fbpx

I

Fashion News

เปิดตำนานรองเท้าทูโทนของ Chanel หนึ่งในรองเท้าคู่กายของสาวแฟทุกยุค ทุกสมัย

สีเบจและดำ สองโทนสีอันคลาสสิกที่ไม่ได้ถูกเลือกด้วยความบังเอิญ

เปิดตำนานรองเท้าทูโทนของ Chanel หนึ่งในรองเท้าคู่กายของสาวแฟทุกยุค ทุกสมัย

สีเบจและดำ สองโทนสีอันคลาสสิกที่ไม่ได้ถูกเลือกด้วยความบังเอิญ

ELLE อาสาพาย้อนอดีตเรื่องราวรองเท้าคู่ตำนานของ Chanel และค้นพบเบื้องหลังของงานฝีมือที่เรียกว่าไม่ธรรมดาเลย ซึ่ง Coco Chanel ได้ออกแบบรองเท้าทู-โทนตั้งแต่ปี 1957 และทุกวันนี้มันกลายเป็นรองเท้า ‘คัลท์’ ที่เป็นต้นแบบของดีไซเนอร์อื่นอีกหลายคน

ในยุคทศวรรษ 1950s บรรดาดีไซเนอร์มักออกแบบรองเท้าแบบเรียบง่ายและเป็นสีเดียว จนกระทั่งโกโก้ ชาเนลค้นพบความเปลี่ยนแปลง สีเบจและดำ สองโทนสีอันคลาสสิกไม่ได้ถูกเลือกด้วยความบังเอิญ แต่ชาเนลสังเกตด้วยตนเองว่า สีเบจช่วยส่งให้เรียวขาดูยาวขึ้น ในขณะที่สีดำบริเวณปลายรองเท้าช่วยให้เท้าดูสั้นลง นอกจากนั้นมาดมัวแซลชาเนล ผู้ออกแบบชุดเดรสสีดำตัวน้อยและชุดสูทผ้าทวีด ยังค้นพบอีกว่ารองเท้าทู-โทนยังเหมาะสำหรับสวมใส่ทั้งกลางวันและกลางคืน

Coco Chanel ในปี 1968

“คุณออกจากบ้านไปด้วยสีเบจและสีดำในตอนเช้า ใส่สีเบจและดำออกไปรับประทานมื้อเย็น จากนั้นคุณยังสวมรองเท้าสีเบจและสีดำไปงานเลี้ยงค็อกเทลอีก มันเข้ากับทุกชุดของทั้งวันจริงๆ” มาดมัวแซลชาเนลเคยกล่าวเมื่อคราวนำเสนอรองเท้าทู-โทนเป็นครั้งแรก และเรียกมันว่าสุดยอดแห่งความสง่างาม

Romy Schneider ในปี 1962

ในช่วงเวลานั้นบรรดาสื่อพากันตั้งชื่อให้มันว่า ‘รองเท้าซินเดอเรลลาใหม่’ มันค่อยๆ กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เหล่าดาราแห่งยุคอย่าง Catherine Deneuve, Romy Schneider, Marlene Dietrich, Capucine, Delphine Seyrig, Jane Fonda และ Jeanne Moreau ก็คลั่งไคล้รองเท้าใหม่ของ Chanel เช่นกัน ส่วนดารายุคปัจจุบันที่ชอบสวมใส่อยู่ก็มี Tilda Swinton

Chanel คอลเล็กชั่น Spring/Summer 1975

‘Pumps’ ที่มาดมัวแซลชาเนลเรียกนั้น เสร็จสมบูรณ์ได้ด้วยการเพิ่มส้นเล็กๆ ประมาณห้าเซนติเมตร ต่อมาเมื่อได้ร่วมงานกับ Maison Massaro สตูดิโอรองเท้าที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1894 ยังคงทำงานร่วมกับแบรนด์ Chanel มาจนถึงทุกวันนี้ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโดยใช้สายรัดส้นแคบๆ และเพิ่มเติมสีต่างๆ ตามมา ‘Slingback Pumps’ จึงถือกำเนิดขึ้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่รองเท้าทู-โทนของ Chanel จะได้รับความนิยมมากในเวลานั้น เพราะมันช่วยร่ายมนตร์ให้ขายาว และยังคงสวมใส่สบาย จนกระทั่งเริ่มมีโมเดลที่ได้รับการดัดแปลงเล็กน้อยตามมามากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนั้นยังมีสีที่ปรับเพิ่มเติม เช่น หนังสีเบจที่มีปลายรองเท้าสีน้ำเงิน น้ำตาล หรือแม้แต่สีทอง “ฉันสามารถเดินทางรอบโลกได้ด้วยรองเท้าสี่คู่” เหมือนเช่นมาดมัวแซลว่า ตรรกะนี้ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างไม่ลดละ ปลายรองเท้าทำจากผ้าซาตินสีดำ หนังสีเงิน ขอบส้นโค้งมน ปลายแหลมมากขึ้น หรือไม่ก็ตกแต่งด้วยโบว์เล็กๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล

ในเวลาต่อมา Karl Lagerfeld ซึ่งเข้ามารับช่วงต่อในฐานะหัวหน้าดีไซเนอร์ก็นำความคลาสสิกของ Chanel นี้มาพัฒนาต่อในคอลเล็กชั่นแรกของเขาในปี 1983 และครั้งต่อๆ มา นอกจากรองเท้าบู้ต รองเท้าแตะแล้ว ดูเหมือน Ballerina Pumps สองโทนสีจากคอลเล็กชั่นปี 1986 นี่แหละ ที่เป็นงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่สุดชิ้นหนึ่งของเขา ในการออกแบบนั้นลาเกอร์เฟลด์ใช้แนวคิดที่มาดมัวแซลชาเนลมีตั้งแต่แรกสร้าง นั่นคือรองเท้าทู-โทนที่มีความหลากหลาย เข้ากับทุกสถานการณ์และเสื้อผ้าทุกชุด

Chanel Haute Couture Spring/Summer 1983 โดย Karl Lagerfeld

ปี 1994 ลาเกอร์เฟลด์ออกแบบโดยใช้สีดำและขาวพร้อมสายรัดข้อเท้า จากนั้นสีใหม่ก็บังเกิดขึ้น สีน้ำเงินหรือสีดำกับสีม่วงลาเวนเดอร์ สีชมพูกับสีดำ สีเขียวกับสีดำ… นอกจากสีแล้ว เขายังผสมวัสดุต่างๆ เข้าด้วยกัน อย่างเช่นผสมผสานผ้าทวีดกับหนังสำหรับรองเท้าบูตในคอลเล็กชั่นโอตกูตูร์ Fall/Winter 2009/10 หรือผสมผสาน PVC กับผ้าซาตินเข้าด้วยกันอย่างลงตัวสำหรับคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูป Spring/Summer 2013 พร้อมส่งผ้าลูกไม้กับหนังเป็นรองเท้าตัวท็อปสำหรับคอลเล็กชั่นโอตกูตูร์ Spring/Summer 2013

“มันเป็นรองเท้าที่ทันสมัยที่สุด และทำให้ขาสวย” คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์เคยกล่าวภายหลังงานโชว์คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2015/2016 ที่เขานำรองเท้าทู-โทนต้นแบบจากปี 1957 ของกาเบรียล ชาเนลกลับมานำเสนอในรูปแบบนุ่มนวลและทันสมัยอีกครั้ง

Story: Boonchoak Panichsilp

RELATED STORY

The-Fabulous-World-of-Dior-at-Harrods
ตั้งแต่วันนี้จนถึง 3 มกราคมปีหน้า ใครมีแพลนไปลอนดอน อย่าลืมแวะไปเช็คอิน ถ่ายรูปกัน!
00.THUMBNILL_ADV_Pixxelpro_03_05
แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมสัญชาติไทย ที่น่าจับตามองในระดับสากล

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.