นเริ่มต้นที่ 100,000 บาทเป็นต้นไป โดยมีค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับราวๆ 50,000 บาท และค่าที่พักโรงแรมต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละซีซั่นที่คุณต้องการเดินทาง แต่โดยเฉลี่ยแล้ว โรงแรมที่มีชื่อเสียงก็จะมีราคาราวๆ 10,000 บาทต่อคืนเป็นต้นไป

Jaipur, India

นครสีชมพูชัยปุระ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถานแห่งประเทศอินเดีย ที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองสีชมพูเพราะว่าในอดีตผู้ปกครองเมืองชัยปุระต้องการสร้างความประทับใจให้กับเจ้าชายแห่งเวลส์จึงสั่งให้ประชาชนทาบ้านและอาคารสถานที่เป็นสีชมพู ที่นี่จึงมีชื่อเรียกเช่นนี้มาจนถึงปัจจุบัน

Instagram @rjphotography2149

นอกจากนี้ชัยปุระก็มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอีกหลายแห่ง ทั้งพระราชวังและโรงแรมเก่าแก่ และที่นี่ก็เป็นจุดหมายของคู่รักชาวอินเดียและนักท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะว่าเมืองชัยปุระมีพระราชวังที่รับจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่หรูหราให้กับคุณได้ในราคาที่คุ้มค่า โดยราคาสำหรับแขกราวๆ 200 คน รวมที่พัก อาหาร และงานเลี้ยงแล้วจะใช้เงินแค่เพียงล้านต้นๆ เท่านั้น หากใครต้องการจัดงานแต่งอย่างมหาราชา ชัยปุระสามารถให้คุณได้อย่างแน่นอน ส่วนถ้าใครไม่ได้สนใจอยากจะจัดงานแต่งงาน โรงแรมพระราชวังระดับห้าดาวที่เมืองชัยปุระก็มีราคาหลากหลายให้ได้เลือกเข้าพักโดยมีราคาตั้งแต่ 10,000 – 70,000 บาทต่อคืน

Instagram @theweddingstory_official

Nairobi, Kenya

เปลี่ยนสไตล์จากสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองมาเข้าป่า ทานอาหารเช้ากับยีราฟ พร้อมกับชมวิวทุ่งหญ้าสะวันน่าอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า นอกจากเราจะสามารถท่องโลกซาฟารีพบกับสัตว์มากมายของแอฟริกาแล้ว ที่เคนย่าก็มีโรงแรมหรูหราระดับห้าดาวมากมายให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อน แถมยังใกล้ธรรมชาติกันแบบสุดๆ ในระดับที่ว่าอาจจะเห็นม้าลายหรือยีราฟเดินผ่านห้องได้เลย ใครที่สนใจอยากจะไปพักผ่อนที่เคนย่าและทานอาหารเช้าร่วมกับยีราฟที่โรงแรม Giraffe Manor ก็จะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าโรงแรมเริ่มต้น 61,300 บาทต่อคืน และทริปท่องเที่ยวซาฟารีอย่างสะดวกสบายในราคาประมาณ 65,000 บาทต่อหนึ่งสัปดาห์

Sang Saa Private Island, Cambodia

ขยับเข้ามาใกล้เพื่อนบ้านเราสักเล็กน้อยกับประเทศกัมพูชา ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เพียงนครวัดหรือนครธม แต่ยังมีทะเลที่วิวสวยไม่แพ้ใครอย่างเกาะซองซาแห่งนี้เอง โรงแรมในเกาะซองซาสร้างขึ้นเมื่อปี 2012 โดยมีแนวคิดในการสร้างแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่พักทั้งหมดสร้างโดยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโรงแรมแห่งนี้ก็มีบริการกิจกรรมทั้งปิกนิก พายเรือคายัค ล่องเรือ ดำน้ำ คลาสโยคะ สระว่ายน้ำหน้าห้องพัก รวมไปจนถึงสปาที่ยื่นไปกลางทะเล เรียกได้ว่ามีทั้งความครบครัน ไฮเอนด์ และรักษ์โลกอีกด้วย ใครที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัวในการท่องเที่ยว เกาะนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว ส่วนราคาเริ่มต้นของที่พักแห่งนี้ก็จะเริ่มต้นที่คืนละ 53,000 บาท และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วง High Season 

Golden Eagle Trans-Siberian Express

เปลี่ยนจากสถานที่ท่องเที่ยวมาเป็นทริปเดินทางด้วยรถไฟกันบ้างกับรถไฟเส้นทางสายทรานไซบีเรียสุดพรีเมียมอย่าง Golden Eagle Trans-Siberian Express รถไฟเส้นทางนี้จะออกเดินทางจากเมืองวลาดิวอสตอคข้ามไปกรุงมอสโควที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของประเทศรัสเซีย และใช้เวลาประมาณ 15 วัน ผ่านสถานที่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองอูลันบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ทะเลสาบไบคาลที่เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก และเมืองอื่นๆ ในรัสเซีย พร้อมชมวิวธรรมชาติสุดอลังการสองข้างทาง

แพ็กเกจการเดินทางนี้จะราคาเริ่มต้นอยู่ราวๆ 600,000 บาทเป็นต้นไป ซึ่งราคานี้ก็จะรวมทริปสุดพิเศษในกรุงมอสโคว โรงแรมห้าดาวระหว่างการเดินทางในช่วงหยุดพักในแต่ละเมือง มีพนักงานดูแลและบริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมอาหารครบทุกมื้อปรุงโดยเชฟยอดฝีมือพร้อมกับวัตถุดิบสดใหม่จากแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์การเดินทางด้วยความเวอร์วังอลังการสักครั้งในชีวิต ก็ไม่ควรพลาดเลยล่ะ

ชมเส้นทางการเดินรถไฟในประเทศอื่นๆ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ Golden Eagle Luxury Trains ได้ที่นี่ https://www.goldeneagleluxurytrains.com/

Cover Photo Courtesy: doyoutravel, anastasia.hm

เรื่อง: ภัทรณกัญ อนันเต่า

เรียบเรียง: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล

Share on facebook
Share on twitter
Share on email