fbpx

I

Fashion

‘เด็กแว้นจากมาร์เซย’ รักครั้งสุดท้ายของ Karl Lagerfeld

เรื่องราวความสัมพันธ์ในหนังสือ Karl et Moi ที่แซบที่สุด
Fashion Features Editor

‘เด็กแว้นจากมาร์เซย’ รักครั้งสุดท้ายของ Karl Lagerfeld

เรื่องราวความสัมพันธ์ในหนังสือ Karl et Moi ที่แซบที่สุด
Fashion Features Editor

บทความจาก ELLE France โดย Pascale Nivelle, แปล: Rasita Crouzatier, เรียบเรียง: Wattakul N.

ย้อนกลับไปยังวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2008 วันที่ Baptiste Giabiconi ชายหนุ่มที่มีอายุเพียง 18 ปีได้พบกับ Karl Lagerfeld เป็นครั้งแรก แบปติสต์เดินทางจากเมือง Marignane ทางใต้ของฝรั่งเศสมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของโลกแฟชั่นอย่างปารีส ‘อ่อนเยาว์ราวกับเด็ก กำยำราวกับบุรุษ’ คำกล่าวที่เป็นดั่งนิยามในเพลง ‘Il venait d’avoir 18 ans’ ยุค ’70s ของศิลปินหญิง Dalida – คาร์ลในวัย 74 (ช่วงวัยที่ถูกเรื่องความตายตามหลอกหลอนไม่ต่างอะไรไปจากเรื่องราวของ ‘Faust’*) กำลังเฟ้นหานายแบบที่จะมาเป็นตัวแทนของเขาในวัยหนุ่มสำหรับเป็นภาพประกอบในหนังสือ คาร์ลเจอรูปของแบปติสต์นายแบบหน้าใหม่ในสังกัดเอเจนซี่ Marilyn ในนิตยสารเล่มหนึ่งด้วยความบังเอิญ ทั้งแววตา โครงหน้า ริมฝีปากจดปลายคางเปี่ยมด้วยมนตร์เสน่ห์แห่งชายชาตรี ไหนจะเป็นเรือนผมดำขลับนั่นอีก…นี่มันตัวเขามิใช่หรือ แบปติสต์ทำให้คาร์ลได้มองเห็นภาพตัวเองเมื่อ 50 ปีที่แล้ว สมัยที่เขาเพิ่งย้ายจากฮัมบูร์กมาอาศัยอยู่ในปารีส เวลาช่างผ่านไปไวเสียจริง แม้แต่ Yves Saint Laurent ผู้เป็นเสมือนน้องชายและคู่อริก็มาจากไป ในพิธีศพของเมอซิเออร์แซงต์ โลรองต์ (5 มิถุนายน ค.ศ. 2008) ที่มีเหล่าผู้ร่วมวงการต่างไปร่วมงาน ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยชุดสีดำ สีที่คาร์ลโปรดปรานหนักหนา แต่คาร์ลดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่สามารถทำใจไปร่วมพิธีในวันนั้นได้ เพราะความตายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับเขา

*Faust จากบทประพันธ์ของ Goethe กล่าวถึงนักปราชญ์นามว่า ‘เฟาสต์’ ผู้ปรารถนาองค์ความรู้ทั้งปวง ความเยาว์วัย และการค้นพบแก่นแท้ของชีวิต เขาทำสัญญากับซาตานที่เสนอจะช่วยเหลือจนกว่าจะบรรลุความสุขสูงสุดเพื่อแลกกับดวงวิญญาณของเขา


ณ ร้านหนังสือและสตูดิโอ ‘7L’ ของคาร์ลบนถนนลีล แบปติสต์ในเสื้อโปโล Levi’s ลายขวางที่แอบหยิบมาจากลูกพี่ลูกน้อง และใส่สร้อยคอไม้กางเขนเส้นโตราวกับคริสต์ศาสนิกชนผู้เคร่งครัด กำลังนั่งรอการมาเยือนของคาร์ล อันที่จริงแล้วโอกาสของเขาในวันนั้นมันดูราวกับปาฏิหาริย์ เอเจนซี่โทรมาบอกข่าวดีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่ตัวเขาเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคาร์ลคือใคร เขารู้แต่เพียงว่ามันคือโอกาสที่จะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง
ช่วงเวลา 2 ปีนี้เขาใช้ชีวิตสลับกันไปมาระหว่างการถ่ายแบบที่นานๆจะมีมาสักที และงานประจำเป็นช่างประกอบเครื่องยนต์ในโรงงาน Eurocopter ที่เมือง Marignane หากไม่ได้แม่ของเขาที่คอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย แบปติสต์เองก็คงทิ้งอาชีพนายแบบแล้วหันไปทำตามความฝันคือเปิดร้านพิซซ่าแบบฟู้ดทรัค และออกเดินทางท่องเที่ยวไปกับ Filou และ Bison สองคู่หูเพื่อนรักที่ทำงานเป็นสัปเหร่ออยู่ในบริษัทรับจัดงานศพแห่งหนึ่ง…แต่ในวันนี้เขาอยู่ที่ปารีสแล้ว! กำลังยืนประจันหน้ากับชั้นหนังสือที่ตั้งตระหง่านสูงราวกับโบสถ์ของคาร์ล ไม่ไกลมากนักมีบัตเลอร์ท่าทางขึงขัง และชายหนุ่มนามว่า Sébastien Jondeau คนสนิทของคาร์ลยืนอยู่ เซบาสเตียงมองด้วยท่าทีแปลกๆ แบปติสต์เองก็รู้ว่าสำเนียงของชาวใต้ที่เขามีมันทำให้รู้สึกราวกับคนอยู่ผิดที่ผิดทาง ก่อนที่ในที่สุดก็มีเสียงรถโรลส์-รอยซ์ขับมาเทียบ เป็นคาร์ลนั่นเอง! “ก็ไม่หนุ่ม แต่ก็ไม่แก่มากนะ ดูจะเป็นคนสนุกด้วยซ้ำ” แบปติสต์คิดในใจแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก


แล้วการถ่ายแบบชุดชั้นในชาย Dim ก็ได้เริ่มขึ้น “คุณจะโอเคไหมถ้าต้องถ่ายเปลือยสัก 2-3 รูป” เสียงของชายเจ้าของผมขาวมัดเป็นหางม้าถามขึ้น แบปติสต์ถอดกางเกงบ็อกเซอร์โดยไม่มีท่าทีเขินอาย อวดเรือนร่างที่เปลือยเปล่าด้วยความมั่นใจ เขาได้เตรียม ‘ส่วนนั้น’ มาเป็นอย่างดีด้วยการแวกซ์ขนออกทั้งหมด “พอไม่มีขนแล้วดูประหลาดยังไงไม่รู้สิ อย่างกับสายยางรดน้ำแหนะ” คาร์ลกล่าวออกมา หลังการถ่ายแบบจบลงแล้ว แบปติสต์เดินสวนกับคาร์ลอีกครั้ง เขาเข้าไปขอลายเซ็น แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือเรื่องผิดมหันต์! คาร์ลเกลียดการแจกลายเซ็นเป็นที่สุด เขามักจะตอบห้วนๆใส่คนที่มาขอไปว่า “ฉันไม่ใช่ Sheila นะ” (นักร้องหญิงชื่อดังของฝรั่งเศสยุค ’60s) แต่คราวนี้กลับไม่เป็นอย่างที่เคย เขาตอบแบปติสต์ด้วยท่าทีอ่อนโยนและเป็นมิตรว่า “ได้สิ ก็เธอทำงานได้ดีไม่มีที่ติ”


หน้าร้อนปีนั้นแบปติสต์ใช้เวลาดื่มด่ำกับความสุขในวิลล่าของคาร์ลที่ตั้งอยู่ในเมือง Ramatuelle ออกแล่นเรือยอช์ตในช่วงวันหยุด ขับรถโรลส์-รอยซ์เปิดประทุน ช็อปปิ้งแบบไม่อั้น ถลุงเงินเป็นว่าเล่นภายในคืนเดียว คาร์ลเองก็เหมือนได้ยาวิเศษจากความเยาว์วัยของแบปติสต์ที่ทำให้กลับมาเป็นคนร่าเริงอีกครั้ง เขามักเดินเคียงคู่หนุ่มน้อยรูปงามตามท้องถนนในแซงต์-โทรเปซ์ ราวกับคนเดินอวดถ้วยรางวัล Naomi Campbell ถึงขั้นกล่าวว่า “ตั้งแต่ Delon เราก็ไม่เคยเห็นใครหล่อได้ขนาดนี้” (Alain Delon ดาราดังของฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ยุค ’60s) นาโอมิซึ่งปกติไม่เคยเอ่ยชมใครยังพูดเสริมอีกว่า “แบปติสต์หาที่ติไม่ได้เลย” คาร์ลโปรดปรานการถ่ายรูปแบปติสต์มาก จะเรียกว่าถ่ายแบบทุกซอกทุกมุมก็ว่าได้ เขาเองก็มีพรสวรรค์ในด้านนี้ ไม่ว่าคาร์ลสั่งอะไรก็ทำได้ตามประสงค์ทั้งหมด รูปพวกนี้ตั้งใจเตรียมไว้ใช้กับหนังสือเล่มใหม่ ‘The Beauty of Violence’ (edition. Steidl) ในการถ่ายแบบคาร์ลผู้ซึ่งลงมือถ่ายภาพด้วยตัวเองมักจะเรียกร้องความเกรี้ยวกราด ความอีโรติก อารมณ์ที่รุนแรงพลุ่งพล่าน แบปติสต์เองก็จัดให้อย่างสมใจ ฤดูร้อนอันแสนอบอุ่นในปีนั้นคาร์ลใช้เวลาหมดไปกับการดื่มด่ำความไร้เดียงสาจากมิวส์ของเขา เราก็ไม่เคยเห็นคาร์ลมีความสุขอย่างนี้มาก่อนตั้งแต่ที่เขาสูญเสีย Jacques de Bascher ผู้เคยเป็นรักแท้และรักเดียว ‘Jako’ ผู้เป็นชู้รักของแซงต์ โลรองต์ที่จากโลกนี้ไปด้วยโรคเอดส์เมื่อปี ค.ศ. 1989 ซึ่งนั่นคือการสูญเสียที่คาร์ลไม่สามารถทำใจได้เลย ความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้จึงเป็นดั่งรักที่รุนแรงแต่ก็บริสุทธิ์ในคราวเดียวกัน หน้าร้อนปี ค.ศ. 2008 รูปของแซงต์ โลรองต์ตามหน้านิตยสารบันเทิงค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยรูปของคาร์ลและนายแบบคนโปรดของเขา สร้างความปีติยินดีถ้วนหน้าตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของ Chanel ไปจนถึงแม่ของแบปติสต์เอง


เวลาผ่านไป 12 ปี แบปติสต์อยู่ในห้องสวีทของโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงปารีส กำลังถอดเสื้อยืด Dior เผยให้เห็นรอยสักเลขโรมัน KL VIII VI MMVIII (KL 8 มิถุนายน ค.ศ. 2008) เพื่อย้ำเตือนถึงวันแรกที่ชีวิตใหม่ของเขาได้เริ่มต้น รอยสักนี้ได้จารึกลงบนเนื้อหนังและจิตวิญญาณของเขาอย่างถาวร แม้ผ่านมา 1 ปีแล้วนับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 วันที่ผู้เป็นดั่ง ‘ราชา’ ได้อำลาโลกใบนี้ไป แต่เขายังคงทำเหมือนตอนที่คาร์ลยังมีชีวิตอยู่ ในทุกๆเช้าต้องแต่งหน้าและรีดผมหน้ากระจก “ผมได้ซึมซับความเป็นคาร์ลไปแล้ว แม้แต่นิสัยใจคอของผมก็กลายเป็นคนเยอะไปแล้วล่ะ”


แบปติสต์ในวัย 30 ปีมีรูปร่างกำยำไม่แพ้นักเพาะกาย ฟันขาวราวกับหินอ่อนจากเมืองคาร์รารา เขาเริ่มเอาใจใส่เรื่องรูปร่างและดูแลตัวเองอย่างจริงจัง หลังคาร์ลจากไปไม่นานก็ออกหนังสือเล่าเรื่องระหว่างเขาและคาร์ลชื่อ ‘Karl et Moi’ โดยจะถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ทำให้แบปติสต์ได้ย้อนเวลากลับไปแต่งแต้มสีสันในภาพวาดแห่งความทรงจำตามแบบฉบับของเขาเอง โดยเพิ่มเติมจากคาร์ลผู้เป็นเจ้าของภาพจิตรกรรมตัวจริง คาร์ลผู้เป็นตำนานเกิดในประเทศเยอรมนี ดินแดนแห่งความเยือกเย็น โปรดปรานที่จะจรัสแสงบนโลกและปกครองคนในอาณัติของเขา “แต่คาร์ลไม่ได้เป็นไกเซอร์อย่างที่หลายคนชอบพูดกันหรอกนะ” แบปติสต์ยืนยันพร้อมกับเล่าให้ฟังว่า คาร์ลนั้นผูกพันกับ ‘ครอบครัว’ ที่เขาสร้างขึ้นมากแค่ไหน ครอบครัวที่ไร้เงาของสตรี มีเซบาสเตียงเป็นพี่ใหญ่ มีนายแบบ Jake Davies, Brad Kroenig และที่จะลืมไม่ได้เลยคือลูกๆของแบรดทั้ง Hudson และ Jameson นายแบบน้อยที่เราเห็นบ่อยครั้งบนรันเวย์ของ Chanel เซบาสเตียงไม่ตีตัวเสมอคาร์ล และจะเรียกคาร์ลว่า ‘คุณคาร์ล’ เสมอ ส่วนแบปติสต์เรียกคาร์ลว่า ‘papa’ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวข้ามเส้นเข้ามาอยู่ในโลกของคาร์ลผู้ปรารถนาในความเยาว์วัย เขตแดนที่ทำให้เขาก้าวออกไปไม่ได้อีกเลย “ผมไปสะดุดตาของคาร์ลเข้า และเขาอยากประทับตราไว้ที่ผม” แบปติสต์เล่าต่อว่า “วันหนึ่งคาร์ลบอกผมว่า ผมมาไกลเกินกว่าจะเดินย้อนกลับไปแล้ว แต่ผมเหมือนอยู่ในห้วงของความฝัน ผมไม่อยากกลับไปในโลกแห่งความเป็นจริง…ผมมักบอกตัวเองเสมอว่าผมสามารถเริ่มจากศูนย์ได้”


แบปติสต์ยังคงเล่าเรื่องราวพิเศษต่อไป เรื่องราวที่ดูคล้ายกับว่าเป็นการหล่อหลอมระหว่างการมองโลกอย่างไร้ความกังวล และความรักที่ไม่มีความต้องการทางเพศมาข้องเกี่ยว คาร์ลมักบอกเสมอว่าเขาไม่สนใจเรื่องพรรค์นี้ เพราะด้วยวัยและสถานะที่ต่างกันมากโข “หนุ่มน้อยจากมาร์เซยที่ไม่สนใจกฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่คาร์ลชอบในตัวผม คาร์ลเบื่อหน่ายกับคนรอบตัวของเขาเต็มที ผมเหมือนเป็นคนเอาแสงสว่างที่นำความสดใสมาสู่คาร์ล”
เมื่อปี ค.ศ. 2015 นายแบบหนุ่มเดินทางพร้อมกระเป๋าลวดลายโมโนแกรมสลักตัวอักษร B.L.G สวมนาฬิกาข้อมือทองคำของคาร์ลที่มอบให้เขาตอนอายุ 18 ปี คาร์ลเคยเปรยไว้ว่าจะมอบบ้านที่โมนาโคและจะรับแบปติสต์เป็นบุตรบุญธรรม แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่มีอะไรเป็นอย่างที่เขาได้กล่าวไว้ คาร์ลจากไปโดยไม่ทิ้งพินัยกรรม และกลายเป็นว่า ‘Choupette’ แมวสุดรักได้รับมรดกหลายล้านยูโรที่คาร์ลทิ้งไว้ การมอบมรดกที่ไม่เหมือนใครในครั้งนี้เป็นที่สนอกสนใจอย่างยิ่งในหมู่นักกฎหมาย ส่วนสมบัติพัสถานอื่นๆ ทั้งรถยนต์ เครื่องประดับ คฤหาสน์ เฟอร์นิเจอร์ ภาพจิตรกรรมก็ถูกแช่แข็งไว้ราวกับเป็นสมบัติในปราสาทแห่งโลกนิยาย


แบปติสต์ยังรำลึกถึงวันที่คาร์ลมีชีวิตอยู่ เวลาถึงคราวต้องตกแต่งบ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านในปารีส แซงต์-โทรเปซ์ หรือโมนาโค คาร์ลจะเลือกเฟอร์นิเจอร์จากรูปในไอแพด “อย่างกับแคตตาล็อกของ Ikea เวอร์ชั่นมหาเศรษฐี” คนใกล้ชิดของคาร์ลต่างก็คิดในใจว่าตัวเองจะได้ส่วนแบ่งอะไรบ้าง แต่ก็ได้แค่คิด เพราะในความเป็นจริงแล้วคาร์ลไม่มีญาติ เขาจากโลกนี้ไปเหมือนกับที่เคยเปรยไว้ว่า “เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง เขาอยากจากไปแบบสัตว์ป่าที่ตายอย่างโดดเดี่ยวในพงไพร โดยไม่ต้องเดือดร้อนใคร และเมื่อไม่มีเขาแล้วมันก็คือเรื่องราวที่จบบริบูรณ์”


คาร์ลผู้เป็นทั้งเพื่อนและแฟนตัวยงของ Andy Warhol ใช้ชีวิตเหมือนศิลปินผู้ด้นการแสดงสดเสมอมา แต่การตายมันน่าเกลียดเกินกว่าที่จะเป็นหนึ่งในการแสดงของเขา คาร์ลใช้ช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตอย่างโดดเดี่ยวที่ห้องพักสุดหรูย่านพิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ เขาไม่อนุญาตให้เพื่อนฝูงเข้าเยี่ยม แบปติสต์เองก็ไม่ได้เข้าเยี่ยมเพราะถูกเซบาสเตียงปฏิเสธ เซบาสเตียงผู้เป็นมากกว่ามือขวาของคาร์ล เขาเป็นทุกสิ่งทั้งผู้ช่วย คนขับรถ บอดี้การ์ด และเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนคาร์ลในวาระสุดท้ายของชีวิต ข่าวการเสียชีวิตของคาร์ลในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 เป็นเหมือนระเบิดลูกใหญ่ของวงการแฟชั่น เขาอยากจากไปอย่างสงบและเงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กลับถูกวิ่งตามโดยเหล่าพวกพ้องเพื่อนฝูงคนสนิทในโลกมายา ตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์สุดท้ายของผู้วายชนม์ Chanel ได้จัดงานลำลึกอย่างใหญ่โต ร่างไร้วิญญาณของคาร์ลถูกบรรจุอยู่ในหีบศพแบบเปิดให้ผู้ร่วมงานสามารถบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย แต่แบปติสต์เองไม่ได้รับโอกาสนี้ ไม่ได้แม้แต่การรับเชิญไปร่วมงาน “ไม่มีใครบอกผมเลย…สงสัยเขาคงลืมมั้ง”


ในหนังสือแบปติสต์ยังบอกเล่าถึงความขุ่นข้องหมองใจที่มีต่อ ‘รังแตน’ ซึ่งเปรียบได้กับเหล่าเพื่อนฝูงคนสนิทของคาร์ล คนพวกนี้มักจะผลักไสและวิจารณ์เขาอย่างหนัก ทั้งว่าเป็นแมงดา ของเล่น หรือแม้แต่เด็กแว้นจากมาร์เซย…แต่คำซุบซิบนินทาพวกนี้ไม่ได้ทำให้คาร์ลเดือดร้อน สำหรับแบปติสต์แล้วคาร์ลลดความเนี้ยบลงไปเยอะ ไม่ว่าจะยอมให้ใส่ขาสั้นที่แซงต์ โทรเปซ์ ยอมให้ไปออกรายการ ‘Danse avec les stars’ รายการที่มีการจับคู่แข่งเต้นระหว่างดาราและนักเต้นครูฝึกอาชีพ ไหนจะยอมให้ลองออกซิงเกิ้ลเพลง ‘Je te aime’ ทั้งๆที่ในฐานะแฟนเพลงคลาสสิกอย่างคาร์ลแล้วมันฟังไม่ระรื่นหูสักเท่าไร แต่ไม่ว่าแบปติสต์จะถูกโจมตีมากขนาดไหน คาร์ลเองก็ดูไม่เดือดร้อนกับเสียงนินทาเลย เขาบอกแบปติสต์ว่า “อดทนไว้นะ ตราบใดที่เขายังนินทาเธออยู่ แสดงว่าเขายังสนใจในตัวเธอยังไงล่ะ” แบปติสต์จำบทเรียนครั้งนั้นได้ดี เพียง 1 ปีหลังจากที่คาร์ลลาโลกนี้ไป เขาแซงหน้าคนอื่นด้วยการออกหนังสือก่อนใคร อีกทั้งยังได้ Jean-François Kervéan นักเขียนมือฉมังของปารีสมาเป็นผู้เรียบเรียงให้ แบปติสต์ยังทิ้งท้ายว่า เขาไม่ได้สนใจมรดกอะไรหรอก เขามีรูปภาพที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์พร้อมลายเซ็นอีกกว่า 3,000 ใบอยู่ในมือ เพียงเท่านั้นก็ทำให้เขาสุขใจแล้ว บนกล้ามแขนกำยำชวนมองถูกประดับด้วยรอยสักเทพีอะธีนาออกจากศีรษะของจูปีเตอร์ แบปติสต์ยืนยันว่ายังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในอินสตาแกรมของเขามียอดติดตามถึง 1.5 ล้านคน เขายังเซ็นสัญญากับ Dior และ Viktor & Rolf เขามีรายได้จากลิขสิทธิ์ภาพถ่าย ไม่ได้มีความเดือดร้อนเรื่องเงินทอง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขายังได้เซ็นสัญญาทำงานกับ Lea Elui อินฟลูเอนเซอร์สาวน้อยอายุ 19 ปี เธอมียอดติดตามในอินสตาแกรมเกือบ 11 ล้านคน แบปติสต์ได้พบกับมิวส์ของเขาแล้ว และคารล์คงรับบท Faust บนสรวงสวรรค์อย่างไร้กังวลเสียที

RELATED STORY

Bella-Hadid-Coperni-Spary
เทคโนโลยีสุดล้ำจากดีไซเนอร์ชาวสเปนที่สร้างสรรค์เสื้อผ้าขึ้นในเวลาไม่กี่นาที!
Panthere-de-Cartier
เสน่ห์ของเครื่องหนังกับสัตว์สัญลักษณ์ของเมซงสู่ว่าที่กระเป๋าใบโปรดใบใหม่ของสาวๆ
Onitsuka-Tiger-SS23
การผสมผสานแฟชั่นเข้ากับกีฬาและนวัตกรรมล้ำสมัย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.