fbpx

I

Frontman

กว่า 10 ปีบนเส้นทางนักแสดงของ ชเวอูชิก กับภาพลักษณ์ใหม่ในผลงานซีรี่ส์ล่าสุด Our Beloved Summer

การแสดงให้เห็นชเวอูชิกแบบใหม่ คือหนึ่งในเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของผม
Share on facebook
Share on twitter

Frontman

Share on facebook
Share on twitter

กว่า 10 ปีบนเส้นทางนักแสดงของ ชเวอูชิก กับภาพลักษณ์ใหม่ในผลงานซีรี่ส์ล่าสุด Our Beloved Summer

การแสดงให้เห็นชเวอูชิกแบบใหม่ คือหนึ่งในเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของผม

ชเวอูชิกก้าวเดินไปพร้อมกับโอบกอดความกังวลและไมตรีเอาไว้ดั่งเป็นนิสัย ในปีที่ 10 ของการเป็นนักแสดงนี้ ใบหน้าของชเวอูชิกที่มองไปยังทางแสนไกลข้างหน้าดูไร้ซึ่งความหวาดกลัว

ELLE MEN: ใน Our Beloved Summer คุณร่วมแสดงกับคุณคิมดามีที่เคยพบกันในภาพยนตร์ The Witch มาแล้ว

Choi Woo Shik: เรื่องนี้ทำให้ผมเบาใจขึ้นมากเลย ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน ผมน่าจะประหม่ากว่านี้ ผมไม่เคยแสดงแนวโรแมนติก คอเมดี้ที่มีความ ‘หวานแหวว’ มาก่อน เลยน่าจะยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิมอีก

ELLE MEN: ชักอยากจะรู้แล้วว่าชเวอูชิกจะแสดงบทโรแมนติกของคู่รักที่เลิกกันตอนเป็นนักศึกษา แล้วกลับมาพบกันอีกครั้งออกมาแบบไหน ปกติคุณชอบแนวโรแมนติกคอเมดี้อยู่แล้วหรือเปล่า

Choi Woo Shik: แน่นอนสิครับ! เวลาอยู่บ้านผมจะเน้นดูอะไรที่ดูแล้วอารมณ์ดีเป็นหลัก แล้วแนวโรแมนติกคอเมดี้ก็เป็นแนวที่ดูแล้วมีความสุขใช่ไหมละครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนดูชีวิตรักของคนอื่นดี

ELLE MEN: คุณอยู่คนเดียวใช่ไหม อยากรู้จังว่าคุณชอบดู Netflix ผ่านสมาร์ตโฟน หรือว่าชอบดูจากแผ่นบลูเรย์แบบ 4K ในโฮมเธียเตอร์

Choi Woo Shik: เวลากินข้าวผมจะเปิดแอนิเมชันของ Pixar ทิ้งไว้เสมอครับ ไม่มีอะไรที่ดูแล้วมีความสุขได้เท่าแอนิเมชัน แถมตัวละครในแอนิเมชันพูดและแสดงได้สมบูรณ์แบบด้วย (หัวเราะ) ถึงจะมีบางเรื่องอย่าง Coco ที่เศร้ามากก็เถอะ… ผมว่ามีคนแบบผมเยอะอยู่นะครับ คนที่พอถึงจุดหนึ่งก็เริ่มดูละครหรือภาพยนตร์เพื่อความสนุกไม่ได้ แต่ดูเพราะอาชีพแทน พอเป็นอย่างนั้นเลยอยากถอยออกมาสักก้าว

ELLE MEN: Youn’s Stay ที่ออกอากาศในปีนี้ (2021) เหมือนจะช่วยทดแทนช่วงที่คุณหายหน้าหายตาไปจากแฟนๆ ได้เยอะเลย เวลาได้เห็นตัวเองในรายการเรียลิตี้ คุณรู้สึกไม่ชินบ้างไหม

Choi Woo Shik: พี่จองยูมีเคยพูดกับผมก่อนถ่ายรายการ Summer Vacation ว่า “ลองทำไปก่อน ไว้มาดูตอนออกอากาศ แล้วเธอจะเซอร์ไพรส์ เธอจะได้เห็นภาพตัวเองที่เธอเองยังจำไม่ได้” แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผมยังแปลกใจว่านี่ผมทำท่าทางและหน้าตาแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอ ถ้าจะบอกว่า Summer Vacation เหมือนช่วงปิดเทอมที่ได้อยู่กับพี่สาว Youn’s Stay ก็เหมือนได้ไปเที่ยวหลังทำงานเลยครับ

ELLE MEN: ในภาพยนตร์ Minari ของอาจารย์ยุนยอจองประสบความสำเร็จต่อจาก Parasite ไปโดยธรรมชาติเลย

Choi Woo Shik: ‘คนที่สมควรได้รับ ได้รับมันแล้ว’ จริงๆ ก็เขินที่ต้องพูดเรื่องนี้นะ แต่ผมมีสิทธิ์ลงคะแนนโหวต เพราะเป็นสมาชิกของออสการ์ พอดูจากกระแสของสื่อที่รุมล้อม Minari ผมก็พอเดาได้ว่าคงจะได้รางวัลบ้าง อาจารย์ยุนยอจองเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่ได้รางวัลสาขาการแสดง จึงมีทั้งความดีใจ และเซอร์ไพรส์ที่แตกต่างจากตอน Parasite ได้รางวัลผู้กำกับและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ELLE MEN: ประสบการณ์ครั้งใหญ่นี้ทิ้งอะไรไว้ให้คุณ หรือมีเรื่องอะไรที่ส่งผลให้มุมมองความเป็นมนุษย์ของคุณกว้างและลึกขึ้น

Choi Woo Shik: สำหรับผมแล้วการแจ้งเกิดใน Parasite คล้ายกับตอนที่ผมได้รับรางวัลใน Blue Dragon Film Awards เป็นครั้งแรก เรื่อง Set Me Free มันทำให้ผมแน่ใจว่าตัวเองมาถูกทาง และย้ำให้รู้ว่ารอบตัวมีคนดีๆ มากมาย และผมก็โชคดีมากๆ ผมเข้าวงการครบ 10 ปีในปีนี้ ยิ่งนานวันผมยิ่งรู้สึกว่าบุคลิกของผมยิ่งห่างไกลจากลักษณ์และให้ความกล้าแก่ผมได้ ผมก็ยิ่งรับได้มากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า ใครจะคิดว่าผมจะได้ไปร่วมงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ที่อเมริกา แถมได้รางวัลอีก เมื่อผมกลายเป็นคุณปู่ เรื่องนี้ก็ยังเอาไปเล่าอวดหลานๆ ได้แน่นอน

ELLE MEN: โดยพื้นฐานแล้ว คุณชื่นชมคนแบบไหน หรือมีใครบ้างที่คุณอยากพบและฟังเรื่องราวของเขา

Choi Woo Shik: นึกถึงขึ้นมาหลายคนเลยครับ คนที่อยากเจอแล้วฟังเรื่องราวของเขา น่าจะเป็นผู้กำกับคิมแทยง จากเรื่อง Set Me Free หลังร่วมงานกันผมก็ติดต่อเขาเป็นระยะ และเห็นผู้กำกับเขาเขียนถึงผมลงโซเชียลด้วย แต่พอจะโทร. นัดพบกันกลับยากมาก อารมณ์เหมือนตอนคิดถึงครูสมัยประถมแต่ไม่กล้าติดต่อไปละมั้งครับ ผมอยากพบเขา อยากถามว่าเขาเป็นอย่างไร มองผลงานของผมเป็นอย่างไร อยากให้ผมพัฒนาจุดไหนเพิ่ม…

ELLE MEN: หวังว่าบทสัมภาษณ์นี้จะช่วยให้พวกคุณมาพบกันได้นะ ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งเราเคยได้ถามคุณจองยูมีเกี่ยวกับ ‘กองถ่ายที่มีความสุขที่สุด’ แล้วคุณล่ะ มีความสุขในกองถ่ายไหม

Choi Woo Shik: ถ้านักแสดงอยากทำงานออกมาให้ดี ไม่ว่าอยู่กองถ่ายไหนก็จะรู้สึกกดดันและลำบากประมาณหนึ่ง แต่กองถ่าย Trian to Busan นี่สนุกอยู่นะครับ บทพูดของนักแสดงทุกคนไม่เยอะด้วย (หัวเราะ) เราเลิกกองตรงเวลาเป๊ะ เป็นกองถ่ายที่เช้ามาก็ตั้งหน้าตั้งตาตะโกนวิ่งหนีซอมบี้ พอตกเย็นก็เล่นกันอย่างสนุก

ELLE MEN: นิยายที่นำมาสร้างเป็นเรื่อง The Policeman’s Lineage คือเรื่องของคนสามรุ่นที่เกี่ยวกับการตระหนักรู้และสำนึกในหน้าที่ของอาชีพตำรวจ ฉันรู้สึกไม่ชินกับชเวอูชิกที่แสดงเป็น ‘คนที่มีอาชีพเฉพาะทาง’ เลย แต่เห็นคุณบอกว่ามันทำให้ได้เผยด้านใหม่ๆ ในผลงานภาพยนตร์

Choi Woo Shik: ถ้าบอกว่าใบหน้าของผมมีอุณหภูมิ ก็คงเหมือนผมยังไม่เคยลองใช้ใบหน้าในอุณหภูมินี้มาก่อน ช่วงเข้าวงการแรกๆ ผมได้บทแนวเด็กซนๆ หลังเรื่อง Set Me Free ก็มีคนเสนอบทนักเรียนแนวมืดมนและโชคร้ายมาให้ รูปร่างหน้าตาที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดอาจเป็นจุดแข็งด้านหนึ่งก็จริง แต่ตัวผมมีความใฝ่ฝันอยากจะแสดงให้คนเห็นด้านใหม่ๆ บ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคงเป็นการตัดสินจากผู้ชมนั่นแหละ

ELLE MEN: ในฐานะคนดู ฉันรู้สึกได้ว่าคุณไม่กลัวที่จะลอง และรู้สึกถึงอุณหภูมิที่แตกต่างมากๆ เพราะหลังจาก Set Me Free คุณก็แสดงบทแนวตลกในเรื่อง Hogu’s Love หรือ The Boy Next Door และยังมีผลงานอย่างเรื่อง The Witch หรือ Time to Hunt ด้วย

Choi Woo Shik: การเล่นบทที่เล่นได้ดีบทหนึ่งไปเรื่อยๆ อาจทำให้กลายเป็นมือหนึ่งในบทแนวนั้นๆ แต่การแสดงให้เห็นชเวอูชิกแบบใหม่ คือหนึ่งในเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของผม คงเพราะแบบนั้นผมเลยไม่เคยปฎิเสธบทไหน และเล่นมาทุกอย่าง เวลาผมดึงภาพที่ดีที่สุดในบทบาทนั้นออมาได้ไม่ว่าจะอยู่ในบทไหน ผมจะรู้สึกปลื้มสุดๆ เลยครับ

ELLE MEN: ประสบการณ์และสิ่งที่สั่งสมมาในอดีตก็ช่วยให้ทำงานในตอนนี้สำเร็จได้เหมือนกัน แล้วชเวอูชิกในวัย 32 ปี อยากจะสั่งสมอะไรต่อไป

Choi Woo Shik: โจทย์ใหญ่ที่สุดในการทำงานนี้ก็คือ ทำอย่างไรถึงจะแสดงในช่วงวัย 30 ออกมาได้หลากหลายที่สุด ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น คนที่พบ หรือ สถานที่ที่ไป ก็ยิ่งจำกัดลง และเวลาก็ไม่เพียงพอ ผมอยากแบ่งปันประสบการณ์ แม้แต่ตอนเจอกับคนกลุ่มเล็กๆ และอยากดื่มด่ำกับความสุดขั้ว ในบางครั้งที่ได้ออกไปท่องเที่ยว เขาว่ากันว่าริ้วรอยของนักแสดงนั้นฝังร่องรอยของชีวิตเอาไว้ ไม่นานมานี้ผมดูภาพยนตร์ แล้วจู่ๆ ก็กังวลขึ้นมาว่า ถ้าเราไม่มีร้ิวรอยเท่ๆ แบบนั้นบ้างจะทำอย่างไรดี

ELLE MEN: คุณอยากแก่ขึ้นไปเป็นแบบไหน

Choi Woo Shik: ผมเริ่มแสดงเพราะอยากแสดงจริงๆ ที่ทำมาได้ถึงตอนนี้ก็เพราะผมสนุกกับงานจริงๆ อาจฟังดูเด็กไปหน่อย แต่เขาว่ากันว่าคนที่ยิ้มบ่อยๆ แก่ตัวไปคนก็จะดูออก และริ้วรอยที่เกิดจากรอยยิ้มก็สวยด้วย ผมอยากสนุกกับงานนี้ไปเท่าที่ผมยังทำได้ และต่อให้วันหนึ่งผมทำไม่ได้แล้ว ผมก็อยากหางานอื่นๆ ที่มอบความสุขและใช้ชีวิตด้วยรอยยิ้มไปเรื่อยๆ

ภาพแฟชั่นเซ็ตและบทสัมภาษณ์จากนิตยสารแอลเมน ประเทศไทย ฉบับฤดูกาล Fall/Winter 2021

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

RELATED STORY

กลัฟ คณาวุฒิ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งแห่งยุคกับเรื่องราวชีวิตที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น
บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะทำให้หลายๆ คนหลงรักผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น!
บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และ พีพี กฤษฏ์ กลับมาเจอกันครั้งใหม่ในวันบอกลาเต๋และโอ้เอ๋ว
เปิดใจพูดถึงเต๋-โอ้เอ๋วแบบหมดเปลือกก่อนแปลรักฯ พาร์ต 2 ฉาย
Barry’s Dictionary: อภิธานศัพท์ฉบับแบร์รี่ ให้ความหมายจากปากของ ณเดชน์ คูกิมิยะ
ทำความรู้จักกับมุมมองและตัวตนในวัยขึ้นเลขสามของพระเอกหนุ่ม

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.