Type To Search
X
FOLLOW
1 Dec 2018

Running Diary จากจุดเริ่มต้นจนถึง 10 กิโลแรก กับ Nike Running

ผ่านประสบการณ์ของ Digital Editor ของเรา โซน่า โสภณา ตันมานะตระกูล
Sophana Tanmanatragul
Digital Editor

 ปีนี้จะวิ่งย้อนไปเมื่อต้นปีนี่คือคำสัญญาที่ให้กับตัวเอง หลายคนอาจจะแอบขำในใจ เพราะใครๆ ก็วิ่งได้ แต่สำหรับผู้เขียนที่ไม่ชอบการวิ่งเป็นทุนเดิม บวกกับไลฟ์สไตล์ที่หนักหน่วง (ทั้งงานและความชอบส่วนตัว) มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่น่าจะยากเกินความพยายามปีนี้จะวิ่งถือเป็นสัญญาใจที่ให้กับตัวเอง 

Starting Point

แล้วก็มีเหตุให้ได้เริ่มวิ่งตั้งแต่ต้นปี เมื่อตอบรับเทียบเชิญจาก Nike ไปร่วมงานเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่น Nike Epic React ที่เกาหลี ในอุณหภูมิติดลบ เราทดสอบรองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบา กระชับ แถมเด้งดึ๋ง และเริ่มรู้สึกว่าการวิ่งก็ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เคยคิด จากนั้นรองเท้าวิ่งก็กลายเป็นหนึ่งใน must have ที่จะต้องแพ็คใส่กระเป๋าไปด้วยในทุกทริป เพราะนอกจากจะได้ออกกำลังกายไป และชมวิวของเมืองต่างๆ ที่มีโอกาสเดินทางไปทำงานแล้ว การวิ่งยังช่วยให้อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางลดลงอีกด้วย แต่ถึงยังไง วิ่ง 5 กิโลเมื่อไหร่ ก็ปิดจ็อบหอบทุกที หรือต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น?

รู้ตัวอีกทีก็ลั่นตอบรับคำชวนให้ลงวิ่ง 10 กิโลเมตรเมื่อกลางปี เพิ่มแรงจูงใจที่จะได้ทำอะไรที่ไม่เคยมาก่อน งานนี้ก็ต้องซ้อมเพิ่มเติม ผ่านฟังก์ชัน My Coach ในแอพลิเคชั่น Nike Running Club หรือ NRC ที่ช่วยจัดตารางซ้อมวิ่งตามความสะดวกของเรา และไปร่วมซ้อมวิ่งกับเหล่า Coach และ Pacer ของ NRC BKK ที่พร้อมแบ่งปันทิปส์ในการวิ่งอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงให้กำลังใจได้อย่างดี

ฟังดูเหมือนจะสบายๆ จริงมั้ย? เอาเข้าจริงองค์ประกอบที่กล่าวไปนั้นช่วยเราฝึกฝนได้ แต่สิ่งที่ยากกว่าคือตัวเราเอง ความง่วงไม่อยากตื่นไปซ้อมวิ่ง ความเหนื่อยใดๆ ที่ทำให้พร้อมเบี้ยวนัดเพื่อนที่สวนลุม ธุระมากมาย อากาศไม่ดี ไม่มีอารมณ์ ข้ออ้างอีกนับไม่ถ้วน ทำให้ผู้เขียนรู้ทันทีว่าจะวิ่งได้หรือไม่ มันอยู่ที่จิตใจไม่น้อยไปกว่าร่างกายเลยทีเดียว จะหยุด จะเทเมื่อไหร่ มันง่ายเหมือนกระพริบตา

 

แต่ความรู้สึกเวลาวิ่งเสร็จ ก็หาอะไรเทียบยากเหมือนกันนะ เพราะแม้จะมีสภาพยับเยินอาบเหงื่อ หายใจไม่เป็นจังหวะ แต่ก็มีความสุขและภูมิใจเล็กๆ อย่างบอกไม่ถูก

งั้นก็ต้องจัดสรรชีวิตให้ได้ 10 กิโลแรกในชีวิต ผ่านไปได้ในเวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที ทำให้มีกำลังใจจะไปต่อ และการตื่นมาวิ่งหรือไปซ้อมวิ่ง ก็กลายมาเป็นกิจวัตรกึ่งประจำของคนที่ไม่ชอบวิ่งคนนี้ เพียงเพราะว่ามันรู้สึกสะใจที่ทำได้ และได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองแทบทุกครั้ง ความรู้สึกที่ได้ครอบครอง personal best มันเป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วเราจะพาตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน กับการวิ่งของเราล่ะ?

The New Challenge

ครึ่งปีหลังแม้ร่างกายจะคุ้นเคยกับการวิ่งมากยิ่งขึ้น แต่เวลายังคงเป็นขั้วตรงข้ามกับความตั้งใจเสมอ งานที่โถมเข้ามาไม่หยุด หรือการเดินทางไปทำงานที่ฟังดูเหมือนสนุกแต่ก็ขโมยพลังจากเราไปไม่น้อย ทำให้แอบหลุดวงโคจรไปเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อ Nike จะขอเชิญชวนผู้หญิง 2,215 คน มาร่วมวิ่งใน Bangkok Marathon 2018 ด้วยกัน ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน เราตอบรับอย่างไม่ลังเล พร้อมเป้าหมายคือการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง ในระยะ 10.55 กิโลเมตร 

Training and Struggling

แต่มันไม่ง่ายเลย ในเมื่อตลอดเดือนกันยายน หาเวลาซ้อมได้ประมาณ 3 ครั้ง เท่านั้น New York, Milan, Paris Fashion Week (บวกเหนื่อย บวกง่วง บวกงอแง) หนักหนากว่าที่คิด เมื่อกลับมาจึงต้องเริ่มใหม่กับ My Coach ใน NRC Application และวิ่งกับ NRC BKK ครั้งแรกที่กลับมาวิ่ง บอกอย่างไม่อายเลยว่า หน้ามืด งอแง แล้วยอมแพ้ไป Coach จากไนกี้ดูทรงแล้วก็จ่ายยา ให้ไปซ้อมบนลู่ และทดความชันขึ้น 2% ในวันที่มาซ้อมในสวนไม่ได้ ค่ะโค้ช รับทราบ ปฏิบัติแน่ๆ ถ้าตื่นไหว

View this post on Instagram

I run when I feel weak. I run when I feel strong. I run to keep it together. I run to get along. I run to hide. I run to shine. I run with pain, I run with smile I run to eat, I run to burn. I learned to run, I run to learn. Thank you @nikerunning for kicking off this journey and my 2018 goal. Today isn’t race day yet but I feel like a winner every damn kilometers I push myself further. มาในสไตล์ rapper เก่า ว่าด้วยเรื่องของการวิ่ง จริงๆ วิ่งเงียบๆ ไม่บอกโลกก็ได้แหละ แต่มันภูมิใจ ที่ไม่ยอมแพ้ ที่งัดตัวไปวิ่งแม้เหนื่อย ที่เหนื่อยก็ไม่หยุดวิ่ง ที่ตั้งเป้าเรื่องวิ่งในปีนี้แล้วก็ทำมาเรื่อยๆ ก้าวเล็กๆ เสียงหอบเสียงถอนใจระหว่างทาง เพื่อนที่มาวิ่งด้วยหรือช่วยเชียร์ มันทำให้รู้อะไรเกี่ยวกับใจตัวเองขึ้นเยอะ วันอาทิตย์นี้ กับ #BangkokMarathon รายการ 10 km ครั้งที่ 2 ในรอบปีและชีวิต ใครจะไปรู้ปีหน้าอาจจะเลิกเห่อ หรืออาจจะวิ่งทะลุไป half หรือ full แต่อย่างน้อย ปีนี้ I fucking did it! #nikerunning #nikewomen #nrcbkk #teamnike

A post shared by Sophana Zona Tanmanatragul (@superzona) on

และแล้วก็ถึงโค้งสุดท้าย เข้าเดือนพฤศจิกายน เหลือเวลาอีกประมาณ 3 อาทิตย์เท่านั้น ก็จะถึง Bangkok Marathon รู้ตัวดีว่าไม่พร้อม และพยายามเต็มที่ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมของ NRCBKK ที่ยกขบวนไปเนรมิตสวนรถไฟด้วยแสงสี ให้สาวๆ ได้มาซ้อมร่วมกัน ในบรรยากาศที่สนุกและความรู้สึกปลอดภัย ภายใต้การดูแลของ Coach และ Pacer เหมือนเดิม บางคนลงระยะ 21 กิโลเมตรครั้งแรก บางคนเจนสนาม บางคนเพิ่งเริ่ม และบางคนเจ็บจนหมอสั่งห้ามวิ่ง จุดหมายของการวิ่งในแต่ละหัวใจต่างกันไป แต่ความตั้งใจมันส่งถึงกัน

Race Day: 18 Nov 2018

วันนี้แล้วสินะ ถ้าทำไม่ได้คงอายประมาณนึงสารภาพเลยว่านั่นเป็นหนึ่งในชุดความคิดหลัก ขณะเดินทางไปสู่ Nike Lounge โซนพิเศษที่ไนกี้เตรียมไว้เอาใจสาวๆทั้ง 2,215 คน ที่ร่วมการเดินทางครั้งนี้มาด้วยกัน เตรียมเพลง น้ำ หมอนวด อาหาร ไว้คอยดูแล ก่อนที่ Pacer จะมารับเราไปยังจุดปล่อยตัว เมื่ออยู่ตรงนั้นแล้วความอายถ้าทำไม่ได้เริ่มลดลง เปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะทำให้เต็มที่แทน เข้าที่ ระวัง ไป!

เราเลือกที่จะเกาะกลุ่มไปกับ Pacer เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของเราที่ตั้งไว้ 2 กิโลแรกสบายๆ รู้สึกมั่นใจ Pacer ก็บอกให้แซงไป ทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะพบว่ามีเนินสะพานพระราม 8 อยู่ตรงหน้า แถมหูฟังเจ้าปัญหาก็พังไปซะอย่างนั้น หงุดหงิดมั้ย แน่นอนค่ะ  แต่ไม่หยุดวิ่งไม่ไหวก็เดินเร็วโค้ชบอกเราไว้ แน่นอนว่าเดินเร็วขึ้นเนินสะพานเพื่อออมแรงสลับกับการวิ่ง แต่อากาศหนักๆ ในวันนั้นช่างไม่เป็นใจ เหนื่อยง่ายและเร็วกว่าที่คิด ผู้คนที่วิ่งผ่านเราไป วิ่งเร็วจนสวนเรากลับมา ก็คุกคามความคิดของเราไม่ใช่เล่นไม่ได้ หยุดคิด ตอนนี้มีหน้าที่แค่ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่าหยุด ช้าได้ แวะกินน้ำได้ แต่อย่าหยุดเราบอกกับตัวเอง 

Result

วิ่งเข้าเส้นชัยระยะ 10.55 กิโลเมตรด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 27 นาที ถือว่าดีขึ้น แบบฉิวเฉียด

View this post on Instagram

New PB! #BangkokMarathon2018 it wasn’t easy but hell, I did it! อากาศหนักๆ มีความแออัด มีสะพานพระรามแปดทั้งขึ้นลง วิ่งไม่คงที่เลยค่ะ ความทรมานมาหาเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ทำไปแล้ว และทำได้แล้วกับสถิติใหม่ที่ดีกว่าเดิม แม้จะแค่ไม่กี่นาทีก็เอาละ ขอบคุณ @nike #nikerunning #nikewomen ที่ชวนมาพิชิตภารกิจเอาชนะใจตัวเองครั้งนี้ let’s run this!!!

A post shared by Sophana Zona Tanmanatragul (@superzona) on

แต่ความรู้สึกที่ว่าเราทำได้นั้น มันมีพลังส่งไปถึงใบหน้าที่ยิ้มกว้าง พลังงานที่พุ่งสูงขึ้นสุดขีดเมื่อเจอเพื่อนๆ ที่ซ้อมมาด้วยกัน เจอทีมไนกี้ที่ช่วยซัพพอร์ตระหว่างซ้อม และในโมเมนต์นั้นช่วยตอบข้อสงสัยว่าทำไมการวิ่ง จึงเป็นกีฬาในดวงใจของใครหลายๆ คน และการวิ่งเป็นสิ่งที่หลายคนหยิบมาเป็นเป้าหมายในชีวิต เป็นความภาคภูมิใจและความสุขที่ทำได้สำเร็จ 

 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ความสุขเล็กๆนี้ก็ยังคงอยู่ และรู้สึกดีเหลือเกินที่บอกตัวเองว่าปีนี้จะวิ่งและทำได้สำเร็จ จากที่ไม่ชอบวิ่ง กลับมีความสุขทุกครั้ง ที่วิ่งเสร็จ

อยากส่งต่อกำลังใจและแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่ยังลังเลว่าจะทำได้หรือไม่ จะวิ่งไหวหรือเปล่า ไหวแน่ แค่ต้องลอง Just do it! 

YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
YOU MIGHT ALSO LIKE
MORE
load more stories
1
https://www.ellethailand.com/wp-content/uploads/2018/11/NikeFront.jpg