fbpx

I

In the mag

10 ปีของ ออกแบบ ชุติมณฑน์ บนเส้นทางอาชีพนางแบบ และประสบการณ์การเล่นละครไทยและหนังเรื่องล่าสุด

"เราได้รับความรัก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เติบโตไปกับอาชีพนี้"

10 ปีของ ออกแบบ ชุติมณฑน์ บนเส้นทางอาชีพนางแบบ และประสบการณ์การเล่นละครไทยและหนังเรื่องล่าสุด

"เราได้รับความรัก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เติบโตไปกับอาชีพนี้"

‘คิดถึง’ คือคำแรกที่พูดตรงกันทั้งจากเราและจากเธอซึ่งถูกพรากจากกันด้วยโควิด-19 แต่การกลับมาครั้งนี้เธอขนมาให้ทั้งประสบการณ์เล่นละครไทยของ แอน ทองประสม ผลงานหนังเรื่องใหม่ชื่อ ‘แอน’ ครบรอบ 10 ปีในอาชีพนางแบบและการกลับไปปารีสอีกครั้งของ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง

สมัยเป็นนักเรียนมัธยม ออกแบบจะลุกขึ้นโพสท่าอย่างเฟี้ยวฟาด แล้วก็กลับไปนั่งเงียบๆ เมื่ออยู่หลังกล้อง หลายปีต่อมาออกแบบพาผลงานแสดงเรื่องแรกในชีวิตมาฝาก หนังชื่อ ฉลาดเกมส์โกง อืม…ฟังชื่อแล้วน่าจะได้สักร้อยล้านแหละ โดยไม่รู้ชะตากรรมว่ามันจะทำเงินได้ถึงพันล้าน ในวันนั้นเธอช่างเจรจาขึ้นมาก สีหน้าดูมีความสุขที่ได้ออกไปสู่โลกใหม่นอกเหนือไปจากโลกแฟชั่น 

วันนี้เสียงสดใสที่เราได้ยิน แววตาเป็นประกายเหมือนลูกไฟที่เจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ บอกให้รู้ว่าออกแบบได้ค้นพบที่ทางของเธอแล้ว ซึ่งก็คือการเป็นตัวเองได้ไม่ว่าจะสวมหมวกนางแบบ นักแสดงหนัง เล่นซีรี่ส์ หรือว่าเล่นละคร

ออกแบบ กับ แอน ทองประสม

นึกอย่างไรไปเล่นละคร เราถาม เธอผู้มีแพสชั่นในการแสดงหนังขั้นสุดหัวเราะ “เป็นจังหวะชีวิต” เธอหมายถึงละครเรื่อง ‘คือเธอ‘ ที่ทำให้ออกแบบได้เล่นละครช่อง 3 “ก่อนช่วงโควิดผู้จัดการถามว่าเราอยากทำอะไรอีกบ้างในวงการ อยากลองเล่นบทไหน เราบอกว่าอยากลองเล่นละคร เพราะเราเคยเล่นซีรี่ส์เมืองมายา LIVE ที่เป็นการเล่นสดแค่เทคเดียว มีการให้คนดูโหวตว่าอยากให้ตอนจบเป็นแบบไหน ส่วนซีรี่ส์ปกติก็เล่นแล้ว หนังก็เล่นแล้ว แต่ละครยังไม่เคยเล่น เราอยากลิ้มรสละครของประเทศไทยว่าเป็นยังไงอย่างไร แล้วพี่แอน ทองประสมก็ติดต่อมาพอดีว่ามีละครเรื่องคือเธอที่อยากให้ออกแบบเล่น มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าพี่แอนทำงานเป๊ะที่สุด เราไม่รีรอเลย และบทก็ดีมากด้วย” เรตติ้งก็ดีจัดๆ ด้วยเหอะ เราต่อให้ 

“เรารู้ว่าละครมีมุมที่ยาก แต่นั่นละคือเหตุผลที่เราอยากลองของ (หัวเราะ) พอได้ร่วมงานกับพี่แอนก็สมคำร่ำลือมาก ยิ่งเจอพี่แอ้ว (อำไพพร จิตต์ไม่งง – ผู้กำกับละคร) เข้าไปอีกคนก็เหมือนกับทุกวันเราได้ไปเข้าห้องเรียนฝึกวิชาใหม่ๆ เราเจอคนที่ทำงานมา 30 กว่าปีเลยนะ พี่แอ้วทำให้เราเข้าใจว่าละครคืออะไร เพราะอะไรเราต้องแสดงให้ชัดขึ้นกว่าการเล่นหนัง เขาเห็นมุมกล้องแล้วรู้เลยว่าคนดูจะรู้สึกอย่างไร เขามีเหตุผลให้เราทุกอย่าง ละครไม่เหมือนหนังที่คนดูจะโฟกัสมาก แต่ละครทำแบบนั้นไม่ได้ คนดูไม่ได้โฟกัสกับหน้าจอและเรื่องราวมากเท่าหนัง ถ้าเราแสดงไม่ชัด สารที่เราอยากจะสื่อก็อาจจะพลิกไปเป็นอีกแบบได้ เราเลยต้องเล่นให้ชัดสำหรับคนดูและคนฟัง ตัวละครเลยจะพูดความรู้สึกในใจออกมา 

“อีกอย่างเราได้ร่วมงานกับพี่โอ้ (มาริโอ้ เมาเร่อ) และพี่ญาญ่า (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สองคนนี้เจนละครมาก ด้วยความที่เล่นมานาน แสดงมาหลายเรื่อง พี่ญ่าสอนเราเยอะ บางซีนพี่ญ่าจะแตะแขนบอกว่า ‘ออกแบบพูดเร็วไป ใจเย็นๆ ช้าๆ นะ’ เราอยากเล่นละครต่อไป ฝากเนื้อฝากตัวกับพี่แอนแล้วเรียบร้อย (ยิ้ม) ช่วงที่ถ่ายทำละครคือเธอ พี่แอนก็ไปเล่นละครเรื่องอื่น เปิด 3 กองพร้อมกัน เราว่าคนที่ทำงานมานานๆ จะมีวิธีจัดการเวลาที่ดีและมีทีมงานที่เก่ง ทำให้เขาทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้” ออกแบบไม่รู้ตัวว่าพูดคนเดียวมาเกือบ 10 นาทีแล้ว อาจจะเพราะความประทับใจล้นอก  

เป็น 1 ในนักแสดง 30 คนที่รับบทเป็น แอน ในหนังเรื่อง แอน

“เย็นนี้ว่างไหมล่ะ” ออกแบบถาม หมายใจจะชวนให้ไปดูรอบสื่อของหนัง Faces of Anne หนังเรื่องใหม่ของออกแบบ โดยผู้กำกับคงเดช จาตุรนต์รัศมี แค่เห็นชื่อผู้กำกับ เราบอกเธอว่าไป – จะซื้อตั๋วไปดูเอง  

ช่วงนี้ใช้ชีวิตอยู่กับ อ.อ่าง ออกแบบเล่นละครพี่แอน เล่นหนังเรื่อง แอน และรับบทเป็น แอน ซึ่งตอนถ่ายละครของพี่แอนออกแบบก็เวิร์กช็อปหนังแอนไปด้วย ทุกอย่างปั่นป่วนมาก ตอนแรกได้อ่านเรื่องย่อก่อน ซึ่งรู้เลยว่าเราอยากเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์นี้ เราอยากสื่อสารสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อให้กับคนทุกช่วงวัยในยุคสมัยนี้ที่กำลังประสบปัญหาวิกฤตตัวตน คนเรามีหลายตัวตน มีหลายอัตลักษณ์ และผู้คนรู้สึกหลงทางมากขึ้น” 

นี่มันสุริโยไทเวอร์ชั่นคงเดชนี่ ทันทีที่เห็นรายชื่อ ‘นักแสดงนำ’ 10 คนก็หลุดปากประโยคนั้นออกไปทันที ออกแบบขำหนักมาก “ขนนักแสดงมาทั้งวงการ พี่คงเดชบอกว่าถ้านับจริงๆ มีนักแสดงประมาณ 50 คน แต่ที่เห็นตามสื่อประมาณ 30 คน แค่คนที่รับบทเป็นแอนก็เกือบ 30 คนแล้ว เราต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานเป็นงานกลุ่ม เป็นการทำงานแบบต่อลมหายใจกัน เพราะนักแสดงหลายคนต้องเล่นเป็นตัวละครเดียวกัน

“หนังเรื่องนี้ทำให้เราทั้งตื่นเต้นและมวนท้อง เพราะเราต้องเจอนักแสดงเยอะมากๆ และเกือบทุกคนรับบทเดียวกันคือเป็นแอน เราเลยพยายามไปเวิร์กช็อปให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นเราจะไม่รู้เลยว่าแอนคนก่อนหน้าเราเล่นไว้แบบไหน เราต้องเล่นเป็นแอนคนที่เท่าไร ทำให้อ่านบทยากด้วย เพราะทุกคนต้องมาซ้อมบทด้วยกัน แล้วดูคิวแต่ละคนสิ (หัวเราะ) บรรยากาศในกองก็ปรอทแตกมาก ผู้หญิงมาอยู่รวมกันเป็นสิบๆ คน อารมณ์เหมือนกลับไปอยู่โรงเรียนหญิงล้วน” 

นักแสดงนำหญิงเยอะแค่ไหน ก็แค่ 10 คนเอง เราเลยให้ออกแบบพูดถึง ‘แอนทั้งสิบ’ ซึ่งเป็นช่วงที่เธอตั้งอกตั้งใจตอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ 

อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ “‘อะไรก็ได้’ อุ้มเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้เพื่อน”  วี-วิโอเลต วอเทียร์ “‘แก ฉันอยากกินมาม่า’ ตอนนั้นโลเกชั่นออกกองอยู่ต่างจังหวัด เราต้องไปถึงกองตอนเที่ยงคืน แล้วพี่วีโทร. มาบอกว่าอยากกินมาม่า ผ่านร้านสะดวกซื้อให้ซื้อมาให้หน่อย อยากกินมาก แต่ ณ จุดนั้นรอบด้านไม่มีอะไรเลย เวิ้งว้างมาก พี่วี ฉันไม่เจอมาม่าเธอ อดไป” อิ้งค์-วรันธร เปานิล “‘เรากลัว’ ตอนนั้นโควิดระบาดหนักมาก พี่อิ้งค์กังวลเรื่องโควิดมากเพราะที่บ้านมีคุณยายอยู่ด้วย” 

มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร “‘เด็กซ่า’ หน้าตาน้องดูแบ๊ว แต่นิสัยแมนมาก” ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ “‘ผู้หญิงเบอร์สุด’ ถ้ามินนี่แมนมาก ปันปันก็สาวมาก ‘สวัสดี เธอ เป็นไงบ้าง’ (ทำเสียงอ่อน)” ก้อย-อรัชพร โภคินภากร “‘เดี๋ยวฉันต้องบิน’ ตอนนั้นพี่ก้อยถ่ายเสร็จต้องรีบเก็บกระเป๋าบินไปอเมริกา คำนี้เลยเป็นคำติดปากพี่ก้อยในตอนนั้น” เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ (เจนนิษฐ์ BNK48) “‘ยังไม่ได้นอน’ น้องเป็นคนนิ่งมากๆ แต่พูดทีก็เชือด เจอหน้ากันตอนฟิตติ้ง น้องจะหน้านิ่งๆ ‘หนูยังไม่ได้นอนเลยพี่’ “ส่วนนาน่า (ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์) กับมิวสิค (แพรวา สุธรรมพงษ์ – มิวสิค BNK48) ไม่ได้เจอกัน เสียดายมาก” 

มีบางอย่างที่ออกแบบพบว่าเป็นจุดร่วมของนักแสดงหญิงไทยที่ทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย และต้องรับมือกับชื่อเสียงและความสนใจจากสาธารณชนมากมาย “น้องๆ มาปรึกษาเรื่องการรับงาน เขาไม่รู้ว่าจะเดินเส้นทางไหนในวงการนี้ เราเลยตั้งคำถามกลับไปว่าแล้วเห็นตัวเองเป็นอย่างไร วิธีการทำงานของเราง่ายมากคือต้องจริงใจและรักที่จะทำจริงๆ พยายามเป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ วันโดยที่ตัวเรายังมีความสุขอยู่ นี่คือสิ่งสำคัญ และเราไม่กลัว ‘ผิดเพื่อเรียนรู้’ เราเชื่อในคำนี้มากๆ” ครูพี่ลิน (บทแจ้งเกิดของออกแบบจากหนังฉลาดเกมส์โกง) ตอบจากประสบการณ์  

ออกแบบที่เป็นนางแบบมาครบ 10 ปี

“เราเริ่มเป็นนางแบบตอน ม.4 ขึ้น ม.5 งานแรกยังจำได้เลย” ปากตอบแต่ตามองขึ้นบนอย่างกลับไปค้นความหลังเมื่อ 1 ปีก่อน “งานแรกเราไปฟิตติ้งเสื้อผ้าทีสิสให้รุ่นพี่ที่ศิลปากร แล้วก็ได้ถ่ายแบบนิตยสาร Cheeze ได้ไปเจอพี่บอย (วรรณศิริ คงมั่น) ที่ชวนไปถ่าย BOYY Bag แล้วก็ได้ทำงานมาเรื่อยๆ เลย ยังจำแม่นเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจและไม่เข้าใจเลยด้วยว่านางแบบคืออะไร แค่มีพี่คนหนึ่งเดินมาถามว่าสนใจเป็นนางแบบไหม เราก็ไปบอกแม่ แม่ก็กลัวว่าถ้าเขาจับเธอไปขายจะทำอย่างไร ตอนนั้นเวลาไปถ่ายแบบก็จะเห็นคุณแม่นั่งรอตลอด กลัวลูกโดนจับไปขาย (หัวเราะ) จนทำงานไปหลายๆ ปี คุณแม่เริ่มเชื่อใจ เราก็ไปทำงานเองได้” 

“ช่วงแรกที่เป็นนางแบบก็ทำอะไรบ๊องๆ ไปเยอะ เราเข้าสังคมไม่เป็น ชีวิตเรามีแค่บ้านกับโรงเรียน แล้วจู่ๆ ก็มีบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน เราเลยทำตัวไม่ถูก เวลาไปทำงานก็จะไม่ค่อยพูดกับใคร คนเลยพูดว่าออกแบบหยิ่งหรือเปล่า แล้วก็เดินแบบตลก เราไปเดินแบบทีสิสจุฬาฯ ต้องใส่รองเท้าแตะญี่ปุ่นส้นหนาเตอะ กระโปรงก็แคบมาก เราเลยเดินเหมือนเพนกวิน มีคนหัวเราะดังมาก ดีนะที่ไม่ล้ม (หัวเราะ)” 

ถ่ายแบบกับ Fly Now อยู่ในยุคตั้งไข่ของ POEM เป็นนางแบบที่ Asava ยกให้เป็นมิวส์ ออกแบบให้และได้อะไรจากอาชีพนี้และวงการแฟชั่นไทยบ้าง “ขอได้ก่อนได้ไหม เราได้รับความรัก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เติบโตไปกับอาชีพนี้ สิ่งที่ให้คือเราให้คืนสู่สังคม ได้เป็นกระบอกเสียงกับสังคม ดีไซเนอร์ไทยเก่งมากๆ เราเชื่อว่าดีไซเนอร์ไทยไปได้ไกลกว่านี้ แม้ว่าตอนนี้ตลาดโลกจะเปลี่ยนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดยั้งเราได้ POEM ก็ไปเปิดช็อปที่จีน ปังจะตาย เราเดินแบบให้ POEM ตั้งแต่ยังใส่ชุดนักเรียนมัธยม แต่เราจะไปได้ไกลกว่านี้อีกถ้าได้รับการสนับสนุนมากกว่านี้” เธอตอบอย่างเชื่อมั่นด้วยน้ำเสียงวิงวอนเล็กๆ 

โควิดทำให้ผู้คนต้องจัดลำดับความสำคัญในชีวิตใหม่ เมื่อมันบังคับให้ผู้คนได้มีเวลาคิดทบทวนว่าสิ่งสำคัญของเราคืออะไรกันแน่ วิถีชีวิตที่เราเคยใช้มามันใช่จริงๆ หรือเปล่า เรื่องที่เราเคยจะเป็นจะตาย วันนี้มันยังเป็นอย่างนั้นกับเราอยู่ไหม ลำดับของสิ่งต่างๆ ในชีวิตของออกแบบก็ตาลปัตรเปลี่ยนไปเช่นกัน 

เราได้คุยกับตัวเองมากขึ้น เรามีช่วงที่รู้สึกว่าหลงทางมากๆ แล้วก็มีช่วงซึมเพราะอยู่แต่บ้าน จากที่แต่ก่อนเคยทำงานทุกวัน เราทำตัวไม่ถูก แต่พอได้คุยกับตัวเองก็เริ่มจับทางได้ว่าเรามีความสุขไปในแต่ละวันดีกว่า สิ่งที่เข้ามาและสิ่งที่ส่งออกไปจะต้องไม่ทำร้ายใคร เราอยากส่งสิ่งดีๆ ออกไปให้คนอื่นให้มากที่สุด เราถึงให้คำปรึกษากับน้องๆ ในแอนได้ เห็นน้องๆ แล้วเหมือนเห็นตัวเอง เราเคยมีแววตาแบบนั้นที่รู้สึกเขาให้ทำอะไรก็ทำแต่ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร” 

การได้ตกตะกอนตัวเองทำให้การได้ออกเดินทางอีกครั้งยุคหลังโควิดของออกแบบ ทั้งความรู้สึก บรรยากาศ วิธีคิด วิธีการทำงานของเธอเปลี่ยนไปเป็นดื่มด่ำ ลึกซึ้ง และซาบซึ้งมากกว่าที่เคย “รู้สึกว่า…เหมือนได้กลับบ้าน” เธอใคร่ครวญความรู้สึกภายใน “ปารีสเราไปบ่อย แต่นี่เป็นโชว์สปริง/ซัมเมอร์แรกที่ได้ไป แล้วยังได้ถ่ายแบบกับ ELLE ในคอลเล็กชั่นครูสที่ปารีสด้วย! ได้เจอกับ Nana Komatsu อีกครั้ง! เราบอกว่าเราเพิ่งดูหนังเรื่องใหม่ The Last 10 Years แล้วชอบมาก เขาก็ดีใจ บอกขอบคุณเรา ถามว่าเราจะไปญี่ปุ่นบ้างไหม อยากมาเจอกัน พอได้กลับไปปารีสอีกทีก็หายคิดถึงเลย ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ ได้เจอทุกคนที่อยากเจอ”   

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer: Per Appelgren c/o BOSCHtoBANRAP
Stylist: Atinan Nitisunthonkul
Make-up: Meyloo
Hair: Eduardo Bravo
Moving Images: Naruebes Vadvaree & Poomin Wongsing 
Digital Images: Colorworkz
Special Thanks: King Enyoname

RELATED STORY

Baifern-Pimchanok-ELLE-Thailand
หนึ่งในการบ้านที่เฟิร์นต้องทำคือพัฒนาตัวละคร เราเลยต้องสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครที่เราจะเป็นด้วย
Pond-Ponlawit-ELLE-September-2022
เผยมุมมองและบทเรียนชีวิตของหนุ่มปอนด์ผ่านบทบาทล่าสุดในซีรี่ส์ 'เส้นลองจิจูดที่ 180 องศาลากผ่านเรา'

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.