fbpx

I

Beauty

อัปเดตการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Cetaphil เพื่อผิวและโลกของเรา

เวลานี้ความงามต้องมาพร้อมกับความยั่งยืน

อัปเดตการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Cetaphil เพื่อผิวและโลกของเรา

เวลานี้ความงามต้องมาพร้อมกับความยั่งยืน

ล่าสุดสถาบันทรัพยากรโลก (RRI) รายงานว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างมาก บางประเทศฝนตกหนักหรือเกิดหิมะตกมากกว่าทุกๆ ปี ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรงและบ่อยครั้ง ทำให้กระทบเศรษฐกิจและปัญหาคุณภาพชีวิตเป็นวงกว้าง ซึ่งวิกฤติการณ์เหล่านี้ล้วนเกิดจากภาวะโลกร้อนนั่นเอง และดูเหมือนว่าปัญหานี้จะยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญการเรื่องนี้เป็นพิเศษ

โครงการ Clear Skies จาก Cetaphil

ในระหว่างที่เรากำลังสำรวจเทรนด์และนวัตกรรมความงามใหม่ ๆ ทั่วโลก ก็ต้องสะดุดกับบทความบนเว็บไซต์ของ Cetaphil ถึงการเปลี่ยนแปลงในแวดวงความงามครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์เวชสำอางที่ดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย (Sensitive Skin) มานานกว่า 70 ปี ด้วยความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นเช่นเดียวกับภารกิจในการฟื้นบำรุงผิวหน้า

พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานของเรามาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนถึง 95%

สำหรับการปรับแนวทางของ Cetaphil แบรนด์สกินแคร์เวชสำอางอันดับ 1 ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในประเทศสหรัฐอเมริกา* ครั้งยิ่งใหญ่นี้เป็นการเน้นหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหรือที่เรียกกันว่าโครงการ “Clear Skies” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้  Cetaphil มุ่งเน้นไปยัง 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น การใช้บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ และการดูแลสังคม และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในปี ค.ศ. 2030 ขององค์การสหประชาชาติ ทางโรงงานของ Cetaphil ภายใต้บริษัทแม่อย่าง Galderma ตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้ไฟฟ้าหมุนเวียนแบบ 100% ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2022 และมีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์จากภาคการผลิต สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Cetaphil ทั้ง 4 ประการ สรุปโดยง่ายได้ดังนี้

ประการแรก  คือ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Cetaphil มุ่งมั่นที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วยการใช้ทรัพยากรให้น้อยลงไปพร้อมกับการสร้างของเสียให้น้อยลง ซึ่ง Cetaphil และ Galderma ได้ริเริ่มโครงการมาแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 ด้วยใช้น้ำในการผลิตลดลง 33% ต่อตัน จากการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle & Reuse) ซึ่งถือเป็นการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานได้มากกว่า 60%

ประการที่สอง คือ ส่วนผสมที่พัฒนาให้ดีขึ้น

เป็นที่รู้กันดีว่า Cetaphil เป็นเวชสำอางอันดับท็อปในเรื่องการดูแลผิวบอบบางและแพ้ง่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกภายใต้แบรนด์ Cetaphil ที่อยู่ภายใต้โครงการ Clear Skies ได้แก่ Cetaphil Gentle Skin Cleanser, Cetaphil Oily Skin Cleanser, Cetaphil Moisturizing Lotion และ Cetaphil Advanced Relief Lotion** ได้รับการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์โดยใช้ส่วนผสมที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ปราศจากสารพาราเบน ซัลเฟต และไม่มีส่วนผสมที่มาจากสัตว์ หรือทำการทดลองใด ๆ กับสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงประสิทธิภาพตามที่แฟน ๆ Cetaphil ชื่นชอบไว้ด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ดังกล่าวได้เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 2021 ที่ผ่านมา และจะเปิดตัวทั่วโลกภายในปี ค.ศ. 2022 นี้ รวมถึงประเทศไทยด้วย

PARABEN FREE, VEGAN, SULFATE FREE

ประการที่สาม คือ บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ

Cetaphil ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ไม่แพ้ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ โดยเน้นหนักการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่จะใช้แบบ mono-material เพื่อให้บางส่วนสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ นอกจากนี้ยังใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถแยกฝาและขวดออกจากกันได้ เพื่อให้สะดวกในการคัดแยกเพื่อนำไปรีไซเคิล ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษก็ทำจากวัสดุหมุนเวียนและย่อยสลายตามธรรมชาติได้อีกด้วย

Cetaphil กับการสนับสนุนดูแลสังคม

ประการสุดท้าย คือ การสนับสนุนดูแลสังคม

เพื่อให้ได้มาซึ่งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน การสนับสนุนชุมชนและองค์กรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องทำควบคู่ไปด้วย ตัวอย่างเช่น Cetaphil เป็นพันธมิตรกับ Camp Wonder มาเป็นเวลานาน ซึ่ง Camp Wonder เป็นค่ายฤดูร้อนที่ก่อตั้งโดยมูลนิธิโรคผิวหนังเด็กสำหรับเด็กที่มีโรคผิวหนังเรื้อรังและคุกคามต่อชีวิตได้อยู่ในสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดย Cetaphil ได้มอบเงินบริจาคและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 เป็นต้นมา

แบรนด์ Cetaphil ให้ความสำคัญในการรักษ์โลกแบบนี้ต้องขอชื่นชมจากใจ ถึงแม้ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กล่าวไปข้างต้นจะยังไม่เปิดตัวในประเทศไทย แต่ก็กำลังจะเข้ามาในเร็ว ๆ นี้แน่นอน ถ้าผลิตภัณฑ์มาถึงไทยแล้วจะรีบมาอัปเดตให้ทราบทันทีว่าการเปลี่ยนแปลงของสุดยอดผลิตภัณฑ์เพื่อผิวเซนซิทีฟของโลกครั้งนี้จะพัฒนาไปขนาดไหน

ขอบคุณข้อมูลจาก:

*จากผลสำรวจการแนะนำผลิตภัณฑ์ของแพทย์ผิวหนังในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,667 คน ธ.ค. 2563 โดย IQVIA ประเทศสหรัฐอเมริกา
**สินค้าดังกล่าวไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

RELATED STORY

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.