fbpx

I

Frontman

อ่านชีพจรชีวิตในจังหวะ “สามนาที สี่อารมณ์” กับขวัญใจเหล่านุช เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร

รู้จักตัวตนที่แท้จริงกับ #ELLEMENfrontman คนล่าสุดของเรา

อ่านชีพจรชีวิตในจังหวะ “สามนาที สี่อารมณ์” กับขวัญใจเหล่านุช เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร

รู้จักตัวตนที่แท้จริงกับ #ELLEMENfrontman คนล่าสุดของเรา
“เรียกได้ว่า วอร์เทกซ์ เลยก็ได้ครับ” เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร เปรียบเทียบการเป็นนักร้องตลอด 15 ปีของเขาให้เห็นภาพอย่างชัดเจน เพราะชีวิตของ เป๊ก ผลิตโชค ไม่ได้เป็นแค่ Life of Rollercoaster ธรรมดาๆ อย่างที่ใครๆ ชอบเปรียบเปรย แต่จังหวะชีวิตของเขามีทั้งขึ้นจุดสูงสุด และดิ่งฮวบราวกับตกเหว แบบเดียวกับการขึ้นรถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านผาดโผนขนาดมหึมาติดอันดับ 1 ใน 2 ของโลก อย่างเครื่องเล่น Vortex ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากความจริงแต่อย่างใด เพราะนักร้องหนุ่มคนนี้เผชิญทั้งความสำเร็จและความหวังมาแล้วแบบครบรส
ต้องยอมรับว่า แม้ เป๊ก ผลิตโชค จะแจ้งเกิดอย่างงดงามจากเพลง ไม่มีใครรู้ ในอัลบัม One ผลิตโชค เมื่อปี 2548 แต่ชื่อของเขาก็ยังคงไม่ได้เป็นนักร้องที่เสียงดีที่ทุกคนรู้จัก แต่ไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ตลอดระยะเวลาเป็น 10 ปี แม้เขาจะรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ หรือเกือบถอดใจหลายหน ผลิตโชคก็ยังคงเดินหน้าร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาเยือน ในวันที่เขาถอดหน้ากากจิงโจ้ออกกลางรายการ The Mask Singer เมื่อปี 2560 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเขามาก่อน อย่างการมีเหล่านุชแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น การได้ทำเพลงตามใจตัวเเอง และการได้กวาดเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าระดับแถวหน้ามาครองหลายต่อหลายตัว ก็อยู่คู่กับผลิตโชคมานานกว่าสามปีแล้ว
ราวกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง และเหมือนกับการเดินทางครบรสตลอด 15 ปีนี้ เป็นเพียงปฐมบทและของไตรภาคแห่งชีวิต ที่เขาเองก็ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในทุกวันไม่ต่างกับคนอื่น ดังนั้น นอกจากคอนเสิร์ตใหญ่ฉลองครบรอบ 15 ปีที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 และ 16 สิงหาคม 2563 ที่อิมแพค อารีนา ตอนนี้เป๊กกำลังจดจ่ออยู่กับการทำเพลงใหม่ห้าเพลง ที่จะอยู่ใน Digital Album ชุดแรกของเมืองไทย โดยมี แทน-ธารณ ลิปตพัลลภ หรือ แทน Lipta รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ช่วยควมคุมทิศทางเพลงให้ฟังแล้ว Easy ขึ้นกว่าเดิม
“ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เพิ่งมีอัลบัมเดียวอย่าง The Butterfly ไปเมื่อปีที่แล้ว และก็ได้ทำอัลบัมดิจิทัลต่อในปีนี้ โดยอัลบัมนี้จะมีทั้งหมดห้าเพลง เป็นแนวเพลงแบบ Easy Listening มากขึ้น เปรี้ยวๆ เฉี่ยวๆ จนอาจจะฟังแล้วซับซ้อนเกินไปทั้งในแง่ของดนตรีและเนื้อหา ทำให้แม้การตอบรับดีในระดับหนึ่ง แต่เสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่าเพลงของผมฟังยาก ชุดนี้ผลเลยคุยกับพี่แทนว่าอยากลองหาวิธีอะไรก็ได้ที่จะทำให้คนเข้าถึงเพลงของเราได้มากขึ้น จึงมาสรุปตรงการใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้นและใส่ความป๊อปลงไปในเพลงให้มากขึ้น คิดว่าน่าจะครอบคลุมกลุ่มคนฟังทั้งประเทศได้มากกว่าเดิม”
ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ในการทดลองจังหวะของทั้งคนทำเพลงและคนฟังเพลงว่าจะจูนเข้าหากันได้ไหม เพราะเปีกรู้ตัวดีว่าเขาแจ้งเกิดจากเพลงสุดป๊อป ก่อนจะเริ่มเทส่วนผสมใหม่ๆ ใส่ลงไปในเพลงอย่าง โทษที่เอาแต่ใจ (Sorry), นี่แหละความรัก (This is love), I’m OK You are Real, Lonely Night ฯลฯ ที่แปลกใหม่แต่ไม่ติดหู ดังนั้น ในปีนี้เขาจึงขอทดสอบดูอีกสักครั้งว่า ท่วงทำนองป๊อปฟังสบายจะได้ใจกลุ่มคนฟังในวงกว้างขึ้นหรือเปล่า เพราะแม้จะดีกรีเป็นถึงคุณหลวงผลิต ที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็เป็นกระแสติดเทรนด์ทวิตเตอร์ โดยมีเหล่านุชเป็นกองหนุนสำคัญ แต่ชีวิตก็ไม่มีอะไรแน่นอน และเขาเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร
“สำหรับทุกอย่างที่ผมทำในตอนนี้ ผมคิดแค่ว่าทำตอนนี้ให้ดีที่สุดไปก่อน ส่วนอนาคตยังไม่แน่ใจ เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกก็ได้ จริงๆ แล้วผมเป็นคนประเภทสามนาที สี่อารมณ์ คือเปลี่ยนใจเร็วมาก แต่ถ้าอยากลงมือทำอะไรต้องทำทันที และทำออกมาให้ดีที่สุด ดั้งนั้น ผมอาจจะเปลี่ยนใจ ไม่อยากทำแบบนี้แล้วก็ได้ในอนาคต หรืออาจจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก้ไม่แน่ แต่ตอนนี้ผมต้องตั้งใจทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุด”
การทำปัจจุบันให้ดีที่สุดของผลิตโชค ไม่ใช่แค่เป็นไปเพื่อเป้าหมายระยะไกลอย่างความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือความมั่นคงในชีวิตเท่านั้น หากยังหมายถึงความสุขระยะสั้นในตอนสิ้นสุดของแต่ละวันอีกด้วย

“ด้วยความที่ผมต้องทำงานทุกวันแบบไม่มีวันหยุดต่อเนื่องนานเป็นเดือน การคิดจะไปพักผ่อนที่ทะเลเหมือนเมื่อก่อน ลืมไปเลยครับ ตอนนี้แม้แต่จะตัดเล็บยังไม่มีเวลา ดังนั้น ผมจึงต้องตั้งใจทำงานในแต่ละวันให้ดีที่สุด รีบทำงานให้เสร็จ จะได้รีบออกไปทองหล่อ กินข้าวหรือดื่มกับเพื่อนบ้าง การพักผ่อนของผมเต็มที่ก็ได้เท่านี้แหละครับ” ผลิตโชคแจกแจงถึงราคาที่ต้องแลกมาด้วยถึงชื่อเสียงพลางจามปิดท้ายประโยค เนื่องจากเขาพักผ่อนน้อยติดต่อกันมาหลายวัน แถมยังมีภูมิแพ้เป็นเพื่อนสนิท แต่ถึงอย่างนั้น เขาต้องพยายามสุดพลังไม่ให้อาการป่วยถามหา เพราะยังมีภารกิจให้เขาต้องทำอีกมากมาย ไม่จำกัดเฉพาะแค่งานเพลงเท่านั้น
“ในแต่ละปี ผมเลือกที่จะทำบุญใหญ่สักครั้ง อย่างปีที่แล้วก็เป็นโปรเจกต์ที่ผมทำ Photo Book 2 เล่น ชื่อ Light ถ่ายที่ประเทศญี่ปุ่นกับ Shadow ถ่ายที่นิวยอร์ก ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายกว่าหกล้านบาท ผมก็ได้นำไปบริจาคให้องค์กรการกุศลกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย และล่าสุดในปีนี้ ผมก้ได้ทำพ๊อกเก็ตบุ๊กชื่อ The Never Ending Story! by Peck Palitchoke โดยไปถ่ายรูปที่มัลดีฟ์มา และมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตผมด้วย เบื้องต้นผมได้มอบรายได้ในการจำหน่ายให้ยูนิเซฟไปห้าแสนบาทแล้ว และกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะบริจาคให้กับองค์กรไหนเพิ่มเติม  เหตุผลที่ผมเลือกที่จะทำบุญแบบนี้ เพราะผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เวลาเห็นใครป่วยพิการ หรือด้อยโอกาสไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมอยากให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เลยลงมือช่วยเหลือในแบบที่ผมพอจะช่วยได้โดยไม่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจ”
อีกหนึ่งเรื่องที่ผลิตโชคอยากเป็นกระบอกเสียง คือเรื่องการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ในฐานะคนรักทะเลและหลงใหลกิจกรรมดำน้ำไม่แพ้ใคร เขาเคยเห็นกับตามาแล้วว่า ต่อให้เป็นเกาะกลางทะเลไม่มีคนอาศัยอยู่ ก็ยังมีขยะลอยเกลื่อนอย่าไม่น่าเชื่อ “ผมเคยออกเรือไปเที่ยวทะเลอันดามันกับเพื่อนๆ นานสองสัปดาห์ ตระเวนตามเกาะโน้นเกาะนี้เพื่อเก็บขยะในทะเล เชื่อไหมครับว่าบางเกาะที่ไกลโพ้น ไม่มีคนอยู่ แต่กลับมีขยะในทะเล ต้นเหตุก็มาจากคนในเมืองอย่างเราที่อาจจะทิ้งขยะไม่เป็นที่ ขยะปลิวไปตกในแม่น้ำลำคลองแล้วไหลออกสู่ทะเล และไปได้ไกลถึงกลางทะเลอันดามัน “เป๊กออกตัวอย่างตรงไปตรงมา เขาเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งเขาได้ร่วมงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการลดโลกเลอะกับ ททท. ทำให้ไอเท็มคู่กายของเขาในตอนนี้ คือ กระบอกน้ำ ที่เป๊กพกติดตัวเสมอ
“ผมเคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อการใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก่อน แต่ผมก้ได้พยายามทำความเข้าใจถึงปัญหาและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกคนที่อาจเคยเป็นแบบผมในตอนแรก จริงๆ แล้วเราทุกคนปรับพฤติกรรมได้ เริ่มต้นไปทีละนิดหน่อย ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมดทีเดียว ค่อยๆ เริ่มทีละนิดจนเป็นนิสัย เช่น การพกแก้วส่วนตัว หรือใช้หลอดพลาสติกให้น้อยลง ถ้ามีโอกาสทำได้ก็ทำเถอะครับ” 
ไม่ต่างอะไรจากประโยคทรงพลังจากภาพยนต์เรื่อง Spider-Man ที่ว่า “พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” เพราะนอกจากจะมีความสุขกับการผลิตเพลงเพราะๆ ให้เราได้ฟังแล้ว ผลิตโชคยังภูมิใจที่จะเป็นกระบอกเสียงในการป่าวประกาศสิ่งดีๆ ที่คนหมู่มากควรทำ เพราะถ้าเขาพูดแล้วมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีขึ้น ทำไมถึงจะนิ่งเงียบเสียล่ะ?

RELATED STORY

ปารีสสะเทือน! เมื่อแขกคนสำคัญ ตบเท้าร่วมนั่งฟร้อนต์โรวในโชว์ CELINE คอลเล็กชั่น SUMMER 2023
แฟนคลับนับพัน ต่างพร้อมใจส่งเสียงและยืนรอพบศิลปินที่พวกเขารัก!
‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ และเหล่าคนดังในงานเลี้ยงอาหารค่ำ หลังจบโชว์ Prada SS23
นับว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มหล่อ ที่ได้ไปกระทบไหล่เหล่าคนดังระดับโลก!
ส่องโปรไฟล์ ‘อีตั้น ศักดิเดช’ นายแบบหน้าคม ลูกชายสุดหวงของ หมิว ลลิตา ที่ได้เดินโชว์ Louis Vuitton
ทั้งหน้าตาและความสามารถครบเครื่องแบบนี้ รับรองว่าอนาคตไกลแน่นอน

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.