fbpx

I

Beauty

13 นิสัยที่ทำให้ผิวพัง เป็นสิว ริ้วรอยถามหา!

พฤติกรรมใกล้ตัวที่ใครก็เผลอทำ

13 นิสัยที่ทำให้ผิวพัง เป็นสิว ริ้วรอยถามหา!

พฤติกรรมใกล้ตัวที่ใครก็เผลอทำ
เคยไหม? จู่ๆ ผิวพัง สิวขึ้น ริ้วรอยถามหาแบบไม่มีสาเหตุ จนทำให้หลายครั้งเราไปโฟกัสที่ปลายเหตุ เช่น การเปลี่ยนสกินแคร์ การไปพึ่งหมอผิวหนัง จ่ายเงินแพงๆ แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นแบบเดิมอยู่ดี เราไปดูกันว่าต้นเหตุที่แท้จริงที่เกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัวมีอะไรบ้าง

1. เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนูแรงๆ

หลังล้างหน้าเสร็จ ใครใช้ผ้าขนหนูเช็ดเช็ดหน้าแรงๆ บ้าง? ถ้ายังเผลอทำอยู่.. หยุดซะ! เพราะมันถือเป็นการรบกวนชั้นผิว ทำให้ผิวระคายเคืองเป็นสิวได้ และยิ่งนานๆ ไปอาจทำให้เกิดริ้วรอยอีกด้วย แนะนำให้ใช้ผ้าที่ถนอมผิวซับเบาๆ แทน

2. กดสิวด้วยตัวเอง

เรื่องสิวนี่ไม่เข้าใครออกใคร บทจะเป็นก็เป็น พอเป็นขึ้นมามันก็คันมืออยากกดใช่มั้ยล่ะ? แนะนำว่าอย่ากดด้วยตัวเองถ้าไม่ชำนาญพอ เพราะการที่กดออกไม่หมดถึงตอจริงๆ จะยิ่งทำให้สิวอักเสบหนักกว่าเดิม ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบหัวแดงหรือสิวหัวช้าง แนะนำให้ใช้ยาแต้มสิวแทน ไม่ต้องไปจับไปบีบมัน ทำใจให้สบาย ไม่เครียด แล้วมันจะดีขึ้นเองจริงๆ
Tip* กรณีที่ผิวหน้าระคายเคืองจากแดด หรือ เป็นสิวอักเสบเยอะ แนะนำให้ใช้สกินแคร์ที่ช่วยปลอบประโลมผิวในช่วงนั้น และงดการขัด สครับ ผลัดผิวทุกรูปแบบ

3. ท้าคาง จับหน้าบ่อยๆ

View this post on Instagram

NYC, I missed you so much ????????

A post shared by Hailey Baldwin Bieber (@haileybieber) on

สาวๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ทำงานกับหน้าจอ นั่งติดโต๊ะไปนานๆ มักจะเผลอเท้าคางแก้เมื่อย ไม่ก็ใช้นิ้วปาดรองพื้นที่เมือกบนหน้าหลังผ่านมรสุมมาทั้งวัน ขอบอกเลยว่า มือนี่แหละ คือบ่อเพาะเชื้อโรคตัวดี พยายามตั้งทิชชู่ไว้ที่โต๊ะหรือถ้าติดเท้าคางมากๆ ให้หาผ้าเช็ดหน้าสะอาดสักผืนรองมือไว้แล้วค่อยเท้าก็ยังดี
ที่สำคัญ อย่าลืมทำความสะอาดแป้นคีย์บอร์ด เด็ดขาด! เพราะแป้นคีย์บอร์ดคือแหล่งรวมเชื้อโรคมากกว่าที่เราคิด เผลอๆ มากกว่าห้องน้ำซะด้วยซ้ำ เพราะห้องน้ำยังมีการเช็ด ฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดอยู่ตลอด ดังนั้น ควรจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดทุกวัน เพื่อสุขอนามัยที่ดี

4. ไม่เช็ดหน้าจอมือถือ

via GIPHY

อีกหนึ่งสิ่งที่เรามักมองข้ามกัน คือการไม่ทำความสะอาดหน้าจอมือถือ! ยิ่งยุคนี้ เราต่างกดจิ้มหน้าจอกันวันละเป็นสิบชม. ทั้งก่อนนอน เข้านอน หรือแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ! เพราะฉะนั้นทุกคืนก่อนนอน จงฆ่าเชื้อหน้าจอมือถือของตัวเองซะ อาจจะเป็นแอลกอฮอล์ขวดฟ้าที่เราคุ้นเคย หรือจะเป็นทิชชู่เปียกที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือโลชั่นก็ได้
Tip*: เทคนิคส่วนตัวของเอดิเตอร์คือ ใช้โทนเนอร์ชนิดน้ำที่ไม่มีส่วนผสมของโลชั่นหรือน้ำมัน เช็ดหน้าจอทุกคืนก่อนนอน บอกเลยว่าไม่ต้องไปเสียดายมัน เพราะสุดท้ายมือถือมันก็ต้องอยู่ใกล้ชิดกับหน้าเราเวลาใช้อยู่ดี

5. ไม่เปลี่ยนปลอกหมอน

via GIPHY

ลองนึกย้อนดูซิว่า ครั้งล่าสุดที่คุณเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนคือเมื่อไหร่? ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นประจำทุกอาทิตย์ก็ถือว่าดี ทำต่อไป แต่ถ้าจำไม่ได้จริงๆ.. วันนี้รีบกลับไปเปลี่ยนเถอะ ปลอกหมอนนี่คือภัยเงียบนะจ๊ะ ลองนึกภาพกัน กลางคืนหลังอาบน้ำ คุณลงสกินแคร์ที่หน้า ลงเซรั่มหรือน้ำมันบำรุงผม บางคนไม่เป่าให้ผมแห้งสนิทแล้วนอนทันที พอช่วงหลับฝันกลิ้งตัวไปมา น้ำมันจากผิว สกินแคร์ต่างๆ ตลอดจนน้ำมันจากสารพัดสิ่งที่ใส่บำรุงผม ก็ได้ซึมลงปลอกหมอนเป็นที่เรียบร้อย (นี่ยังไม่นับคนท่ีนอนน้ำลายยืดแบบไม่รู้ตัว) แล้วผิวหน้าของเราก็ต้องคลุกคลีกับสิ่งที่หมักหมมในปลอกหมอนทุกๆ วัน แค่คิดก็สยองแล้ว! ดังนั้น แนะนำให้เปลี่ยนทุกสัปดาห์เพื่อสุขอนามัยที่ดี หรือถ้าบางคนไม่ได้กลับมานอนที่บ้านบ่อย ก็อาจจะเลือกเปลี่ยนสัก 2 สัปดาห์ครั้ง ไม่ควรเกินกว่านี้

6. ทานอาหารเผ็ดจัด

via GIPHY

ใครเป็นสาวแซ่บที่ชอบทานอะไรแซ่บๆ ส้มตำพริก 10 เม็ด หรือ ก๋วยเตี๋ยวใส่พริกป่นรัวๆ ระวังนะคะ การที่เราทานอาหารรสเผ็ดจัด จะทำให้ร่างกายเรามีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่อร่างกายร้อน กลไกของมันคือการขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน ในขณะเดียวกัน ความร้อนมันจะไปกระตุ้นให้น้ำมันในผิวถูกขับออกมาอีกด้วย แล้วตัวน้ำมันนี่แหละ ที่เป็นตัวดักจับสิ่งสกปรก เชื้อโรคต่างๆ จนก่อให้เกิดสิวในที่สุด
ดังนั้น แนะนำให้ลดปริมาณความเผ็ดลง นอกจากจะเซฟผิวแล้วยังช่วยเซฟลำไส้อีกด้วย การทานเผ็ดมากๆ จะส่งผลเสียต่อทางเดินอาหารตั้งแต่ท้องเสีย บางรายก็ท้องผูก อาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อน ตลอดจนเป็นแผลในกระเพาะในที่สุด

7. ใช้เครื่องสำอาง สกินแคร์หมดอายุ

สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครที่ยังเสียดาย ใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ ที่หมดอายุอยู่บ้าง? หยุดเถอะ ด้วยรักและหวังดี บางคนอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร แต่จริงๆ แล้วการที่สารกันเสียในสกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่เราใช้หมดอายุนั้น จะกลายเป็นบ่อเพาะแบคทีเรียชั้นดีที่ทำให้ผิวติดเชื้อ เป็นผื่นแดงคัน เป็นสิว หรือบางรายที่ใช้อายไลเนอร์หมดอายุอาจเสี่ยงติดเชื้อที่ดวงตาได้
ข้อสังเกตง่ายๆ คือสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านหลังแพคเกจจิ้ง ตัว M นั้นหมายถึงจำนวนเดือนนั่นเอง เช่น 3M = มีอายุ 3 เดือน เป็นต้น
Tip*: แนะนำให้ติดสติกเกอร์หรือโพสต์อิตโน้ตเพื่อเตือนตัวเองว่าเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ เดือนไหน จะได้ไม่พลาด

8. ไม่ทาครีมกันแดด

จะวันแดดจัด แดดน้อย ฟ้าครึ้ม ลมฝน  หรือแม้กระทั่งอยู่ในที่ร่มที่มีแสงไฟสาดส่อง สิ่งที่สาวๆ จะลืมไม่ได้ก็คือ “ครีมกันแดด” การไม่ทาครีมกันแดดถือเป็นการเปิดทางให้ฝ้า กระ รอยคล้ำด่างดำ แวะมาเยือนสุดๆ ดังนั้น ทาเถอะค่ะ และการทาแต่ละครั้งควรจะใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วถึงจะเรียกว่าเพียงพอสำหรับการปกป้องผิว

9. ออกกำลังตอนหน้าแน่น

via GIPHY

ใครที่เป็นสายยิม สายเวิร์กเอาต์ที่แต่งหน้าไปออกกำลังทุกครั้งคงอ่านแล้วเฟล แต่นี่คือความจริง การออกกำลังในขณะที่หน้าแน่นด้วยเมกอัพจะยิ่งทำให้ “ผิวอุดตัน” ลองคิดง่ายๆ ในขณะที่เรากำลังเต้นฟาดๆ ในคลาสซุมบ้า หรือวิ่งสี่คูณร้อยบนลู่ รูขุมขนของผิวเราจะขยายตัวเพื่อระบายเหงื่อ ซึ่งนั่นหมายความว่า มันจะกักเก็บรองพื้น แป้ง สารพัดสิ่งที่เราโบกลงหน้าเข้าผิวไปด้วย และถ้าเราล้างหน้าไม่สะอาดเพียงพอ สิวอุดตันก็จะมาทักทายในที่สุด แนะนำว่าให้คลีนหน้าก่อนล้าง หรือถ้าตัดขาดจากเมกอัพไม่ได้จริงๆ ก็ให้แต่งเบาๆ แทน ส่วนคนที่ออกกำลังแบบเอาต์ดอร์ อย่าลืม ย้อนกลับไปอ่านข้อ 8 จงทาครีมกันแดดซะ

10. ใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์

ขึ้นชื่อว่าแอลกอฮอล์ บางคนอาจจะกลัว บางคนอาจจะเฉยๆ เพราะสภาพผิวหน้าไม่เคยสะทกสะท้านกับสิ่งใด ทั้งนี้ สิ่งที่ควรรู้คือประเภทของแอลกอฮอล์ วงการเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ต่างๆ ได้มีการหยิบนำแอลกอฮอล์ไปใช้หลักๆ อยู่ 2 ประเภท
1. กลุ่มแอลกอฮอล์ทั่วไป ที่ไม่เป็นผลดีต่อผิวนัก เช่น Ethanol, Denature, Methanol, SD, Benzyl เป็นต้น สารเหล่านี้จะทำให้ผิวแห้ง อ่อนแอ ระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย 
2. กลุ่มแอลกอฮอล์แบบไขมัน ที่ถือว่าปลอดภัย เช่น Glycol, Cetyl, C12-16, Stearyl เป็นต้น 
เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ลองพลิกฉลากอ่านส่วนผสมกันสักนิดเพื่อความปลอดภัยต่อผิวตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนผิวแพ้ง่าย ควรจะข้ามสกินแคร์ที่ม่ีแอลกอฮอล์ไปเลย เพราะขึ้นชื่อว่าแอลกฮอล์ อย่างไรก็ส่งผลต่อผิวอยู่ดี โดยมันจะไปทำลาย เกราะคุ้มกันผิว (Skin barrier) เมื่อเกราะคุ้มกันผิวอ่อนแอ มันก็จะทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย เป็นรอยแดง ลอก อักเสบ และเป็นสิวในที่สุด

11. ขัดผิว ผลัดเซลล์ผิวบ่อยไป

การสครับหน้าหรือผลัดเซลล์ ถือเป็นดาบสองคม ถ้าทำบ่อยๆ ไม่ดีแน่ เพราะการไปรบกวนชั้นผิวบ่อยๆ จะทำให้ผิวระคายเคือง ลอก อักเสบ แสบไหม้ รอยสิว รอยแดงถามหาแน่นอน แล้วแค่ไหนที่เรียกว่าพอดี? หากเป็นสครับ แนะนำให้ทำ 1-2 สัปดาห์ครั้ง ส่วนใครที่ใช้เจลผลัดเซลล์ผิวต่างๆ ควรจะทำเพียงเดือนละ 1-2 ครั้งเป็นพอ หรือต้องดูเป็นคำแนะนำของแต่ละแบรนด์ที่เลือกใช้เป็นเคสไป เพราะบางตัวอาจจะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ

12. ไม่ล้างแปรงแต่งหน้า

via GIPHY

เราจะแต่งหน้าทุกวันก็ได้ แต่เราจะใช้แปรงเดิมโดยไม่ล้างสักวันไม่ได้ เราเข้าใจ ว่าการล้างแปรงแต่งหน้าทีหนึ่งคือดูดพลังขั้นสุด เสียเวลาเป็นชั่วโมง แต่ขอให้อดทนทำเถิดจะเกิดผล เดี๋ยวนี้เรามีนวัตกรรมที่ช่วยล้างแปรงมากมาย ตั้งแต่ยางซิลิโคนที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขัดแปรงตลอดจนเครื่องล้างแปรงที่ราคาแรงหน่อย แต่ถ้าใช้ระยะยาวก็คงคุ้มและทุ่นแรงไปได้เยอะ ลองหันมาล้างแปรงสัปดาห์ละครั้ง หรือเต็มที่คือ 15 วันครั้ง เพื่อผิวอันสวยงามของเรา

13. เครียด หรือ นอนน้อย

via GIPHY

ในยุคที่การแข่งขันสูง เราทำงานกันแบบเข้มข้น บ้างก็ทำนอกเวลาจนอนหลับอดนอน ไหนจะเจอเรื่องที่ทำให้เครียดไม่เว้นแต่ละวันอีก สองสิ่งนี้ จะทำให้ร่างกายของเราหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งมีผลต่อร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงผิวพรรณอีกด้วย เคยสังเกตไหมว่า เวลาเครียดๆ สิวจะขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะร่างกายเรามันจะขับน้ำมันออกมามากกว่าปกติ หรือบางคนอาจจะมีความอยากอาหาร ทานเยอะผิดปกติ โดยเฉพาะของหวาน หรือวันไหนที่นอนน้อยมากๆ ผิวหน้าจะดูโทรมห่อเหี่ยว อิดโรย นี่แหละ คือเหตุผลที่เราควรพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ ปล่อยวางจากความเครียดต่างๆ ให้ได้ ลองอะไรที่ทำแล้วผ่อนคลายบ้าง เช่น การดูซีรี่ส์ การออกกำลังกาย ไปสปา ไปคาเฟ่น้องหมาแมว (กรณีที่คุณรักสัตว์) อย่าแบกรับทุกอย่างในชีวิตไว้จนมันทำร้ายตัวเอง อย่ากังวลถึงวันพรุ่งนี้ เพราะพรุ่งนี้มันก็มีเรื่องของวันพรุ่งนี้ให้คิดอยู่แล้ว Sources: (1) (2)
Cover Photo Courtesy: cuneytsevenn, melanycecilia

RELATED STORY

111skin_V02
คุ้มค่าทุกเม็ดเงิน ผลลัพธ์ผิวสวยที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ
brightening-boostercover
พร้อมแนะนำสกินแคร์ชิ้นเด่นที่ช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใสเนียน
blush-nails-trend
เทรนด์เล็บปัดแก้มละมุนที่ทำเองได้ไม่ยาก

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.