fbpx

I

Lifestyle

รวมลิสต์ 10 ภาพยนตร์ฟีลกู้ดสำหรับคริสมาสต์เลิฟเวอร์ ต้อนรับเทศกาลส่งความสุขท้ายปี 2021

ตั้งแต่ภาพยนตร์สุดคลาสสิก ตลอดจนเรื่องใหม่ประจำปี 2021 นี้ที่ห้ามพลาดแม้แต่เรื่องเดียว!

รวมลิสต์ 10 ภาพยนตร์ฟีลกู้ดสำหรับคริสมาสต์เลิฟเวอร์ ต้อนรับเทศกาลส่งความสุขท้ายปี 2021

ตั้งแต่ภาพยนตร์สุดคลาสสิก ตลอดจนเรื่องใหม่ประจำปี 2021 นี้ที่ห้ามพลาดแม้แต่เรื่องเดียว!

เตรียมตัวโบกมือลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2022 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึงเดือน ในช่วงเวลาสิ้นปีแบบนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะนอกจากเป็นช่วงเวลาที่จะได้พักผ่อนจากการทำงานแล้ว ยังเป็นช่วงที่หลายๆ คนได้ใช้เวลาอยู่บ้านกับครอบครัว และยังมีภาพยนตร์เกี่ยวกับวันคริสต์มาสออกมาในช่วงเวลาสุดพิเศษนี้เพื่อให้คอหนังฟีลกู้ดได้รับชมภาพยนตร์ส่งท้ายปีอีกด้วย วันนี้แอลจึงได้รวบรวมภาพยนตร์คริสต์มาสสุดอบอุ่นหัวใจทั้งหมด 10 เรื่อง มีทั้งสายโรแมนติก แฟนตาซี และคอมเมดี้มาให้ได้เลือกชมตามความชอบ จะดูคนเดียวแบบเหงาๆ ดูกับคนพิเศษ หรือจะดูกับครอบครัวก็ยังได้ รับรองว่ามีแต่ความสุขและรอยยิ้มตลอดช่วงเทศกาลส่งท้ายปีอย่างแน่นอน

The Princess Switch 3: Romancing the Star (2021)

เริ่มต้นกันที่ภาพยนตร์แฟรนไชส์ The Princess Switch 3: Romancing the Star กับเรื่องราวสุดวุ่นวายของแฝดคนละฝา เจ้าหญิง Margaret และเพื่อนสาวที่หน้าตาเหมือนกับเธออย่าง Stacy พร้อมกับลูกพี่ลูกน้องสุดแสบ Fiona พวกเธอทั้งสามคนกลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อตามหาของสิ่งของสำคัญที่หายไปในวันคริสต์มาส และภารกิจในครั้งนี้ก็ทำให้ Fiona ได้พบเจอกับเรื่องที่เธอไม่คาดคิดอีกด้วย จะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามชมกันได้เลยบน Netflix

Love Hard (2021)

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Natalie นักเขียนสาวผู้อับโชคเรื่องความรักพบเจอหนุ่มที่ถูกใจบนแอพพลิเคชั่นหาคู่หลังจากที่เธอเขียนเรื่องราวชีวิตของเธอที่ไม่เคยสมหวังในความรักมาเป็นเวลานาน เธอจึงวางแผนที่จะบินข้ามรัฐเป็นระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตรในช่วงวันคริสต์มาสเพื่อไปเจอหนุ่มที่คุยด้วย แต่เมื่อเธอบินไปถึงที่หมาย กลับกลายเป็นว่าผู้ชายที่เธอคุยด้วยไม่ตรงปก! แต่กลับเป็น Josh อีกหนึ่งหนุ่มที่ไปขโมยรูปเพื่อนสุดหล่อของเขาอย่าง Tag มาใช้เป็นรูปตัวเอง เธอโกรธมาก สุดท้ายแล้วเธอจึงเปลี่ยนใจให้ Josh มาช่วยเป็นกามเทพให้เธอได้คบกับ Tag แทน และนั่นจึงนำมาสู่ความรักสุดหรรษาของวันหยุดคริสต์มาสในครั้งนี้

Holidate (2020)

แม้คนทั้งโลกจะรักวันหยุด แต่คู่พระนางของเรื่องนี้เป็นคู่ที่เกลียดวันหยุดที่สุด เพราะนางเอกของเรื่องอย่าง Sloane ไม่ชอบวันหยุดเพราะทุกวันหยุดแม่ของเธอมักจะชอบจับคู่ให้เธอกับผู้ชายทั้งๆ ที่เธอไม่ต้องการจะออกเดตกับใคร แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบกับ Jackson ผู้ชายที่ไม่ชอบความสัมพันธ์ที่ผูกมัด พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะมาออกเดตกันแบบปลอมๆ เพื่อตบตาคนในครอบครัวในทุกวันหยุดตามชื่อเรื่อง Holidate ที่มาจากคำว่า Holiday + Date ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ประเภทเพื่อนกันแค่วันหยุดก็เริ่มสั่นคลอน เพราะทั้งเขาและเธอเริ่มจะมีใจให้กันจนได้ แต่เรื่องมันก็ไม่ง่ายเพราะก็ยังมีเรื่องวุ่นๆ อีกมากมาย พวกเขาจะทำอย่างไรกับความรักในครั้งนี้กันล่ะ?

Last Christmas (2019)

ภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันกับเพลงคริสต์มาสในตำนานอย่าง Last Christmas ของ George Michael ที่เป็นเรื่องราวของ Kate หญิงสาวผู้อับโชคกับทุกๆ เรื่องในชีวิต ทั้งเรื่องการทำงานและครอบครัว จนเธอได้พบกับ Tom ชายหนุ่มแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็เข้ามาในชีวิตของเธอ เขาได้แนะนำให้เธอลองทำสิ่งเล็กๆ ที่อาจมีค่าให้กับผู้อื่น เช่น การช่วยคนไร้บ้าน และการพยายามมีความสุขในทุกๆ วัน และเขายังพยายามทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตคนเรานั้นไม่ได้อับโชคเสมอไป ชีวิตของคนเรามีค่าและการกระทำเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยคนได้อย่างมหาศาล ในที่สุดเธอก็เริ่มรู้สึกดีกับเขามากขึ้น แต่เมื่อเธออยากเจอเขาให้บ่อยขึ้น ชายหนุ่มคนนี้กลับหายตัวไปอยู่เรื่อยจนเธอชักจะเริ่มสงสัย ถ้าอยากรู้คำตอบว่าเขาหายไปไหน ก็ต้องลองดูภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บนแอพพลิเคชั่น HBO Go แล้วล่ะ

The Knight Before Christmas (2019)

อีกหนึ่งภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ชวนเขินจาก Netflix โชคชะตาได้นำพาให้อัศวินจากยุคกลางทะลุมิติข้ามเวลามาทำภารกิจในโลกยุคปัจจุบัน เขาบังเอิญได้พบเจอกับหญิงสาวที่เป็นคุณครูสอนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมปลายคนหนึ่ง พวกเขาได้เจอกันครั้งแรกในงานวันคริสต์มาสของโรงเรียน ต่อมาเธอเป็นคนขับรถพุ่งชนเขาซึ่งเป็นการพบเจอในครั้งที่ 2 เธอจึงอาสารับผิดชอบในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพราะเขายังดูแปลกๆ และเธอก็คิดว่ามันอาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่เธอเป็นคนก่อ เรื่องราวความรักระหว่างคนในยุคปัจจุบันกับหนุ่มอัศวินยุคกลางจะลงเอยกันได้หรือไม่ ต้องไปติดตามชมได้ใน A Knight Before Christmas บน Netflix

A Christmas Prince (2017)

อีกหนึ่งภาพยนตร์แฟรนไชส์ 3 ภาคของ Netflix ประจำเทศกาลคริสต์มาสกับ A Christmas Prince (2017), A Christmas Prince: The Royal Wedding (2018) และ A Christmas Prince: The Royal Baby (2019) ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวความรักของ Amber นักข่าวสาวไฟแรงที่ต้องไปทำข่าวเกี่ยวกับการขึ้นครองราชย์ของเจ้าชาย Richard ที่เขามักจะมีข่าวเสียออกมาบ่อยๆ แต่เธอดันตกกระไดพลอยโจนบังเอิญได้ไปเป็นครูให้กับน้องสาวของเจ้าชาย เธอจึงใช้โอกาสนี้ในการสืบข้อมูลเกี่ยวกับเขา ในที่สุดเมื่อเธอได้ใกล้ชิดกับ Richard ความคิดของเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป สุดท้ายพวกเขาก็ตกหลุมรักกัน จนทำให้มีภาคต่อเป็นการแต่งงานและการเริ่มสร้างครอบครัวนั่นเอง ใครที่เลือกจะดูเรื่องนี้ก็สามารถดูเพลินๆ อย่างต่อเนื่องจนจบทุกภาคได้เลย

Why Him (2016)

ในช่วงวันหยุดคริสต์มาส Ned และครอบครัวเดินทางแวะไปเยี่ยม Stephanie ผู้เป็นลูกสาวแต่พบว่าลูกสาวมีแฟนเป็นมหาเศรษฐี แต่นิสัยเรียกได้ว่าเข้าขั้นรับมือยาก เขาจึงสวมบทพ่อตาสุดโหดไม่อยากปล่อยให้ลูกสาวคบหากับ Laird มิหนำซ้ำเขาต้องเจอเรื่องที่น่าตกใจมากกว่านั้นก็คือ Laird กำลังจะขอลูกสาวเขาแต่งงานด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ชายที่เขาเกลียดกำลังจะมาเป็นลูกเขยของเขาในอนาคต ส่วนแฟนหนุ่มอย่าง Laird เองก็ต้องพยายามพิชิตใจพ่อตาแม่ยายภายในระยะเวลาวันหยุดสั้นๆ ให้ได้ นอกจากนี้เรื่อง Why Him? ก็ไม่ได้มีแค่ความตลกเพียงอย่างเดียว เพราะมันก็ยังทำให้เห็นความสัมพันธ์ของคนต่างวัยที่อบอุ่นของคุณพ่อและลูกสาวอีกด้วย

The Holiday (2006)

เรื่องราวของหญิงสาวสองคนที่เพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่มของตัวเองในช่วงก่อนวันหยุดคริสต์มาส พวกเธอทั้งสองคนจึงตัดสินใจที่จะแลกบ้านกับคนแปลกหน้าบนเว็บไซต์ในช่วงวันหยุดนี้เพื่อหนีไปพักใจจากความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามา ตัวละคร Iris ที่อยู่อังกฤษก็บินไปที่อเมริกา ส่วน Amanda ก็บินมาอยู่ที่ชนบทเล็กๆ ในอังกฤษแทน แต่กลับกลายเป็นว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ นอกจากเธอทั้งสองคนจะได้พบกับความสบายใจที่ตามหาแล้ว พวกเธอยังได้พบกับรักครั้งใหม่ในช่วงเวลานี้ด้วย บอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด เพราะบทสนทนาในภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง

Love Actually (2003)

ภาพยนตร์รอม-คอมสุดคลาสสิกที่แม้ว่าจะผ่านไปกว่า 18 ปี แต่ยังเป็นเรื่องที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจเหมือนกับครั้งแรกที่ได้ชม และยังเป็นภาพยนตร์ที่ควรเลือกมาดูซ้ำกันอีกสักรอบ เพราะเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของกลุ่มคนหลากหลายวิถีชีวิตได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นรักในครอบครัวระหว่างพ่อกับลูก รักข้างเดียวของคนแอบรักคู่หมั้นของเพื่อนสนิท รักของนายกรัฐมนตรีกับสาวเลขาคนใหม่ รักของเด็กน้อยที่แอบชอบเพื่อนในคลาส รักแบบเพื่อนระหว่างศิลปินกับผู้จัดการ รักที่กำลังจะระหองระแหงเพราะอีกคนไปตกหลุมรักคนอื่น แต่ทุกเหตุการณ์มาเชื่อมโยงกันในเทศกาลคริสต์มาส และมันจะทำให้คุณรู้สึกถึงความสุขและความอบอุ่นในหัวใจในช่วงเวลาสุดพิเศษนี้แน่นอน

Home Alone (1990)

ภาพยนตร์คริสต์มาสในวัยเด็กของใครหลายๆ คนกับเรื่อง โดดเดี่ยวผู้น่ารัก ภาพยนตร์เล่าเรื่องความน่าสงสารของเด็กน้อย Kevin ผู้ถูกครอบครัวลืมและทิ้งไว้ให้อยู่บ้านคนเดียว ในขณะที่ครอบครัวของเขาไปเที่ยวกันในช่วงวันหยุดยาว เขาตื่นเช้ามาอีกทีก็พบว่าบ้านมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ในบ้านเลย มิหนำซ้ำเขายังต้องรับมือกับโจรที่จ้องจะปล้นบ้านด้วย รับประกันได้เลยว่าหากคุณได้ดูเรื่องนี้แล้วจะต้องตกหลุมรักเด็กน้อยคนนี้อย่างแน่นอน 

Home Alone มีทั้งหมด 5 ภาค แต่มีการเปลี่ยนนักแสดงตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นไป และยังมีภาคล่าสุด อย่าง Home Sweet Home Alone ที่เพิ่งปล่อยออกมาในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาด้วย ใครที่สนใจรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สามารถดูได้ครบทุกภาคบนแอพพลิเคชั่น Disney+ Hotstar

Story: ภัทรณกัญ อนันเต่า

RELATED STORY

wednesday-jenna-ortega-1
เผยเบื้องหลังฉากเต้นสุดพิลึกของ Wednesday ที่ทำเอาแฟนๆ ตาค้างกันเป็นแถว
cover_1_15
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ดวงการงาน การเงิน และความสัมพันธ์ของคุณจะเป็นอย่างไรกันบ้าง?

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.