BEAUTY

13 นิสัยที่ทำให้หน้าพังไม่รู้ตัว

ถ้าไม่อยากเป็นสิว ผิวเหี่ยวย่นเร็ว หยุดซะ

08 JAN 2020
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

เคยมั้ย? จู่ๆ ผิวพัง สิวขึ้น ริ้วรอยถามหาแบบไม่มีสาเหตุ จนทำให้หลายครั้งเราไปโฟกัสที่ปลายเหตุ เช่น การเปลี่ยนสกินแคร์ การไปพึ่งหมอผิวหนัง จ่ายเงินแพงๆ แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นแบบเดิมอยู่ดี เราไปดูกันว่าต้นเหตุที่แท้จริงที่เกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัวมีอะไรบ้าง

#1 เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนูแรงๆ

หลังล้างหน้าเสร็จ ใครใช้ผ้าขนหนูเช็ดเช็ดหน้าแรงๆ บ้าง? ถ้ายังเผลอทำอยู่.. หยุดซะ! เพราะมันถือเป็นการรบกวนชั้นผิว ทำให้ผิวระคายเคืองเป็นสิวได้ และยิ่งนานๆ ไปอาจทำให้เกิดริ้วรอยอีกด้วย แนะนำให้ใช้ผ้าที่ถนอมผิวซับเบาๆ แทน

#2 กดสิวด้วยตัวเอง

เรื่องสิวนี่ไม่เข้าใครออกใคร บทจะเป็นก็เป็น พอเป็นขึ้นมามันก็คันมืออยากกดใช่มั้ยล่ะ? แนะนำว่าอย่ากดด้วยตัวเองถ้าไม่ชำนาญพอ เพราะการที่กดออกไม่หมดถึงตอจริงๆ จะยิ่งทำให้สิวอักเสบหนักกว่าเดิม ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบหัวแดงหรือสิวหัวช้าง แนะนำให้ใช้ยาแต้มสิวแทน ไม่ต้องไปจับไปบีบมัน ทำใจให้สบาย ไม่เครียด แล้วมันจะดีขึ้นเองจริงๆ
Tip* กรณีที่ผิวหน้าระคายเคืองจากแดด หรือ เป็นสิวอักเสบเยอะ แนะนำให้ใช้สกินแคร์ที่ช่วยปลอบประโลมผิวในช่วงนั้น และงดการขัด สครับ ผลัดผิวทุกรูปแบบ

#3 เท้าคาง มือจับหน้าบ่อยๆ

View this post on Instagram

NYC, I missed you so much ????????

A post shared by Hailey Baldwin Bieber (@haileybieber) on

สาวๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ทำงานกับหน้าจอ นั่งติดโต๊ะไปนานๆ มักจะเผลอเท้าคางแก้เมื่อย ไม่ก็ใช้นิ้วปาดรองพื้นที่เมือกบนหน้าหลังผ่านมรสุมมาทั้งวัน ขอบอกเลยว่า มือนี่แหละ คือบ่อเพาะเชื้อโรคตัวดี พยายามตั้งทิชชู่ไว้ที่โต๊ะหรือถ้าติดเท้าคางมากๆ ให้หาผ้าเช็ดหน้าสะอาดสักผืนรองมือไว้แล้วค่อยเท้าก็ยังดี
ที่สำคัญ อย่าลืมทำความสะอาดแป้นคีย์บอร์ด เด็ดขาด! เพราะแป้นคีย์บอร์ดคือแหล่งรวมเชื้อโรคมากกว่าท่ีเราคิด! เผลอๆ มากกว่าห้องน้ำซะด้วยซ้ำ เพราะห้องน้ำยังมีการเช็ด ฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดอยู่ตลอด ดังนั้น ควรจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดทุกวัน เพื่อสุขอนามัยที่ดี

#4 ไม่เช็ดหน้าจอมือถือ

อีกหนึ่งสิ่งที่เรามักมองข้ามกัน คือการไม่ทำความสะอาดหน้าจอมือถือ! ยิ่งยุคนี้ เราต่างกดจิ้มหน้าจอกันวันละเป็นสิบชม. ทั้งก่อนนอน เข้านอน หรือแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ! เพราะฉะนั้นทุกคืนก่อนนอน จงฆ่าเชื้อหน้าจอมือถือของตัวเองซะ อาจจะเป็นแอลกอฮอล์ขวดฟ้าที่เราคุ้นเคย หรือจะเป็นทิชชู่เปียกที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือโลขั่นก็ได้
Tip*: เทคนิคส่วนตัวของเอดิเตอร์คือ ใช้โทนเนอร์ชนิดน้ำที่ไม่มีส่วนผสมของโลชั่นหรือน้ำมัน เช็ดหน้าจอทุกคืนก่อนนอน บอกเลยว่าไม่ต้องไปเสียดายมัน เพราะสุดท้ายมือถือมันก็ต้องอยู่ใกล้ชิดกับหน้าเราเวลาใช้อยู่ดี

#5 ไม่เปลี่ยนปลอกหมอน

via GIPHY

ลองนึกย้อนดูซิว่า ครั้งล่าสุดที่คุณเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนคือเมื่อไหร่? ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นประจำทุกอาทิตย์ก็ถือว่าดี ทำต่อไป แต่ถ้าจำไม่ได้จริงๆ.. วันนี้รีบกลับไปเปลี่ยนเถอะ ปลอกหมอนนี่คือภัยเงียบนะจ๊ะ ลองนึกภาพกัน กลางคืนหลังอาบน้ำ คุณลงสกินแคร์ที่หน้า ลงเซรั่มหรือน้ำมันบำรุงผม บางคนไม่เป่าให้ผมแห้งสนิทแล้วนอนทันที พอช่วงหลับฝันกลิ้งตัวไปมา น้ำมันจากผิว สกินแคร์ต่างๆ ตลอดจนน้ำมันจากสารพัดสิ่งที่ใส่บำรุงผม ก็ได้ซึมลงปลอกหมอนเป็นที่เรียบร้อย (นี่ยังไม่นับคนท่ีนอนน้ำลายยืดแบบไม่รู้ตัว) แล้วผิวหน้าของเราก็ต้องคลุกคลีกับสิ่งที่หมักหมมในปลอกหมอนทุกๆ วัน แค่คิดก็สยองแล้ว! ดังนั้น แนะนำให้เปลี่ยนทุกสัปดาห์เพื่อสุขอนามัยที่ดี หรือถ้าบางคนไม่ได้กลับมานอนที่บ้านบ่อย ก็อาจจะเลือกเปลี่ยนสัก 2 สัปดาห์ครั้ง ไม่ควรเกินกว่านี้

#6 ทานอาหารเผ็ดจัด

via GIPHY

ใครเป็นสาวแซ่บที่ชอบทานอะไรแซ่บๆ ส้มตำพริก 10 เม็ด หรือ ก๋วยเตี๋ยวใส่พริกป่นรัวๆ ระวังนะคะ การที่เราทานอาหารรสเผ็ดจัด จะทำให้ร่างกายเรามีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่อร่างกายร้อน กลไกลของมันคือการขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน ในขณะเดียวกัน ความร้อนมันจะไปกระตุ้นให้น้ำมันในผิวถูกขับออกมาอีกด้วย แล้วตัวน้ำมันนี่แหละ ที่เป็นตัวดักจับสิ่งสกปรก เชื้อโรคต่างๆ จนก่อให้เกิดสิวในที่สุด! ดังนั้น แนะนำให้ลดปริมาณความเผ็ดลง นอกจากจะเซฟผิวแล้วยังช่วยเซฟลำไส้อีกด้วย การทานเผ็ดมากๆ จะส่งผลเสียต่อทางเดินอาหารตั้งแต่ท้องเสีย บางรายก็ท้องผูก อาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อน ตลอดจนเป็นแผลในกระเพาะในที่สุด

#7 ใช้เครื่องสำอาง สกินแคร์หมดอายุ

สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครที่ยังเสียดาย ใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ ที่หมดอายุอยู่บ้าง? หยุดเถิดดด.. ด้วยรักและหวังดี บางคนอาจจะคิดว่าไม่เป็นไรหรอก แต่จริงๆ แล้วการที่สารกันเสียในสกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่เราใช้หมดอายุนั้น จะกลายเป็นบ่อเพาะแบคทีเรียชั้นดีที่ทำให้ผิวติดเชื้อ เป็นผื่นแดงคัน เป็นสิว หรือบางรายที่ใช้อายไลเนอร์หมดอายุอาจเสี่ยงติดเชื้อที่ดวงตาได้

ข้อสังเกตง่ายๆ คือสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านหลังแพคเกจจิ้ง ตัว M นั้นหมายถึงจำนวนเดือนนั่นเอง เช่น 3M = มีอายุ 3 เดือน เป็นต้น
Tip*: แนะนำให้ติดสติกเกอร์หรือโพสต์อิตโน้ตเพื่อเตือนตัวเองว่าเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ เดือนไหน จะได้ไม่พลาด

#8 ไม่ทาครีมกันแดด

จะวันแดดจัด แดดน้อย ฟ้าครึ้ม ลมฝน  หรือแม้กระทั่งอยู่ในที่ร่มที่มีแสงไฟสาดส่อง สิ่งที่สาวๆ จะลืมไม่ได้ก็คือ "ครีมกันแดด" การไม่ทาครีมกันแดดถือเป็นการเปิดทางให้ฝ้า กระ รอยคล้ำด่างดำ แวะมาเยือนสุดๆ ดังนั้น ทาเถอะค่ะ และการทาแต่ละครั้งควรจะใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วถึงจะเรียกว่าเพียงพอสำหรับการปกป้องผิว

#9 ออกกำลังตอนหน้าแน่น

via GIPHY

ใครที่เป็นสายยิม สายเวิร์คเอาท์ที่แต่งหน้าไปออกกำลังทุกครั้งคงอ่านแล้วเฟล แต่นี่คือความจริง การออกกำลังในขณะที่หน้าแน่นด้วยเมกอัพจะยิ่งทำให้ "ผิวอุดตัน" ลองคิดง่ายๆ ในขณะที่เรากำลังเต้นฟาดๆ ในคลาสซุมบ้า หรือวิ่งสี่คูณร้อยบนลู่ รูขุมขนของผิวเราจะขยายตัวเพื่อระบายเหงื่อ ซึ่งนั่นหมายความว่า มันจะกักเก็บรองพื้น แป้ง สารพัดสิ่งที่เราโบกลงหน้าเข้าผิวไปด้วย และถ้าเราล้างหน้าไม่สะอาดเพียงพอ สิวอุดตันก็จะมาทักทายในที่สุด แนะนำว่าให้คลีนหน้าก่อนล้าง หรือถ้าตัดขาดจากเมกอัพไม่ได้จริงๆ ก็ให้แต่งเบาๆ แทน ส่วนคนที่ออกกำลังแบบเอาท์ดอร์ อย่าลืม ย้อนกลับไปอ่านข้อ 8 จงทาครีมกันแดดซะ!

#10 ใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์

ขึ้นชื่อว่าแอลกอฮอล์ บางคนอาจจะกลัว บางคนอาจจะเฉยๆ เพราะสภาพผิวหน้าไม่เคยสะทกสะท้านกับสิ่งใด ทั้งนี้ สิ่งที่ควรรู้คือประเภทของแอลกอฮอล์ วงการเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ต่างๆ ได้มีการหยิบนำแอลกอฮอล์ไปใช้หลักๆ อยู่ 2 ประเภท
1. กลุ่มแอลกอฮอล์ทั่วไป ที่ไม่เป็นผลดีต่อผิวนัก เช่น Ethanol, Denature, Methanol, SD, Benzyl เป็นต้น สารเหล่านี้จะทำให้ผิวแห้ง อ่อนแอ ระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย 
2. กลุ่มแอลกอฮอล์แบบไขมัน ที่ถือว่าปลอดภัย เช่น Glycol, Cetyl, C12-16, Stearyl เป็นต้น 
เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ลองพลิกฉลากอ่านส่วนผสมกันสักนิดเพื่อความปลอดภัยต่อผิวตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนผิวแพ้ง่าย ควรจะข้ามสกินแคร์ที่ม่ีแอลกอฮอล์ไปเลย เพราะขึ้นชื่อว่าแอลกฮอล์ ยังไง๊ยังไงมันก็ส่งผลต่อผิวอยู่ดี โดยมันจะไปทำลาย เกราะคุ้มกันผิว (Skin barrier) เมื่อเกราะคุ้มกันผิวอ่อนแอ มันก็จะทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย เป็นรอยแดง ลอก อักเสบ และเป็นสิวในที่สุด

#11 ขัดผิว ผลัดเซลล์ผิวบ่อยไป

การสครับหน้าหรือผลัดเซลล์ ถือเป็นดาบสองคม ถ้าทำบ่อยๆ ไม่ดีแน่ เพราะการไปรบกวนชั้นผิวบ่อยๆ จะทำให้ผิวระคายเคือง ลอก อักเสบ แสบไหม้ รอยสิว รอยแดงถามหาแน่นอน แล้วแค่ไหนที่เรียกว่าพอดี? หากเป็นสครับ แนะนำให้ทำ 1-2 สัปดาห์ครั้ง ส่วนใครที่ใช้เจลผลัดเซลล์ผิวต่างๆ ควรจะทำเพียงเดือนละ 1-2 ครั้งเป็นพอ หรือต้องดูเป็นคำแนะนำของแต่ละแบรนด์ที่เลือกใช้เป็นเคสไป เพราะบางตัวอาจจะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ

#12 ไม่ล้างแปรงแต่งหน้า

via GIPHY

เราจะแต่งหน้าทุกวันก็ได้ แต่เราจะใช้แปรงเดิมโดยไม่ล้างสักวันไม่ได้~~~ *เสียงสูงงงงง* เราเข้าใจ ว่าการล้างแปรงแต่งหน้าทีหนึ่งคือดูดพลังขั้นสุด เสียเวลาเป็นชั่วโมง แต่ขอให้อดทนทำเถิดจะเกิดผล เดี๋ยวนี้เรามีนวัตกรรมที่ช่วยล้างแปรงมากมาย ตั้งแต่ยางซิลิโคนที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขัดแปรงตลอดจนเครื่องล้างแปรงที่ราคาแรงหน่อย แต่ถ้าใช้ระยะยาวก็คงคุ้มและทุ่นแรงไปได้เยอะ ลองดูนะคะสาวๆ ล้างแปรงสัปดาห์ละครั้ง หรือเต็มที่คือ 15 วันครั้ง เพื่อผิวอันสวยงามของเรา

#13 เครียด หรือ นอนน้อย

via GIPHY

ในยุคที่การแข่งขันสูง เราทำงานกันแบบเข้มข้น บ้างก็ทำนอกเวลาจนอนหลับอดนอน ไหนจะเจอเรื่องที่ทำให้เครียดไม่เว้นแต่ละวันอีก สองสิ่งนี้ จะทำให้ร่างกายของเราหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งมีผลต่อร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงผิวพรรณอีกด้วย เคยสังเกตไหมว่า เวลาเครียดๆ สิวจะขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะร่างกายเรามันจะขับน้ำมันออกมามากกว่าปกติ หรือบางคนอาจจะมีความอยากอาหาร ทานเยอะผิดปกติ โดยเฉพาะของหวาน หรือวันไหนที่นอนน้อยมากๆ ผิวหน้าจะดูโทรมห่อเหี่ยว อิดโรย นี่แหละ คือเหตุผลที่เราควรพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ ปล่อยวางจากความเครียดต่างๆ ให้ได้ ลองอะไรที่ทำแล้วผ่อนคลายบ้าง เช่น การดูซีรี่ส์ การออกกำลังกาย ไปสปา ไปคาเฟ่น้องหมาแมว (กรณีที่คุณรักสัตว์) อย่าแบกรับทุกอย่างในชีวิตไว้จนมันทำร้ายตัวเอง อย่ากังวลถึงวันพรุ่งนี้ เพราะพรุ่งนี้มันก็มีเรื่องของวันพรุ่งนี้ให้คิดอยู่แล้ว

References:
https://www.honestdocs.co/what-is-cortisol 
https://www.paulaschoice-eu.com/alcohol-in-skincare-the-facts

TAGS:

Beauty Skin
SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH