fbpx

I

In the mag

ย้อนชม 75 ปีแห่งตำนานความงามของนิตยสารแอล

เกิดอะไรขึ้นในโลกแห่งความงามตั้งแต่ปี 1945 จนถึง 2020

ย้อนชม 75 ปีแห่งตำนานความงามของนิตยสารแอล

เกิดอะไรขึ้นในโลกแห่งความงามตั้งแต่ปี 1945 จนถึง 2020

75 YEARS OF BEAUTY IN ELLE

เกิดอะไรขึ้นในโลกแห่งความงามบ้างนับตั้งแต่ Bettina Graziani ปรากฏโฉมอันโฉบเฉี่ยวในนิตยสารแอลเมื่อปี 1945 มาจนถึงสัดส่วนอันโค้งเว้าของ Ashley Graham ในปี 2020 ที่ถ่ายทอดถึงจิตวิญญาณอันเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์ทั้งปวง?

75 ปีแห่งตำนานความงามของนิตยสารแอล

นับเป็นเวลา 75 ปีแล้วที่ศาสตร์แห่งความงามมีส่วนเกี่ยวข้องในวิถีชีวิตและแนวคิดด้านความงามของผู้หญิงนิตยสารแอลได้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างผู้หญิงมาโดยตลอดเพื่อปลดแอกมาตรฐานความงามยุคเก่าๆให้ผู้หญิงทุกเชื้อชาติรูปร่างภาษาและอายุเกิดความรักและภูมิใจในความงามของตัวเองโดยปราศจากการยึดถือเอาแบบแผนความนิยมเป็นตัวกำหนด

Beauty for All ความงามเพื่อหญิงสาวทุกคน

75 ปีที่ผ่านมาเราได้ปฏิวัติจุดยืนในสังคมของผู้หญิง โดยเฉพาะในแง่ของความงามและแฟชั่นซึ่งจากประวัติศาสตร์ถือเป็นหนึ่งในการแสดงออกถึงพลังของสตรีเพศ ความงามเป็นสิ่งไร้ประโยชน์งั้นหรือ? ไม่ใช่แน่นอน! หลักฐานตีแผ่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์นับครั้งไม่ถ้วนว่าความงามและความเย้ายวนทางเพศได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใดๆขึ้นก็ได้พวกเราเข้าใจในประเด็นนี้ดีกว่าใครว่าผู้หญิงเราสามารถเลือกเส้นทางชีวิตและวิถีของตัวเองผ่านทางรูปลักษณ์ได้จริง
นักเขียนความงามของเราซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญทั้งพี่สาวคนสนิทให้กับผู้อ่าน ได้ยืนหยัดอยู่บนเป้าหมายที่ต้องการให้ผู้หญิงทุกคนได้ปลดเปลื้องตัวเองออกจากความรู้สึกผิดว่าดีไม่พอหรือสวยไม่พอ แล้วลุกขึ้นมาท้าทายต่อมาตรฐานความงามอันคร่ำครึ “พวกเราได้สรรค์สร้างวิธีการในการบอกเล่าเรื่องราวความงามด้วยน้ำเสียงอันสนุกสนานและสดใหม่ เพื่อถอดรหัสกลยุทธ์ทางการตลาดของแวดวงธุรกิจนี้ที่รุ่งเรืองมาช้านาน” Elisabeth Martorell บรรณาธิการความงาม นิตยสารแอล ประเทศฝรั่งเศสกล่าว “โดยพยายามรักษาความตั้งใจดั้งเดิมตั้งแต่แรกเริ่มเอาไว้เสมอ นั่นคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้อ่าน”

THE YEARS 1945-50: ยุคสมัยแห่งการเรียนรู้เพื่อความสวย

นิตยสารแอลฉบับปฐมฤกษ์ถูกตีพิมพ์และวางขายในปี 1945 ซึ่งเป็นยุคสิ้นสุดสงครามมาหมาดๆ บรรดาผู้หญิงในยุคนั้นล้วนแต่ถวิลหาในสิ่งที่ใกล้เคียงกัน นั่นคือการได้ใช้ชีวิต การมีสิทธิเลือกตั้ง และการแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูสวยน่ามอง! พวกเธอล้วนใฝ่ฝันถึงความงามอันหรูหราแบบดาราฮอลลีวู้ด และเกิดคำถามที่น่าสนใจว่า “ความงามนั้นถูกสงวนไว้สำหรับคนรวยเท่านั้นหรือ?” แต่ไม่ใช่สำหรับ Hélène Lazareff  (ผู้ก่อตั้งนิตยสารแอล) เจ้าของแนวคิดเรื่องความสวยที่ออกแนวชิลๆ เธอได้วางรากฐานแนวคิดในปี 1945 ว่า “เลือกในสิ่งที่เหมาะกับเรา ไม่ต้องไปตามกระแสแฟชั่นจนเหมือนคนตาบอดที่เดินงงๆ ให้หมาจูงไปทุกที่ ซึ่งนั่นแหละคือความหรูหราในรูปแบบใหม่”
โดยแอลได้เป็นผู้นำแนวคิดในปี 1945 ด้วยว่า “ให้โยนแฮร์พีซทิ้งไปซะ ตัดผมให้มีความยาวปานกลาง และไม่ต้องมีวอลูมฟูฟ่องหรอก แค่แปรงผมเพื่อจัดแต่งทรงให้ดูเรียบร้อยและเงางามเท่านั้นพอ แล้วแต่งหน้าเบาๆแต่สวยแบบพอดี นั่นละเพอร์เฟ็กต์!” และอีกหนึ่งคำแนะนำในปี 1947 ที่ยังคงใช้ได้ดีจวบจนทุกวันนี้คือ “พวกเราทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้”

THE ’50S: รูปแบบความงามเพื่อสตรีเพศทุกคน

เพศหญิงคือเพศแม่ และความเย้ายวนมันอยู่ตรงนี้แหละ แอลได้สอดแทรกแนวคิดของสตรีเพศอันน่ารื่นรมย์เหล่านี้ผ่านทางภาพของเหล่านางแบบอย่าง Bettina Graziani และ Sophie Litwak ภาพลักษณ์ของนิตยสารดูจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นในปี 1951 เมื่อได้สาวสวย Brigitte Bardot มาปรากฏโฉม พวกเราล้วนอยากได้เอวคอดๆแบบเธอ อยากแต่งตาเหมือนเธอ อยากได้ลุคที่ดูสดใหม่แบบเธอ และแอลยังได้นำเสนอรูปแบบเนื้อหาที่แตกต่างแหวกแนว เช่น ‘ความงามในราคาเบาๆ’ ‘การดูแลผิวอย่างง่ายๆ’ ‘การแต่งหน้าแบบน้อยแต่สวย’ อย่างสม่ำเสมอ และในปีเดียวกันนั้นเราก็เริ่มมีการพูดถึงสิ่งต้องห้ามในแวดวงความงาม อย่างการเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมความงาม เช่น การเสริมจมูก เป็นต้น…เป็นอย่างไร? ล้ำไหมล่ะ?

THE ’60S: ฉีกกฎตามบริบทสังคมสู่ ‘พลังแห่งสตรีเพศ’

เด็กรุ่นใหม่เริ่มสนใจและใฝ่ฝันอยากสวยแบบเป็นธรรมชาติมากขึ้นแบบลุคริมทะเล อยากปล่อยผมสยายและมีเรือนร่างสีแทนสวย แอลจึงได้บอกวิธีสร้างผิวแทนให้กับผู้หญิงทุกวัยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอยหลังการอาบแดด ส่วนในแง่ของเมกอัพแอลยังได้เฉลิมฉลองผลิตภัณฑ์สุดล้ำอย่างมาสคาร่าชิ้นแรกของโลก (Elizabeth Arden Long Lash) Twiggy บนหน้าปกนิตยสารในปี 1967 รวมถึง Francoise Hardy, Jane Birkin และ Jean Seberg กับทรงผมแบบเด็กผู้ชาย ทำให้แนวคิดเรื่องพลังแห่งสตรีเพศถูกตีความใหม่ขึ้น “ไม่ต้องไปถามใครว่าควรไว้ผมยาวหรือสั้น เลือกทรงที่เหมาะกับเราที่สุดนั่นละ” เช่นเดียวกับในช่วงต้นปี 1969 ที่มีคอลัมน์เบื้องหลังการถ่ายทำศัลยกรรมความงาม การเลือกเป็นตัวเองอย่างอิสระคือหนึ่งในไอเดียอันแปลกใหม่สำหรับทุกคน โดยมีแกนนำเป็นแบรนด์ห้องเสื้ออย่าง Yves Saint Laurent และ Emanuel Ungaro ผู้เผยว่า “เบื่อเต็มทีแล้วกับการที่ผู้หญิงต้องขวยเขินกับเรียวขา หัวเข่า บั้นท้าย และหน้าอกของตัวเอง” นั่นละจ้า! โลกเปลี่ยน!

THE ’70S: เส้นทางสู่ความงามอย่างเป็นธรรมชาติ

ผู้หญิงในยุคนั้นเริ่มที่จะสบายใจในการแต่งตัวโชว์เนื้อหนังทำให้ตัวเองดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่าความงามควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในหลักการประชาธิปไตยด้วยหรือไม่? นิตยสารแอลได้ทำเนื้อหาต่างๆที่ท้าทายต่อแนวคิดขนบเดิมๆ เช่น ‘ทรงผมหลังอาบน้ำ’ ในปี 1970  ‘ใช้ชีวิตอย่างงดงามแม้ไม่สวยเพอร์เฟ็กต์’ ในปี 1973  ‘อาบแดดในหน้าหนาว’ ปี 1974 ‘จะไปแซ่บคืนนี้เหรอ? แต่งสวยในแบบของคุณเองสิ’ ในปี 1978 และตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมาคือช่วงยุคที่การเปลือยอกตามชายหาดถือเป็นเรื่องยอดนิยม ผู้หญิงจึงหันมาใส่ใจดูแลความงามบริเวณนี้กันเป็นพิเศษ และยังรวมถึงความแปลกใหม่ในการแต่งหน้า ‘ความสร้างสรรค์ของเมกอัพไม่ควรถูกกักขังไว้โดยแนวคิดเชยๆ’

THE ’80S: ความงามอันแข็งแกร่ง

ผู้หญิงยุคนี้คือเริ่มเป็นผู้หญิงแถวหน้ากันมากขึ้น และแน่นอนว่าพวกเธอยังอยากดูสวยน่าดึงดูดใจด้วย การเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งเก่งจึงเป็นสุดยอดอุดมคติของผู้หญิงทุกคน เหล่าท็อปโมเดลได้กลายเป็นหนึ่งในไอคอนคนสำคัญเมื่อพูดถึงสไตล์อันสวยเก๋ล้ำสมัยอย่าง Elle Macpherson (ปรากฏโฉมบนปกแบบเปลือยอก ผมปลิวสยายเป็นธรรมชาติ เสื้อเชิ้ตผูกไว้ที่สะโพกแบบหลวมๆในปี 1987), Cindy Crawford, Stephanie Seymour และ Yasmin Le Bon คือหนึ่งในเหล่านางแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งยุค นิตยสารแอลได้กลายเป็นนิตยสารที่มีเวอร์ชั่นสำหรับผู้อ่านทั่วโลกภายในเวลาสั้นๆ อย่างเวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา (1985), รัสเซีย (1996), สเปน (1986), อิตาลี (1987), จีน (1988), ไทย (1994) และอินเดีย (1996)
ในขณะที่แนวคิดเรื่องความงามเริ่มมีการผสมผสานของแต่ละชาติอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น Grace Jones ซึ่งดูทรงพลังมากบนปกปี 1983 เช่นเดียวกับ Carla Bruni และ Naomi Campbell ก็ขึ้นปกแอลในช่วงปีนั้นด้วยเช่นกัน และขึ้นชื่อว่าเป็นยุค ’80s ยุคทองของส่วนโค้งเว้าที่แท้จริง ในแวดวงเครื่องสำอางกรดผลไม้เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในแง่ของประสิทธิภาพเพื่อผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกเลยทีเดียวที่ความงามยังคงเป็นที่พูดถึงในผู้หญิงวัย 40 และ 50 (ศัลยกรรมความงาม: วัยไหน ราคาเท่าไร ในปี 1984)

THE ’90S: กลับคืนสู่ความนิยมในสตรีเพศอีกครั้ง

เป็นยุคที่ผู้หญิงใฝ่ฝันและพยายามที่จะใช้ชีวิตอย่างสมดุล พวกเธอพยายามอย่างมากที่จะประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน Kate Moss, Linda Evangelista และ Claudia Schiffer คือสาวๆที่เขย่าโลกความงามในยุคนั้น แอลได้ค้นพบและเดบิวต์นางแบบสุดเซ็กซี่อย่าง Laetitia Casta ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเซ็กซี่ไอคอนของสาวๆในยุคนั้น นิตยสารแอลจากหลากหลายเวอร์ชั่นทั่วโลกยังได้รวบรวมและเชิดชูสาวงามแบบไร้พรมแดนอย่างเวอร์ชั่นอิตาลีที่มี Monica Bellucci เวอร์ชั่นสโลวาเนียก็มี Natalia Vodianova ฯลฯ

ในขณะที่ฉบับพิเศษเรื่องหน้าอกหน้าใจได้ยกย่องและปลุกกระแสความ ‘คลั่งไคล้ในหน้าอกกลมกลึง’ อีกครั้งในอีกปีต่อมา ในส่วนของเมกอัพเรานำเสนอเมกอัพและรองพื้นที่มีนวัตกรรมอันหลากหลาย อย่างเช่นเทรนด์รองพื้นซิลิโคนที่ช่วยเบลอผิวให้สวยเนียนไร้ที่ติอย่างเป็นธรรมชาติด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบ แชมพูแบบ ‘2-in-1’ คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างเสียงฮือฮาและทำให้ชีวิตของสาวๆนั้นง่ายและเร็วขึ้น ในยุคนั้นการทำศัลยกรรมคือประเด็นยอดนิยม ดูอย่างคอลัมน์ ‘ว่าด้วยการทำศัลยกรรมความงาม: 50 คำถามที่ต้องตอบก่อนตัดสินใจรับมีดหมอ’ในปี 1997 หรือจะเป็น ‘เราควรเชื่อในปาฏิหาริย์การแพทย์ไหมนะ?’ ในปี 1999

THE 2000S: สรรเสริญความงามในทุกรูปแบบ

ศตวรรษใหม่ได้นำพาความมิกซ์แอนด์แมตช์มาสู่ปวงชน ชาวโลกต่างเริ่มเฉลิมฉลองในการผสมผสานที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่นเดียวกับแอลที่เฉลิมฉลองความงามในหลากหลายรูปแบบ อย่าง Jourdan Dunn โมเดลสาวผิวสีที่มอบนิยามความงามใหม่ให้กับผมทรงแอฟโฟรในปี 2007 สาวแอลต่างไม่กลัวที่จะเปิดเผยตัวตนของตัวเองแบบไร้ขอบเขต นิตยสารฉบับเฉลิมฉลอง ‘ชัยชนะของส่วนโค้งเว้า’ ในปี 2003 หรือ ‘แอตติจูดใหม่แห่งความเซ็กซี่: อวดส่วนโค้งเว้าของเราซะ!’ ในปี 2007 และ ‘พอไหมกับเสื้อไซซ์ศูนย์’ นิตยสารแอลได้หักล้างทุกทฤษฎีความงามมาโดยตลอดอย่างไม่หยุดยั้ง

ในปี 2000 ‘กระแสคลั่งไคล้ในประสิทธิภาพของโบท็อกซ์’ ในปี 2002 ‘จะจิ้มโบท็อกซ์หรือยกหน้าใหม่: สาวๆเหล่านี้ดูดีตามวัยได้อย่างไร’ ในปี 2007 ‘ต่อต้านริ้วรอย: เลเซอร์คือกระแสใหม่แทนที่โบท็อกซ์’ ในปี 2008 เรียกว่าเป็นยุคทองของการทำศัลยกรรมความงามเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมล้ำๆอย่างการสังเคราะห์สร้างเอนไซม์ผิวขึ้นใหม่ รองพื้นแบบใหม่ที่ใช้เม็ดสีเบลอผิวแบบซอฟต์โฟกัส ไปจนถึงบีบีและซีซีครีม “แวดวงความงามคืออุตสาหกรรมอันทรงพลัง ขับเคลื่อนโดยการตลาดที่ทั้งชาญฉลาดและล่อตาล่อใจ” อลิซาเบธกล่าว

THE 2010/20S: ทลายทุกกฎของขอบเขตความงาม

แทบทุกสิ่งที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นประเด็นความงามถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่เสียสิ้นไม่ว่าจะเป็นจมูกยื่นผิวหน้ามีริ้วรอยบั้นท้ายดินระเบิดหรือแม้กระทั่งผมสีเทาทุกอย่างล้วนงดงามทั้งสิ้นนิตยสารแอลเชื่อมั่นและต่อสู้เพื่อความเป็นเอกเทศความพอใจส่วนบุคคลและพลังในตัวผู้หญิงทุกคนความหลากหลายนั้นฝังอยู่ในหลากหลายรูปแบบทั้งวัฒนธรรมเพศสภาพและวัยวุฒิ

พูดง่ายๆคือผู้อ่านแอลมีความปรารถนาที่อยากจะดูสมบูรณ์แบบน้อยลง แต่มีความสุขกับตัวเองมากขึ้น เช่นเดียวกับกระแสบั้นท้ายไซซ์ XXL ของ Kim Kardashian และ Beyoncé ที่รณรงค์อย่างสม่ำเสมอให้ผู้หญิงเราหันมารักตัวเองในแบบที่เราเป็น นิตยสารแอลยังได้ทำคอลัมน์ส่งเสริมแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง เช่นในปี 2011 กับ ‘12 วิธีสู่การรักตัวเองให้มากขึ้น’ และปี 2014 ‘หลักการใหม่แห่งความงามอันยั่งยืน’

และแน่นอนเป็นอีกหนึ่งยุคสมัยที่มนุษย์เราต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นพร้อมๆกับที่การระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้เกิดวิกฤตไปทั่วโลก แบรนด์ความงามต่างๆจึงริเริ่มแนวคิดเรื่องความงามแบบออร์แกนิก คือใช้ผลิตผลท้องถิ่นและทำจากพืชล้วนๆ “ตั้งแต่ปี 2010 เราได้ลองสำรวจแบรนด์ต่างๆที่มีเพิ่มมากขึ้น เปรียบเทียบกันระหว่างแบรนด์ออร์แกนิกและไม่ออร์แกนิก พินิจพิเคราะห์เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และจุดประเด็นเรื่องความงามสายเขียวทั้งในแง่หลักจรรยาและประสิทธิภาพต่างๆ” โดยอลิซาเบธได้ตั้งข้อสรุปว่า “ความหรูหรามาในรูปแบบของนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคตอาจมีอะไรที่เฉพาะเจาะจงเข้าไปอีกในแวดวงความงาม ที่อาจส่งเสริมเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมและช่วยให้ผู้คนมีความสุขกับตัวเองได้มากขึ้นก็เป็นได้” ผู้เขียน: Dorothee Werner 
แปล:
พรประทาน ชัยกรโกศล
เรียบเรียง: มัลลิกา บุญยืน
Photographer: Jean Chevalier, Clair & Jean-Francois, Courtesy of the Brand

RELATED STORY

Pond-Ponlawit-ELLE-September-2022
เผยมุมมองและบทเรียนชีวิตของหนุ่มปอนด์ผ่านบทบาทล่าสุดในซีรี่ส์ 'เส้นลองจิจูดที่ 180 องศาลากผ่านเรา'
Thanaerng-ELLE-September-2022
เคยคิดแค่ว่าอาจจะมีวันหนึ่งที่เราเดินออกมา แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่เขาเดินจากเราไปก่อน
TYTAN-411music-elle-august-2022
ไทแทนเดบิวต์อย่างครบเครื่องเมื่อทั้งร้อง เต้น แต่ง และเล่นดนตรีมาแล้วเกินครึ่งชีวิต

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.