fbpx

I

Fashion

ถอดรหัสลุคแฟชั่นสุดไอคอนิกในโลกภาพยนตร์ของเจ้าหญิงแห่งฮอลลีวูด Audrey Hepburn

แฟชั่นของเธอถือเป็นหนึ่งในสไตล์ที่เหนือกาลเวลา และถูกหยิบมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในยุคปัจจุบันอยู่เรื่อยๆ

ถอดรหัสลุคแฟชั่นสุดไอคอนิกในโลกภาพยนตร์ของเจ้าหญิงแห่งฮอลลีวูด Audrey Hepburn

แฟชั่นของเธอถือเป็นหนึ่งในสไตล์ที่เหนือกาลเวลา และถูกหยิบมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในยุคปัจจุบันอยู่เรื่อยๆ

หากพูดชื่อของ Audrey Hepburn มาคงจะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของเธอคนนี้ หรือแม้ว่าคุณอาจจะไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ แต่คุณคงเคยเห็นภาพผู้หญิงในเดรสและถุงมือยาวสีดำ เกล้าผมประดับเทียร่าเล็กๆ มือถือไปป์อยู่บ้าง เพราะเธอคือไอคอนแห่งวงการฮอลลีวูดที่มีตำนานความงามเหนือกาลเวลา ทั้งใบหน้าของเธอ ฝีมือการแสดง หรือแม้แต่แฟชั่นก็ตาม วันนี้แอลจึงจะชวนทุกคนมาย้อนเรื่องราวลุคสุดไอคอนิกในโลกภาพยนตร์ของเธอว่าแต่ละชุดมีที่มาและมีอิทธิพลในโลกแฟชั่นในยุคต่อมาอย่างไรบ้าง

Roman Holiday (1953)

‘โรมรำลึก’ คือภาพยนตร์แจ้งเกิดให้กับเจ้าหญิงแห่งวงการฮอลลีวูดอย่างแท้จริง เพราะหลังจากที่ Audrey รับบทเจ้าหญิง Anne ที่แอบหนีออกจากวังมาใช้ชีวิตอย่างสามัญชนชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วตกหลุมรักกับนักข่าวชาวอเมริกันธรรมดาๆ เธอก็กลายเป็นที่รักของคอภาพยนตร์ในยุคนั้นทันที ใบหน้าหวานประกอบกับฝีมือการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ส่งให้เธอสามารถคว้ารางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงไปครองเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอด้วย

อันที่จริง Roman Holiday ถ่ายทำในยุคที่มีการบันทึกวิดีโอแบบสีแล้ว แต่ผู้กำกับต้องการให้คนสนใจไปที่เนื้อเรื่องและการกระทำของตัวละครมากกว่า เขาจึงเลือกทำให้เป็นขาวดำแทน ถึงแม้ว่าจะไม่มีสีสันสดใส แต่ความสวยงามของแฟชั่นยังคงโดดเด่นออกมา อย่างเช่น ลุคที่แสนเรียบง่ายแต่มีสไตล์ของเจ้าหญิง Anne ในขณะที่เธอออกมาเดินเล่นในกรุงโรม เธอสวมใส่เสื้อเชิ้ตคอวี ผูกผ้าพันคอสั้น กระโปรงบานเอวสูงรัดเข็มขัดเน้นให้เห็นทรงเอวเล็กคอดกิ่วที่เป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นในยุค 1950s รองเท้าแตะง่ายๆ และเธอยังตัดผมหน้าม้าเต่อและรวบผมเก็บด้านหลังเพื่อแสดงออกถึงความอยากเป็นอิสระและต่อต้านภาพลักษณ์ของเจ้าหญิงที่เธอไม่อยากจะเป็นอีกต่อไป ซึ่งภายหลังทรงผมนี้ก็กลายเป็นไอคอนอีกหนึ่งอย่างของเธอ เพราะถ้าได้เห็นทรงผมนี้แล้วเราก็ต้องพูดว่านี่คือทรง Audrey แน่นอน 

นอกจากนี้ยังมีชุดที่เธอได้สวมในตอนสุดท้ายในฉากการจากลาของเจ้าหญิงกับ Joe ที่เรียกว่า Farewell Dress ก็สะท้อนให้เห็นแฟชั่นของยุค 1950s อย่างชัดเจนด้วยชุดเดรสกระโปรงบานคาดเข็มขัดเอวสูงกับสร้อยไข่มุก และหลังจากที่ภาพยนตร์ฉายออกไปแล้ว 1 ปี ชุดนี้ยังถูกนำมารีสไตล์ออกแบบใหม่อีกครั้งโดยดีไซเนอร์ผู้เป็นเพื่อนสนิทของเธอ Hubert De Givenchy ในงานประกาศรางวัลออสการ์ปี 1954 ซึ่งเธอเรียกชุดนี้ว่าเป็น ‘Lucky Dress’ ส่วนนิตยสาร Time ก็ยกให้เป็นชุดที่ดีที่สุดตลอดกาลของงานประกาศรางวัลออสการ์ด้วย และปัจจุบันชุดนี้ก็ถูกประมูลไปในราคากว่า 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Sabrina (1954)

ชุดนี้ออกแบบโดย Hubert De Givenchy เขาดีไซน์ให้ชุดเป็นเกาะอกเพื่อให้เหมาะสมกับงานเลี้ยงในฤดูร้อน ซึ่งชุดราตรีเกาะอกสีงาช้างปักด้วยลายลูกไม้สีดำพร้อมกับถุงมือโอเปร่าสีขาวก็กลายเป็นอีกหนึ่งชุดที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์ของโลกภาพยนตร์ มันช่วยส่งให้ตัวละคร Sabrina ที่จากเดิมเป็นแค่เพียงลูกสาวคนขับรถของตระกูลมหาเศรษฐีให้กลายเป็นกลายเป็นหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่าชุดราตรีชิ้นนี้ถูกประมูลไปเมื่อปี 2017 ในราคา 170,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

Funny Face (1957)

Audrey ได้สวมใส่ชุดหลากหลายสไตล์เพราะฉากการถ่ายแบบที่ปารีส แต่เราจะยกแค่เพียงชุดเดรสสีแดงในฉาก The Winged Victory บนบันไดของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มากล่าวถึง โดยชุดนี้เป็นหนึ่งในลุคที่ปรากฎแค่เพียงไม่กี่วินาที แต่กลับเป็นชุดที่โดดเด่นที่สุดในภาพยนตร์เพราะ Hubert de Givenchy ออกแบบเดรสสีแดงทำมาจากผ้าไหมประดับด้วยผ้าคลุมไหล่ชีฟองด้วยความเรียบง่าย ดูสมมาตรสบายตาอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา พร้อมกับถุงมือโอเปร่าสีขาวและเครื่องประดับเพชรที่หรูหรา ประกอบกับท่าทางการโพสต์ที่สวยงามของเธอ จึงทำให้ฉากนี้กลายเป็นไอคอนิกลุคของ Audrey อย่างไม่ต้องสงสัย

ภาพยนตร์เรื่อง Funny Face ได้รับการส่งเข้าชิงรางวัลสาขาการแต่งกายยอดเยี่ยมของเวทีประกาศรางวัลออสการ์แต่พ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม แฟชั่นในเรื่องนี้ยังคงเป็นเรฟให้กับแฟชั่นยุคหลังได้ เช่น ซูเปอร์โมเดลชื่อดัง Kendall Jenner เธอก็แต่งชุดสีแดงที่ได้แรงบันดาลใจจากฉาก The Winged Victory ที่ออกแบบโดยแบรนด์ Givenchy เพื่อเป็นการทรีบิวต์ให้กับ Audrey ในอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของงาน Met Gala 2021 ด้วย

My Fair Lady (1961)

ชุดที่โดดเด่นที่สุดคือ Ascot Dress ในฉากที่ Eliza ไปชมการแข่งขันม้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษอย่าง Royal Ascot เธอปรากฏตัวในชุดเดรสสีขาวที่มีโครงร่างแนบไปกับลำตัวแบบ Mermaid หรือทรงหางปลา พร้อมกับหมวกปีกกว้างที่ประดับด้วยขนนก ริ้บบิ้น และดอกไม้ตามสไตล์ของยุค Edward แต่ทีมงานได้ถ่ายทอดเสื้อผ้าออกมาในลักษณะที่เหมาะสมสำหรับการละคร จึงทำให้ดูเกินจริงมากกว่าที่สาวๆ ในยุค Edward แต่งกันปกติสักเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีใครสวมใส่ชุดแบบนี้กันอีกต่อไปแล้ว แต่มีนักสะสมประมูลชุด Ascot Dress ไปในราคากว่า 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

อีกหนึ่งชุดที่สวยไม่แพ้กันก็คือชุดราตรีที่ประดับด้วยเพชรที่ Eliza สวมใส่ในตอนที่เธอปรากฏตัวในงานเลี้ยง พร้อมกับสร้อยคอที่แวววาวที่ทำให้เธอโดดเด่นกว่าใครๆ ในงานราตรี ซึ่งชุดนี้ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับแบรนด์ Givenchy ในการออกแบบลุคบนพรมแดงให้กับสาว Kendall Jenner ในงาน Met Gala 2021 ในธีมอเมริกันแฟชั่นอีกหนึ่งชุด เช่นเดียวกันกับชุดเดรสสีแดงในงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่มีต้นแบบจากลุคของ Audrey ในภาพยนตร์เรื่อง Funny Face

Breakfast at Tiffany’s (1961)

ปิดท้ายด้วยชุด Little Black Dress ลุคที่เป็นเครื่องหมายการค้าตลอดกาลของ Audrey Hepburn นั่นเอง เราคงเคยเห็นภาพผู้หญิงใส่ชุดและถุงมือยาวสีดำ แว่นกันแดดกรอบหนา สร้อยไข่มุกอยู่บนคอยาวระหงของเธอ ในมือมีครัวซองต์และแก้วกาแฟอยู่หลังกระจกหน้าร้าน Tiffany’s ซึ่งลุคนี้เองที่เป็นตำนานให้กับแฟชั่นในยุคปี 1960s เพราะหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายแล้ว อิทธิพลของชุดสีดำที่ Givenchy เป็นผู้ออกแบบให้ Audrey สวมใส่ในเรื่องนี้ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ ในยุคนั้นว่าต้องมีชุดเดรสสีดำในตู้เสื้อผ้าอย่างน้อย 1 ชุด เพราะไม่ว่าจะเลือกใส่ในโอกาสใดก็เรียบง่าย คลาสสิก หรูหรา และไม่มีวันตกเทรนด์ได้

แฟชั่น Little Black Dress นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ราวๆ ยุค 1920s โดยดีไซเนอร์ในตำนานอย่าง Coco Chanel เธอปฏิวัติวงการแฟชั่นด้วยการเลิกใส่เสื้อผ้าที่มีโครงร่างรัดแน่นร่างกายให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้สบายในทุกๆ วัน และเธอก็ทำให้สีดำไม่ใช่สีเสื้อผ้าสำหรับการไว้ทุกข์ แต่มันคือความคลาสสิกและเก๋ไก๋ที่จะแต่งเมื่อไรก็ได้

“ก่อนหน้าฉันคงไม่มีใครกล้าสวมใส่ชุดสีดำ สีดำเป็นสีที่น่าเกรงขามที่สามารถตรึงใจผู้คนได้ตลอดไป” – Coco Chanel

อิทธิพลของชุดเดรสสีดำตัวเก่งเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขบถและเป็นอิสระของสาวๆ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของตัวละคร Holly Golightly ผู้เปรียบดั่งนกที่รักอิสระในการใช้ชีวิต และจะไม่มีวันอยู่ในกรงของใคร

สุดท้ายนี้แม้ว่า Audrey Hepburn ลาจากโลกใบนี้ไปแสนนานแล้ว แต่สไตล์แฟชั่นสุดไอคอนิกของเธอยังคงเป็นต้นฉบับความคลาสสิกที่ไม่มีวันจางหายไป เปรียบได้ดั่งความงามของเธอที่คงอยู่เหนือกาลเวลา และเธอจะยังคงเป็นดาวค้างฟ้าตลอดไป

Story: ภัทรณกัญ อนันเต่า

Photo Cover Courtesy: IMDB, Pinterest

Source: (1) (2) (3) (4) (5)

RELATED STORY

Chanel-Kristen-Stewart
คริสเทนบอกว่าเธอรู้สึกโชคดีที่ระหว่างทำงานร่วมกันกับแบรนด์ Chanel เธอไม่เคยรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนตัวเองเลย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.