I

Fashion

ตำนานกว่า 90 ปีของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่แรกในประวัติศาสตร์สู่คอลเล็กชั่น ‘1932’ ของ Chanel

คอลเล็กชั่น 1932 นี้ก็คือการยกย่องเชิดชูอัญมณีที่มีสีสันสดใสให้มากยิ่งขึ้น
Share on facebook
Share on twitter
ตำนานกว่า 90 ปีของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่แรกในประวัติศาสตร์สู่คอลเล็กชั่น ‘1932’ ของ Chanel
Digital Fashion Editor

Fashion

Share on facebook
Share on twitter

ตำนานกว่า 90 ปีของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่แรกในประวัติศาสตร์สู่คอลเล็กชั่น ‘1932’ ของ Chanel

คอลเล็กชั่น 1932 นี้ก็คือการยกย่องเชิดชูอัญมณีที่มีสีสันสดใสให้มากยิ่งขึ้น
ตำนานกว่า 90 ปีของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่แรกในประวัติศาสตร์สู่คอลเล็กชั่น ‘1932’ ของ Chanel
Digital Fashion Editor

ย้อนกลับไปเมื่อ 90 ปีที่แล้ว ในปี ค.ศ. 1932 Gabrielle Chanel ได้รังสรรค์คอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่เป็นครั้งแรกของโลกขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า ‘Bijoux de Diamants’ และในคอลเล็กชั่นนี้ เธอได้ใช้หลักการพื้นฐานเดียวกันในการรังสรรค์เครื่องประดับอัญมณีทั้งหมดของเธอ นั่นคือ การมอบอิสระในการเคลื่อนไหวให้กับผู้หญิงพร้อมกับมอบความสวยงามอันเลอค่าไปพร้อมกัน

หลังจากชีวิตของผู้คนต้องหยุดชะงักลงเป็นปีที่ 3 เนื่องจากเหตุการณ์ Black Thursday ในปี 1929 – เหตุการณ์ที่ตลาดหลักทรัพทย์วอลล์สตรีตตกอย่างรุนแรง และส่งผลให้โลกเข้าสู่ยุคภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ในปี 1932 จึงเป็นช่วงเวลาในการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ จุดประกายความหวังเพื่อการเริ่มต้นครั้งใหม่อีกครั้ง โดย London Diamond Corporation ได้เตรียมฟื้นฟูตลาดค้าเพชรให้กลับมารุ่งเรื่องอีกครั้งโดยการติดต่อ Gabrielle Chanel ผู้หญิงที่ได้รับการยกย่องจากสื่อต่างประเทศว่าเป็นผู้ที่ออกแบบคอสตูมจิวเวลรี่ได้สวยงามยิ่งกว่าเครื่องประดับจริง มาสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ขึ้นมา โดยคอลเล็กชั่นนี้เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับ Diamond Corporation ภายในสองวัน ทั้งยังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมทั้งหมด และฟื้นฟูยุคของเธอให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

‘Bijoux de Diamants’ เป็นการแสดงออกถึงสไตล์และความคิดสร้างสรรค์แบบเฉพาะตัวที่สุด และเป็นการนำหลักการของโอต์ กูตูร์ มาประยุกต์ใช้กับเครื่องประดับชั้นสูง ในปี 1932 กาเบรียล ชาเนลได้สร้างสรรค์ไฮจิวเวลรี่คอลเล็กชั่นแรกในประวัติศาสตร์โดยอาศัยความเป็นหนึ่งเดียวของแนวคิด เวลา และสถานที่ ซึ่งไม่มีช่างจิวเวลรี่คนไหนในยุคของเธอเคยทำมาก่อน ซึ่งเธอได้แรงบันดาลใจมาจากคืนหนึ่งในฤดูร้อนของกรุงปารีส ท้องฟ้ามืดดำสนิทที่ส่องสว่างด้วยแสงจากพระจันทร์เสี้ยว ดาวดาวที่เปล่งประกายราวกับเพชรที่ลอยอยู่ เธอตัดสินใจว่าเธอจะคลุมผิวกายและเส้นผมของหญิงสาวด้วยฝนดาวตก พร้อมด้วยพระจันทร์เสี้ยวที่ส่องสว่างและดาวงอาทิตย์ที่กำลังลุกโชน

งานจิวเวลรี่ของเธอไม่แตกต่างจากงานออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงที่เธอทำ นั่นคือ เธอเน้นที่รูปทรงเพื่อสร้างสรรค์ลุคในแบบที่ต้องการ ความสมบูรณ์แบบของเพชรได้รับการขับเน้นด้วยความเรียบง่ายขั้นสุด ไม่มีการตกแต่งใดๆ มองไม่เห็นเทคนิคการฝังและเจียระไนแบบคลาสสิก เพชรสีขาวและสีเหลืองราว 50 เม็ดประดับอยู่บนตัวเรือนแพลตินัมและเยลโลว์โกลด์ที่ออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน โดยเครื่องประดับกว่า 22 ชิ้นจากทั้งหมดที่ถูกค้นพบ สามารถเรียงต่อกันเป็นแผนที่ท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยดาวหาง ดวงจันทร์​และดวงอาทิตย์

“จิวเวลรี่ของฉันไม่เคยแยกออกจากแนวคิดเกี่ยวกับผู้หญิงและชุดเสื้อผ้าของเธอ ในเมื่อเราเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ เครื่องประดับของฉันก็เปลี่ยนรูปร่างได้เช่นกัน” กาเบรียล ชาเนล

90 ปีหลังจากการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงเป็นครั้งแรก สตูดิโอสร้างสรรค์จิวเวลรี่ของชาเนลจึงได้นำแรงบันดาลใจจากความทันสมัยของ ‘Bijoux de Diamants’ มาสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวใหม่อีกครั้งผ่านคอลเล็กชั่นที่ใช้ชื่อว่า ‘1932’ Patrice Leguéreau ผู้อำนวยการสตูดิโอสร้างสรรค์จิวเวลรี่ของชาเนลยังคงยึดมั่นในธีมชองท้องฟ้า ความบริสุทธิ์ของเส้นสาย และเสรีภาพของร่างกาย “ผมอยากหวนคืนสู่แก่นแท้ของปี 1932 และผสมผสานข้อความสำคัญเข้ากับสัญลักษณ์สามประการคือ ดาวหาง ดวงจันทร์​และดวงอาทิตย์ ทุกองค์ประกอบแห่งสวรรค์ย่อมส่องสว่างด้วยแสงแห่นตนเสมอ”

คอลเล็กชั่น 1932 แสดงแผนที่ของห้องฟ้าในรูปแบบใหม่ ด้วยดาวหางซึ่งเป็นไอคอนของเครื่องประดับชาเนลนับตั้งแต่การสร้างสรรค์สร้อยคอแบบเปิดที่พันรอบคอและแผ่ออกเหนือหน้าอก เกลียวก้นหอยและดาวหางที่ม้วนเป็นวงกลมไล่ตามเทหะวัตถุในห้องฟ้าอย่างไม่รู้จบ ดวงจันทร์ซึ่งปรากฏในคอลเล็กชั่น “Bijoux de Diamants” เพียงชิ้นเดียวกลายเป็นไอคอนในแบบที่มันควรจะเป็นในคอลเล็กชั่น 1932 พระจันทร์เสี้ยวดวงเดิมเต็มดวงแล้ววันนี้ ทั้งยังรายล้อมด้วยประกายแสงระยิบระยับ และที่ขาดไม่ได้ก็คือพลังแห่งสุริยะที่ส่องแสงเจิดจ้าในลวดลายกราฟิก

ผู้หญิงทุกคนสามารถหยิบดวงดาวมาสวมใส่ได้ตามใจชอบ และตัดสินใจในแบบของเธอเองว่าจะขยายเส้นทางของดาวหางอย่างไรบนผิวกายของเธอ แซฟไฟร์สีน้ำเงินดูคล้ายยามราตรี เพชรสีเหลืองดั่งไฟร้อนแรงของดวงอาทิตย์ โอปอลที่หนาแน่นราวกับกาแล็กซี่ ทับทิมสีแดงสด สปิเนลเรืองแสงเช่นยามรุ่งสาง แทนซาไนต์ที่มีสีเดียวกับท้องฟ้า หากคอลเล็กชั่นดั้งเดิมเรียกได้ว่าบริสุทธิ์สมบูรณ์แบบเกือบทั้งหมด ดั่งนิยามที่แท้จริงของแสงอันบริสุทธิ์ คอลเล็กชั่น 1932 นี้ก็คือการยกย่องเชิดชูอัญมณีที่มีสีสันสดใสให้มากยิ่งขึ้น

สร้อยคอ Allure Céleste ชิ้นเอกของคอลเล็กชั่น คือการเดินทางสู่หัวใจของแสง แสงที่เล็ดลอดออกมาจากดวงดาว และเชื่อมโยงกันในความเวิ้งว้างของท้องฟ้า แซฟไฟร์ทรงรีสีน้ำเงินเข้มน้ำหนักพิเศษ 55.55 กะรัต และเพชรทรงลูกแพร์ชนิด Ila DFL น้ำหนัก 8.05 กะรัตเปล่งประกายความงามอันโดดเด่นท่ามกลางเพชรทรงกลมมากมาย เพชรที่รายล้อมเหล่านี้สามารถถอดแยกออกเป็นเข็มกลัดได้ เช่นเดียวกับเพชรแถวกลางที่สามารถนำมาสวมเป็นสร้อยข้อมือ หรือเปลี่ยนเป็นสร้อยคอสั้นเพื่อยกย่องผลงานรังสรรค์ในปี 1932 ของมาดมัวแซล ชาเนล ที่ต้องการให้ผู้หญิงถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มดาว

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

RELATED STORY

julia-fox-alexander-wang-grocery-shopping
"ฉันแค่คิดว่าถ้ามันเป็นที่ยอมรับที่ชายหาด มันก็น่าจะเป็นเหมือนกันทุกที่นะ"
การเดินทางผ่านห้วงเวลาผ่านคอลเล็กชั่น Gucci Cosmogonie กับฉากหลังปราสาทสุดขลัง
บอกเล่าเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบันผ่านซิลลเอ็ตและสีสันในแบบฉบับของ Alessandro Michele
ส่องลุคชมโชว์ของ ใหม่ ดาวิกา Friend of Gucci ลัดฟ้าไปชมแฟชั่นโชว์ Gucci Cosmogonie ที่ประเทศอิตาลี
สาวๆ แอลชอบลุคชมโชว์ในครั้งนี้ของใหม่ ดาวิกากันแค่ไหน มาแชร์กัน
ชมการถ่ายทอดสดแฟชั่นโชว์ Gucci Cosmogonie ส่งตรงจากอิตาลีพร้อมกันกับเราได้ที่นี่
คืนนี้เวลาประมาณตีหนึ่ง ปักหมุดรอชมคอลเล็กชั่นใหม่จาก Gucci ได้เลย

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.