fbpx

I

In the mag

ล้วงลึกตัวตนและแพสชั่นในเสียงดนตรีที่สร้างความมั่นใจให้กับ BOWKYLION

"ต่อให้เขาไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่โบมีชีวิตอยู่ แต่เขาจะจดจำว่ามีโบอยู่ในโลก"

ล้วงลึกตัวตนและแพสชั่นในเสียงดนตรีที่สร้างความมั่นใจให้กับ BOWKYLION

"ต่อให้เขาไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่โบมีชีวิตอยู่ แต่เขาจะจดจำว่ามีโบอยู่ในโลก"

ในความไม่มั่นใจในเรื่องใดๆ ในชีวิตตัวเอง ‘BOWKYLION’ บอกว่ามีเรื่องเดียวที่มั่นใจ เรื่องนั้นคือดนตรี สิ่งที่นำมาซึ่งความสุข ความรัก ความมั่นคง กระทั่งความเจ็บปวด 

โบกี้-พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ หญิงสาวที่เคล้าเคลียเมโลดี้มาทั้งชีวิต และเป็นหนึ่งในคนรักดนตรีที่โชคดีพอจะหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยสิ่งนี้ที่เธอรัก กระทั่งไม่ว่าอะไรก็มาหยุดยั้งและแยกขาดเธอออกจากดนตรีไม่ได้ ยกเว้นโควิด AKA โรคฆ่านักร้อง อย่างที่โบกี้บอกเสียงยังไม่หายแหบยังว่า “โบทำอะไรไม่ได้เลย มันป่วย มันยิ่งกว่าหวัดธรรมดา มันลงคอ โพรงจมูกอักเสบ ปอดอักเสบ ไม่มีเสียง”

“โบอยู่กับดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ เราเรียนมาทางนี้ด้วย โบเรียนคณะดุริยางค์ เข้ายากมาก เรียนยากมาก เราชอบร้องเพลงแค่นั้น ไม่ได้คิดว่าจะเอามาทำมาหากิน แต่ว่าแม่ชอบมาก ไม่มีเงินก็ยังจะดันทุรังส่งโบเรียน เราเรียนไปก็คิดว่าจะไปทำอะไรต่อ มีวิชาดูแลศิลปินก็คิดว่าหรือโบจะเรียนจบไปทำอาชีพ AR เพราะมีมุมที่เราชอบดูแลคนอื่น ขณะเดียวกันเราก็แต่งเพลงส่งอาจารย์ไปเรื่อยๆ อาจารย์ก็ดูชมเพลงของเราดี แต่ก็คิดว่าเขาคงชมไปตามมารยาทหรือเปล่า เราทำเพลงมาเรื่อยๆ แต่ไม่กล้าให้ใครฟัง สุดท้ายเราพบว่าเราแต่งเพลงได้นี่นา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรามาทำอาชีพนักร้องได้อย่างไร”    

“โบแต่งเพลงจากอารมณ์ตัวเองที่โบจดไว้ในโทรศัพท์หรือเขียนในสมุด วันนี้รู้สึกดีวันนี้แย่มาก เหนื่อยมาก หิวข้าว จดไว้เป็นพันอย่าง วันหนึ่งที่เราเอามาดูก็เพิ่งเห็นว่าเรามักจะจดอารมณ์ลบไว้เยอะ เราส่งความรู้สึกไม่ดีให้คนอื่นเยอะขนาดนี้เลยเหรอ แต่คนเราจดจ่อกับความรู้สึกเศร้ามากกว่าความรู้สึกดี อย่างเวลาเรากินราเม็งอร่อยๆ เราก็ไม่จดไว้ เราดื่มด่ำเสพกับความอร่อยนั้นไป แต่เวลาเราเศร้าเราจำทุกอย่าง ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง เราจดจำรายละเอียดได้ดี โบเลยเลือกจะระบายความเศร้ามากกว่า คนก็เลยชอบถามว่าเพลงของโบกี้ไลอ้อนเป็นเพลงเศร้าเหรอ ทำไมมีแต่เพลงเศร้าๆ ชีวิตจริงของโบก็ปกตินะ แต่ในการทำงานเพลงเราคิดว่าจะเอาสิ่งที่ไม่มีประโยชน์นี้มาทำให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร ก็เลยเอามาทำเป็นเพลง เราเลือกจะรีไซเคิลความเศร้า” โบกี้ยังบอกด้วยว่าไม่ได้แต่งเองแค่เพลงหรอกนะ

คอนเซ็ปต์เพลง เสื้อผ้า หน้าผม ภาพลักษณ์ วางเดดไลน์ แต่งเพลง ทำเพลง คอนเซ็ปต์รูปปก รูปรีทัช ถ่ายเอ็มวี ทุกอย่างเลยค่ะโบจะกำหนดเอง เวลาโทร. หาค่าย เขาก็จะงงๆ ว่าเด็กคนนี้จะเอาอะไรอีก โบชอบในงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับตัวเองทุกอย่างอยู่แล้ว” เธอบอก “แต่บางทีเราก็มองไม่เห็นว่าตัวเองจะเป็นอะไรได้บ้าง ก็จะอยู่แต่ในเซฟโซน มีข้อเสียตรงนี้” เธอนิ่งนึก ปิ๊ง! ข้อเสียแวะเข้ามาในหัวอีก “โบมีแบบแผนในการทำงานสูงมาก เป็นคนมีเดดไลน์และไม่มีทางเลต ไม่เล่นตลกกับเดดไลน์ ไม่เผางาน จะไม่ทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด โบจะแต่งเพลงไปเรื่อยๆ มีอารมณ์ตอนไหนก็แต่ง จะใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลหรือความเป็นจริง ซึ่งก็เป็นข้อเสีย บางทีทำให้เราดูทำงานไม่เป็นมืออาชีพ สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือกำหนดเดดไลน์ จริงๆ แล้วเดดไลน์ของค่าย โบคือคนกำหนดเองแหละ”

ทุกสิ่งที่เธอกล่าวมา เธอยอมรับเองว่าเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์โดยมิต้องสงสัย “ถามว่าพอมองย้อนกลับไป มีจุดที่น่าจะดีกว่านี้มีไหม ก็มีค่ะ แต่ ณ จุดที่เราสร้างมันขึ้นมา งานนั้นจบในตัวเองมันเอง มันมีชีวิตของมัน เราไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับมันแล้ว เราเชื่อในการตัดสินใจนี้ของตัวเองมากๆ” ท่ามกลางความมั่นใจในตัวเองหลายๆ อย่าง แต่เรื่องเพลงโบกี้มั่นใจมากบอกเลย “มีแค่ผลงานเพลงที่เรามั่นใจ แต่กับเรื่องอื่นๆ เราจะนอยด์มาก ทำแบบนี้ดีไหม โอเคไหม ยิ่งเวลาแสดงสดหรือต้องจัดการบรรยากาศหน้างาน เราจะไม่มั่นใจเลย

โบกี้ต้องมีพื้นที่ปลอดภัย “ใช่ค่ะ! ต้องละลายพฤติกรรมกันแล้วถึงจะคุยกันได้” งั้นไม่ต้องเล่นคอนเสิร์ตสัก 4 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงแรกละลายพฤติกรรม วอร์มอัพก่อน โบกี้หัวเราะก๊าก ขับแววเศร้าในแววตาเธอออกไปบ้าง “ได้นะคะ แต่ทางค่ายต้องจองโรงพยาบาลไว้ให้ด้วย” เสียงหัวเราะหาย แววตาที่คลี่ยิ้มเมื่อครู่กลับมาฉายแววตรึกตรอง “จริงๆ แล้วโบชอบทุกกระบวนการทำงานเพลง การแต่งเพลงทำให้เรารู้ว่าสมองของเราสามารถคิดสิ่งต่างๆ ได้ไม่หยุดเลย เราชอบเป็นผู้สร้างจริงๆ การเล่นดนตรีสดบางทีอาจต้องเจอสถานการณ์ที่รับยากก็ใช่ แต่พอได้เจอคนที่มารอฟังรอดูผลงานของเรา เรากลับรู้สึกว่าชีวิตนี้เราโชคดีเหลือเกิน จะต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีก รู้สึกว่าเราตายได้เลย มันทำให้เรารู้ว่าเรารักการแสดงสดมากแค่ไหนเหมือนกัน งานศิลปะจะไม่สมบูรณ์แบบถ้าไม่มีผู้ชม” 

ศิลปะคือการสื่อสารด้วย ไม่ใช่แค่การแสดงออกอย่างเดียว “ใช่ค่ะ เวลาเล่นสด ทุกคนจะบอกโบว่าให้เบาลงหน่อย ไม่ต้องสุด เพราะทุกงานโบจะเล่นสุดจนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้วนี่เคยร้องเพลงสุดท้ายแล้วเป็นลมไปเลย ซึ่งเป็นแบบนี้มากกว่าหนึ่งงาน แต่ก็รู้สึกดีว่าเราทำหน้าที่ได้ดีมากๆ สิ่งที่นอยด์คือสุขภาพของตัวเองมากกว่าค่ะ” นักร้องตัวเล็กแต่ตัวตนทางดนตรีไม่เล็กพูดถึงศิลปินโปรดที่ปลื้มมากในพลังงานทางดนตรีว่า “อย่าง Doja Cat โบชอบในความมั่นใจ จริตแบบก็ฉันเป็นแบบนี้ ความมั่นใจของเขาเฉิดฉายมาก ความมั่นใจไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวเขา แต่อยู่ในทั้งโลกที่มีเขา มันแผ่ออกมาแรงมาก แต่โบไม่ได้อยากจะมั่นใจแบบเขานะ โบพยายามจะมั่นใจในตัวเองมา 30 กว่าปีก็ไม่สำเร็จ งั้นเราก็มั่นใจในความไม่มั่นใจไปนั่นแหละ เป็นแบบนี้น่าจะดีที่สุดแล้ว ส่วน Ariana Grande ก็ชอบมาก พอได้ฟังเสียงของเขาแล้วรู้สึกว่ามีความคล้ายกับเราในบางอย่าง เป็นวิธีการร้องที่น้อยแต่มาก เขาเป็นนักร้องในดวงใจ เราถูกจริตทุกอย่างในตัวเขา” 

อะไรแยกคนที่ทำดนตรีเป็นงานอดิเรกกับคนที่ดนตรีเป็นอาชีพได้ เราถามเจ้าแม่เพลงคัฟเวอร์ที่กลายมาเป็นเจ้าแม่เพลงฮิต เธอตอบแบบภาษาโบกี้ไลอ้อนว่า “อยู่ที่ว่าเราสนิทกับดนตรีในแบบไหน” แล้วค่อยขยายความว่า “บางคนเล่นดนตรีแบบศิลปะได้ดีมากโดยไม่ได้พึ่งพาด้านที่เป็นคณิตศาสตร์ของดนตรีเลยก็มีเยอะมากๆ คอร์ดนี้แล้วต้องไปคอร์ดนี้ เสียงนี้แล้วต้องตามด้วยเสียงนั้น มีการคิดคำนวณเพื่อให้ได้ดนตรีที่ไพเราะ โบเองก็เรียนแบบนี้มาด้วย บางคนรู้ในเชิงเทคนิค เสียงสะท้อน คนที่ชอบทางนี้ก็จะเลือกเป็นซาวนด์เอ็นจิเนียร์ คนที่ชอบเรื่องของเสียงก็อาจเป็นครูหรือนักแต่งเพลง คนที่ชอบทั้งศิลปะและคณิตศาสตร์แล้วมาแสดงดนตรีก็มี” 

โบไม่รู้ว่าตัวเองถนัดแบบไหน น่าจะ 50-50 โบอยากทำศิลปะที่ชอบมากๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้จักศิลปะนี้เลย คือโบรู้ว่าทำเพลงอย่างไรให้เพราะ แต่เรื่องความฮิตอยู่ที่ยุคสมัย โบไม่ค่อยทำเพลงตามกระแสเท่าไร เรารู้สึกแบบนี้เราก็ทำเพลงแบบนี้ ตามอารมณ์ ถามว่าฟังตลาดดนตรีไหม ก็ฟังค่ะ แต่ไม่ได้เอาตัวเองไปคลุกคลีและทำตามที่ตลาดต้องการ และก็ไม่ได้อยากทำเพลงที่คนจับทางได้ด้วยว่าเพลงโบกี้จะประมาณนี้นะ แต่อยากให้เพลงโบกี้ก็คือเพลงโบกี้ ก็เหมือนอาหาร ดนตรีเป็นวัตถุดิบหนึ่งที่เป็นรสมือของเรา”

พอเอาแพสชั่นมาทำเป็นอาชีพ สิ่งที่รักทำให้เราเจ็บปวดมากกว่าไหม ชั่ววินาทีเธอมีสีหน้าเจ็บปวดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้น “เจ็บปวดมาเยอะค่ะ เจ็บปวดในแง่จังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสม เจ็บปวดในเรื่องการสื่อสารที่เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น และเพลงก็ทำให้เจ็บปวดด้วย เพราะมันคืออารมณ์ความรู้สึกนั้นของเรา แต่ยิ่งเจ็บปวดมากก็ยิ่งสะใจมาก แสดงว่าเพลงเข้ามาถึงจิตใจเรามาก เป็นเพลงที่ออกมาจากเราจริงๆ เราจะยินดีมากที่เพลงของเราทำให้ใครเจ็บปวดมากหรือมีความสุขมาก เพราะมันกลายเป็นเพลงของทุกคนที่ได้ฟัง เราต้องเป็นสิ่งที่คนอื่นอยากให้เราเป็นบ้าง ไม่ได้ถึงขนาดต้อง 50-50 หรอก บางทีเขาก็ไม่ได้อยากหรือไม่ได้คิดว่าจะเห็นเราในแบบนี้ พอเขาเห็นก็เซอร์ไพรส์ดีเหมือนกัน”

อยากให้คนฟังฟังเพลงเราแล้วรู้สึกอย่างไร “พูดไปแล้วจะดราม่าไหมคะ” โบกี้ถามแต่เธอมีคำตอบให้ตัวเองแล้ว

“โบไม่เคยบอกใครเลยเรื่องนี้ ลึกๆ แล้ว ลึกมากๆเลยนะ โบอยากเป็นศาสดาของเพลงของโบเอง คนที่เข้ามาฟังเพลงโบจะศรัทธาในเพลงของโบอย่างแท้จริง ต่อให้เขาไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่โบมีชีวิตอยู่ แต่เขาจะจดจำว่ามีโบอยู่ในโลกนี้”  

Story: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer: กฤษดา หัสภาค
Fashion Editor: ธันวา เทียมเมฆ
Make-up: พัทธ์ธีรา ปารย์นิราวาทย์
Hair: ฐานกร จันทร์หอม
Assistant Stylist: ทิพประภา ภาคจักษี, หทัยภัทร แซ่ซิง, ศุภิสรา ทวีสุข 

RELATED STORY

aokbab-cover-chanel
"เราได้รับความรัก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เติบโตไปกับอาชีพนี้"
Baifern-Pimchanok-ELLE-Thailand
หนึ่งในการบ้านที่เฟิร์นต้องทำคือพัฒนาตัวละคร เราเลยต้องสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครที่เราจะเป็นด้วย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.