fbpx

I

Frontman

ชีวิตที่เหมือนหนัง ของ แบมแบม กันต์พิมุกต์ กับการก้าวสู่วัย 26 ปีที่มากด้วยความสำเร็จ

"ผมไม่ได้อยากใช้คำว่าดังนะครับ ผมเป็นมนุษย์ที่หลายๆคนรู้จักจะดีกว่า"

ชีวิตที่เหมือนหนัง ของ แบมแบม กันต์พิมุกต์ กับการก้าวสู่วัย 26 ปีที่มากด้วยความสำเร็จ

"ผมไม่ได้อยากใช้คำว่าดังนะครับ ผมเป็นมนุษย์ที่หลายๆคนรู้จักจะดีกว่า"

แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล มาถึงจุดที่ ‘พิสูจน์ตัวเองว่าทำงานโซโล่ได้’ หลังผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่นไปกับการฝึกซ้อมหน้ากระจก ก้าวสู่วันเวลาวัยผู้ใหญ่ตอนต้นด้วยการแสดงโชว์หน้าฝูงชนตลอด 13 ปีที่มากด้วยความสำเร็จในฐานะศิลปินกลุ่มและศิลปินเดี่ยว  

ELLE MEN: ตั้งแต่เป็นเด็กฝึกวัย 13 จนถึงวันนี้ที่เป็นศิลปินวัย 26 ต้องผ่านการประเมินหลังการแสดงทุกครั้ง มองเห็นพัฒนาการของตัวเองอย่างไรบ้าง

BAMBAM: “เวลาเห็นตัวเองก็เห็นพัฒนาการหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องการเป็นศิลปิน เรื่องการใช้ชีวิตหรือการงานก็เปลี่ยนไปนะครับ รู้สึกว่าเราโตขึ้น ส่วนเรื่องประเมินก็เหมือนเดิม เป็นเรื่องปกติที่เราต้องประเมินการทำงานของตัวเองทุกงานอยู่แล้ว เพียงแต่ที่เปลี่ยนไปคือพอเดบิวต์แล้ว คนที่ประเมินเราไม่ใช่คนในค่าย แต่เป็นประชาชนที่ประเมินเรา”

ELLE MEN: แล้วการแสดงที่ดีและไม่ดี ใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัด

BAMBAM: “อธิบายยากนะครับเรื่องนี้ เรื่องฟีดแบ็กคนดูก็มีส่วน แต่ส่วนใหญ่ผมจะใช้ความรู้สึกตัวเองเป็นตัววัด วันไหนแสดงดี เราลงจากเวทีมาแล้วจะรู้สึกสนุก แต่วันไหนที่แสดงก็ดีนะ ไม่มีอะไรผิดพลาดเลย แต่ความรู้สึกเราเฉยๆ วันแบบนั้นฟีดแบ็กคนดูก็จะเฉยๆไปด้วย ผมว่าเป็นเรื่องของพลังงาน เราแสดงเพลงเดิม แต่วันนี้เอ็นเนอร์จี้ดีมันก็จะออกมาดี แต่บางวันโชว์เพลงเดียวกัน แต่เอ็นเนอร์จี้อาจจะตกไปหน่อย มันก็เกิดขึ้นได้”

ELLE MEN: ทุกรายการวาไรตี้โชว์ที่ไปออก แบมแบมจะโดดเด่นเสมอด้วยคาแรกเตอร์ที่สดใส พลังแรงไม่มีตก เลยโดนแกล้งให้เต้นหรือโชว์ความสามารถเสมอ ฝึกฝนสกิลการเอนเตอร์เทนนี้อย่างไร

BAMBAM: “แรกๆ ก็กดดันนะครับว่าเราต้องตลก ต้องทำนั่นทำนี่ให้คนหัวเราะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยละ ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่มีมุมตลกแบบแปลกๆครับ อันนี้คิดเอาเองนะ คือผมไม่ได้ตั้งใจตลกแต่คนอื่นมองว่าผมตลก ผมก็เลยคิดว่างั้นเราเป็นตัวของตัวเองดีกว่า อยากทำอะไรก็ทำ ซึ่งคนดูเอ็นจอยมากกว่าด้วยนะครับ ดูเป็นธรรมชาติดี เราไม่ได้เตรียมว่าต้องยิงมุกตอนไหน ผมไม่ดูจังหวะเลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ดูอย่างตอนที่ถ่ายคอนเทนต์ดิจิทัลเมื่อกี้นี้ ผมไม่รู้ว่าเขาจะถามอะไร จะให้ผมทำอะไร ผมรู้แค่ว่าจะไปออกรายการนี้ ไปทำงานนี้ พอใช้วิธีนี้ผมว่าเราจะออกมาดูเป็นธรรมชาติมากกว่า”

ELLE MEN: มันคือ magic moment

BAMBAM: “ผมเรียกว่าด้นสดครับ (หัวเราะ)”  

ELLE MEN: คลุกคลีกับการเป็นศิลปินมาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว คิดว่าอะไรที่ทำให้ศิลปินคนหนึ่งยืนระยะได้ยาวนานในวงการดนตรีเค-ป๊อปที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและเป็นที่จับตามองไปทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

BAMBAM: “ผมก็งงตัวเองเหมือนกันนะ (หัวเราะ) แต่ก่อนผมว่าก็น่าจะสัก 6-7 ปี แล้วก็คงเป็นขาลงของผมแล้วล่ะ ตอนปี 2018-19 ผมว่านั่นก็คือขาลงของผม แต่พอเราได้ย้ายค่าย ได้ลองอะไรใหม่ๆ เจอสภาพแวดล้อมใหม่ๆ การที่มันลงไปนิดหนึ่ง ผมรู้สึกว่าตอนนี้มันขึ้นมาสูงกว่าเดิมแล้ว ผมคิดว่าการเป็นตัวของตัวเองช่วยได้มากครับ เมื่อก่อนอาจจะมีบ้างที่เห็นลุคนี้แล้วผมก็ทำตาม แต่ตอนนี้ผมคิดว่าเราเป็นตัวของตัวเองไปเลยดีกว่า มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมแตกต่างจากคนอื่น แล้วก็น่าจะเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ เวลาคัมแบ็กในงานโซโล่ ผมจะไม่ค่อยทำคอนเซ็ปต์เดิม จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ น่าจะเป็นอีกเหตุผลที่คนดูไม่เบื่อ เราเองก็ต้องไม่เบื่อตัวเองก่อนด้วย”  

ELLE MEN: เป็นศิลปินกลุ่มแล้ว ศิลปินเดี่ยวแล้ว อยากสวมหมวกทำอาชีพอะไรอีกบ้างไหม

BAMBAM: “อินทีเรียร์ก็อยากทำนะครับ ผมชอบแต่งบ้าน แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีความคิดอื่น เอาจริงๆผมใช้ร่างกายมาหนักมาก ถ้าอีก 3-4 ปีข้างหน้าคงจะหนักกว่านี้ เพราะดูแล้วว่าเราไม่ได้มีวันหยุดเยอะแยะ ไม่รู้สิ ผมกำลังคิดๆเรื่องนี้อยู่ว่าเราทำอย่างอื่นเป็นไหม ซึ่งถ้าคิดจริงๆก็มีอย่างอื่นให้ทำนะ ผมเลยเปลี่ยนความคิดว่าอาชีพนักร้องไม่ได้เป็นอย่างเดียวที่เราจะต้องทำไปตลอดชีวิต มันทำทั้งชีวิตไม่ได้อยู่แล้วครับ ทุกคนก็รู้ คนที่ทำอาชีพนี้ก็รู้”

ELLE MEN: ช่วงโควิดที่มีเวลาว่างมากมาย ซึ่งมาสะท้อนว่าตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ชีวิตแบมแบมเต็มแน่นไปด้วยงานมาตลอด คิดว่าชีวิตแบมแบมต้องมี work/life อย่างไรให้ balance

BAMBAM: “(คิดหนัก) ผมว่าตอนนี้น่าจะประมาณ…งาน 70 เปอร์เซ็นต์ เอาจริงๆเวลาทำงานผมจะเต็มร้อยกับทุกงานอยู่แล้ว แต่ตอนนี้พยายามหาเวลาให้กับตัวเองบ้าง นอกจากวันหยุดแล้ว เวลาทำงานเสร็จ แทนที่จะกลับไปทำเพลงต่อก็อาจจะกลับมาชิลๆที่บ้านบ้าง ไม่ต้องทำกิจกรรมบ้างก็ได้”

ELLE MEN: อัลบั้มเดบิวต์ของวง Got It? ติดอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard’s World Albums ซึ่งทำให้ GOT7 เป็นบอยกรุ๊ปวงแรกของ JYP ที่ติดชาร์ตนี้ ตอนที่รู้ข่าวนี้รู้สึกอย่างไร

BAMBAM: “ตอนนั้นไม่รู้ครับ เพิ่งมารู้ทีหลัง ตอนนั้นผมเล่น SNS (คนเกาหลีเรียกโซเชียลมีเดียว่า Social Network Service) ไม่เป็นครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ELLE MEN: การมีเพลงอันดับ 1 ในรายการเพลงเกาหลีมีความสำคัญอย่างไรกับตัวศิลปิน และตอนที่เพลง Fly ในอัลบั้ม Flight Log: Turbulence ได้อันดับ 1 ในรายการเพลงได้สำเร็จหลังเดบิวต์มากว่า 2 ปี รู้สึกอย่างไรบ้าง

BAMBAM: “การมีเพลงอันดับ 1 ในรายการเพลงคือความฝันของศิลปินทุกคนในเกาหลีครับ ซึ่งเราใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะได้มา ตอนที่ได้อันดับ 1 เมมเบอร์ทุกคนดีใจกันมากๆ ก็เลยร้องไห้กันหมดครับ ถ้าผมร้องไปด้วยอีกคนก็จะดูอีโมไป ฮ่า ฮ่า ผมก็เลยไม่ร้องครับ เราก็เลยแสดงออกว่าดีใจ กระโดดไปมาบนเวที พยายามดึงอารมณ์ทุกคนขึ้นมา”

ELLE MEN: GOT7 รับรางวัลแดซัง สาขา Performance of the Year ในงาน Asia Artist Awards ในปี 2019 และ 2020 ได้ถึง 2 ปีซ้อน ถ้าให้วิเคราะห์ว่าอะไรคือจุดแข็งในการแสดงของ GOT7 และตัวแบมแบม สิ่งนั้นคืออะไร

BAMBAM: “น่าจะเป็นเรื่องเต้นและเรื่องการร้องสดด้วย พวกเราไม่ได้เก่งนะครับ แต่มีจุดพิเศษอย่างหนึ่งของ GOT7 ที่เป็นเอกลักษณ์ของวง อีกอย่างก็น่าจะเป็นการเอนเตอร์เทนบนเวที เวลาเราไปคอนเสิร์ตต่างประเทศ เราจะไม่ใช้ล่ามเลยครับ ไม่ว่าประเทศนั้นจะใช้ภาษาอะไร ไทย จีน อังกฤษ หรืออะไรก็ตาม เราก็ไม่ใช้ล่ามครับ เราพยายามจะสื่อสารกับแฟนๆด้วยตัวเอง ตอนนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจภาษาอังกฤษ เราก็จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก”

ELLE MEN: ผลงานเพลงโซโล่อย่าง พี่ไม่หล่อลวง มียอดคนฟังสูงมากในทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง จนในที่สุดก็คว้ารางวัล Song of the Year ในงาน JOOX Thailand Music Awards 2021 ส่วนเพลงโซโล่แรก riBBon เพลงไตเติลของอัลบั้มชื่อเดียวกัน มียอดวิวใน YouTube ทะลุ 10 ล้านวิวใน 24 ชั่วโมง และส่งให้แบมแบมได้รางวัล Best Artist Award และ Asia Celebrity Award ในงาน 2021 Asia Artist Award 2021 รางวัลจากงานโซโล่เข้าใกล้กับเป้าหมายที่อยากให้คนยอมรับความสามารถของแบมแบมแล้วหรือยัง

BAMBAM: “(ฟังแล้วหัวเราะเขินๆ) เข้าใกล้นะครับ ดีกว่าปีที่แล้วเยอะเลย ก่อนหน้านี้แฟนๆเป็นห่วงว่าผมจะทำคนเดียวไหวหรือ จะเอาอยู่หรือ แต่พอเพลง riBBon งานโซโล่ของผมออกมา เวลาผมดูวิดีโอรีแอ็กชั่น ทุกคนบอกว่าไม่ต้องห่วงแล้ว ก็ถือว่าเป็นการพิสูจน์ตัวเองกับแฟนคลับ คนดูและเพื่อนไอดอลด้วยกันเอง เพราะหลายๆคนก็ไม่เชื่อว่าผมจะทำได้ครับ”

ELLE MEN: ตอนที่ลงสนามไปโชว์เพลงของตัวเองในช่วงพักครึ่งของลีก NBA ด้วยเพลง Wheels Up ที่ได้ร่วมงานกับ Mayzin เป็นครั้งแรกในสนาม Chase Center ของทีม Golden State Warriors ณ ช่วงเวลานั้นที่แสดงสดและได้ยินเสียงเชียร์จาก Dub Nation แฟนบาสเกตบอลของทีม GSW การเป็นศิลปินเค-ป๊อปคนแรกที่ได้ไปยืนจุดนั้น แบมแบมรับมือกับแรงกดดันอย่างไรเพื่อให้ตัวเองออกไปแสดงได้แบบลื่นไหล ดูไม่ตื่นเต้น  

BAMBAM: “โอ้ จริงๆแล้วผมตื่นเต้นมากนะครับ ผมว่าความรู้สึกตื่นเต้นจริงๆแล้วเป็นเรื่องดีนะครับ เราแสดงโชว์มานานก็จะไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร แต่วันนั้นตื่นเต้นมากจริงๆ เวลาตื่นเต้นจะมีความคิดบางอย่าง ประมาณว่า วันนี้จะเอาให้อยู่ แล้วพอออกไปหน้าเวทีเราจะไฟแรงมาก งานที่ชินแล้วหรือสถานที่ที่เราชินแล้ว ไฟที่ลุกในตัวเราก็อาจจะเป็นไฟเล็กๆ ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้มีแพสชั่นนะครับ แต่มันเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่เราชินแล้วมากกว่า”

ELLE MEN: จากคำถามข้างต้นที่เต็มไปด้วยความสำเร็จใหญ่ๆมากมายตลอดอาชีพ มีเรื่องเล็กๆอะไรบ้างที่ทำให้แบมแบมรู้สึกเต็ม อิ่ม ปลื้มปริ่ม

BAMBAM: “อืม มันคือการที่ไม่ว่าจะไปประเทศไหนก็มีคนรู้จัก นี่น่าจะเป็นเรื่องที่ดีครับ ล่าสุดผมไปฟิลิปปินส์ ผมไม่ได้หวังอะไรเลย คงมีแฟนคลับเก่าๆที่ชอบ GOT7 ออกมาเจอเราบ้างประมาณนี้ แต่พอไปถึง คนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับก็รู้จักผม ผมแฮปปี้นะที่ได้การตอบรับแบบนี้ ผมไม่ได้อยากใช้คำว่าดังนะครับ ก็คงดังในระดับหนึ่งมั้งครับ แต่ไม่ได้มากมาย เอาเป็นว่าผมเป็นมนุษย์ที่หลายๆคนรู้จักจะดีกว่า การพูดว่าฉันดังแล้วมันดูยังไงๆไม่รู้ ดูแบบ…ไม่อยากคุยด้วย (หัวเราะ)”

ELLE MEN: 26 ปีที่ผ่านมาของแบมแบม จะนิยามด้วยคำว่าอะไรได้บ้าง

BAMBAM: “(คิดหนัก) ไม่ถึงขั้นขรุขระ โอ้! ยากมาก ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย น่าจะเป็นคำว่า movie นะครับ มีพาร์ตที่ดีบ้าง มีพาร์ตที่ไม่ดีบ้าง ชีวิตเหมือนหนัง แล้วก็คำว่า ‘เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิด’ ผมรู้สึกว่าแป๊บๆ ผมอายุ 26 แล้วเหรอ รู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้ไม่นานเลย แต่จริงๆแล้วมันนานมาก ตั้ง 13 ปีแล้ว”

สิ้นสุดการสัมภาษณ์ เมื่อได้เวลาที่แบมแบมต้องไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับเกาหลีในคืนนั้นเลย แต่ระหว่างที่ทีมงานกว่า 30 ชีวิตสาละวนเก็บข้าวของและร่ำลากันอยู่นั้น เสียงแบมแบมดังแหวกอากาศขึ้นมาว่า “พี่ครับ” เขาเอ่ยเสียงอ่อนอย่างสุภาพ “ELLE MEN เล่มนี้จะออกเมื่อไรหรือครับ” เราตอบคำถาม แบมแบมแผ่ยิ้มกว้างอย่างคาดหวังรอคอย “พอดีผมรวบรวมนิตยสารที่ผมเคยถ่าย ผมไปรื้อบ้านตัวเอง มันซ่อนไว้ตรงไหนก็เอามารวบรวม อยากดูว่าตัวเองโตขึ้นมาเป็นยังไง พอดูแล้วก็เออ เราแก่ขึ้นจริงๆ (หัวเราะ)”   

Story: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer : Sutthiwat Sangkong
Fashion Editor : Tanwa Tiammek 
Make Up : Lee Eunju, Team By Bloom
Hair : Mijangwon By Taehyun
Assistant Stylist : Supissara Thaweesuk, Ornanong Jitharn
Assistant Photographer : Manage Waimalee, Anop Chapakdee, Danuwat Benjakan

Clothes: Louis Vuitton Fall/Winter 2022


RELATED STORY

cover
บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะทำให้หลายๆ คนหลงรักผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น!
Choi-Woo-Shik-ELLE-MEN-Interview
การแสดงให้เห็นชเวอูชิกแบบใหม่ คือหนึ่งในเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของผม
images/cover/3558.jpeg
เปิดใจพูดถึงเต๋-โอ้เอ๋วแบบหมดเปลือกก่อนแปลรักฯ พาร์ต 2 ฉาย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.