fbpx

I

Watch & Jewelry

25 ปีของการเป็นพาร์ตเนอร์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์กับคอลเล็กชั่นทรงคุณค่าจาก Chopard

ศิลปะแขนงที่ 7 เป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบไฮจิวเวลรี่ทั้ง 75 ชิ้น
Digital Fashion Editor

Watch & Jewelry

25 ปีของการเป็นพาร์ตเนอร์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์กับคอลเล็กชั่นทรงคุณค่าจาก Chopard

ศิลปะแขนงที่ 7 เป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบไฮจิวเวลรี่ทั้ง 75 ชิ้น
Digital Fashion Editor

ตำนานบทใหม่ถูกเขียนอีกครั้งที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 75 เมื่อแบรนด์ไฮจิวเวลรี่จากสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Chopard เปิดตัว Red Carpet Collection ล่าสุดภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Chopard Loves Cinema’ ณ รูฟท็อปโรงแรม Hotel Martinez ที่ถูกเนรมิตให้สวยหรูกับแบ็กกราวน์ถนนริมทะเล La Croisette พร้อมต้อนรับแขกทุกท่านของ Caroline Scheufele อาร์ตไดเร็กเตอร์ของเมซง

สำหรับคอลเล็กชั่น Chopard Loves Cinema นี้นับว่าเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นมาสเตอร์พีซของ Chopard ที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันแยบยลของ ชอยเฟเล ในการหยิบเอาความหลงใหลในภาพยนตร์ของเธอมาประยุกต์และเล่าใหม่ผ่านงานจิวเวลรี่ของเธอ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเป็นพาร์ตเนอร์กับเทศกาลฯ มาตลอด 25 ปี พร้อมกับการเข้าสู่ปีที่ 75 ของเทศกาลฯ ชอยเฟเลได้ออกแบบเครื่องประดับชั้นสูงทั้งหมด 75 ชิ้น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากคลังภาพยนตร์ที่เธอรักตั้งแต่สมัยอดีต เพื่อให้เป็นเหมือนตัวแทนของการเดินทางของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ตั้งแต่เป็นสีขาว-ดำจนกลายเป็นภาพสีเสมือนจริงแบบปัจจุบัน

Julia Roberts และเข็มกลัดดอกกุหลาบซิกเนเจอร์

จากภาพยนตร์สู่แผงคอและข้อมือ

Chopard ถือเป็นแบรนด์ไฮจิวเวลรี่ไม่กี่แบรนด์ที่หยิบเอาศิลปะแขนงอื่นๆ มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบผลงาน ซึ่งในคอลเล็กชั่นนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสุนทรียศาสตร์ของแบรนด์และศิลปะแขนงที่ 7 อย่างภาพยนตร์ได้อย่างชัดเจน อย่างชิ้นงานเปิดคอลเล็กชั่น เข็มกลัดดอกกุหลาบซิกเนเจอร์ที่เห็นแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าต้องได้แรงบันดาลใจมาจาก City Lights ภาพยนตร์มีเสียงเรื่องแรกของ Charlie Chaplin ซึ่งเป็นภาพยนตร์หมุดหมายสำคัญของวงการภาพยนตร์ หรือว่าจะเป็นเซ็ตแหวนฟักทองจากสเปสซาไทท์ (โกเมนส้ม) และซาโวไรท์ (โกเมนเขียว) ที่เมื่อเปิดออกมาแล้วจะพบกับรองเท้าแก้ว รวมไปถึงกำไลข้อมือตกแต่งจี้เพชรขาวดำรูปดัลเมเชี่ยนที่ต้องใช้ไม่น้อยกว่า 470 ชั่วโมงในการขึ้นรูป ซึ่งทั้งสองได้แรงบันดาลใจมาจากแฟรี่เทลส์ที่พวกเรารู้จักกันดี

และชิ้นไฮไลต์ที่ได้ผลงานมาสเตอร์พีซของ Alfred Hitchcock เรื่อง To Catch a Thief เป็นแรงบันดาลใจ ก็คือสร้อยเพชรตกแต่งจี้เพชรเกรด D 13.69 กะรัตที่ทำให้หวนถึงฉากที่ French Riviera เป็นที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีโมทิฟดีไซน์แปลก ๆ ที่สร้างความสนุกและสร้างสรรค์ให้กับคอลเล็กชั่นนี้ขึ้นอีกเท่าตัว อย่างโชคเกอร์ลูกปัดแซฟไฟร์ตกแต่งจี้ดอกไม้แซฟไฟร์เกสรเพชร 2 กะรัตที่สามารถแยกออกจากสายโชคเกอร์ เปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นเข็มกลัดได้ ตุ้มหูเข้าคู่จี้ปลาตกแต่งเกล็ดและหางด้วยอัญมณีสีฟ้าล้อไปกับแสง เปรียบได้กับเกลียวคลื่น และสร้อยเพชรตกแต่งจี้รูปดวงอาทิตย์จากเพชรและแซฟไฟร์สีส้มและเหลืองที่สามารถแยกชิ้นส่วนเพื่อฟังก์ชั่นที่แตกต่างได้

คอลเล็กชั่น Red Carpet นี้ ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันในความสามารถของช่างฝีมือแห่งเมซงได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่งานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ไปจนถึงการตกแต่งสุดเนี้ยบที่หาชมได้ยาก อย่างเซ็ตตุ้มหูแซฟไฟร์ดิบ 17.16 และ 15.85 กะรัตที่ช่างฝีมือต้องเฟ้นหาขนาดและสีตามโจทย์จากพลอยธรรมชาติ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างยากและต้องใช้ความมุมานะเป็นอย่างสูง หรือจะเป็นสร้อยไข่มุกอะโกย่า 10 แถวคั่นด้วยสปิเนลรูปลูกแพร์สีแดงที่วัดระยะให้พอดีกับช่วงคอได้อย่างสมบูรณ์แบบ เข้าคู่มากับเซ็ตตุ้มหูและแหวนอควอมารีนรูปหัวเรือกอนโดลาผสานสะพานเวเนเชี่ยนที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและอาศัยความละเมียดและความชำนาญเป็นอย่างมาก

Chopard Loves Cineme เป็นคอลเล็กชั่นที่สามารถการันตีวิสัยทัศน์อันแยบยลของเมซงได้อย่างไร้ข้อกังขา และผลงานทั้ง 75 ชิ้นนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่มีต่อความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จนได้ชื่อว่าเป็น Red Carpet Jeweller สมกับเป็นการฉลอง Silver Anniversary ในครั้งนี้ของทั้งสองได้อย่างงดงาม

Story: Taylor Srirat

RELATED STORY

Rolex-Shopping-Guide-2023
จะมอบเป็นของขวัญให้กับหนุ่มคนรู้ใจ หรือจะซื้อเป็นรางวัลให้กับตัวเองก็ได้
Chanel-Premiere-2022
Première ไม่ใช่แค่นาฬิกาเรือนหนึ่ง แต่เป็นต้นแบบแห่งความมีสไตล์

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.