BEAUTY

3 Skin Saviours ในวงการความงามที่ช่วยฟื้นฟูให้ผิวอ่อนเยาว์อย่างยืนหนึ่ง

ส่วนผสมที่ช่วยเสริมให้ผิวสวยดูสุขภาพดีขึ้นอีกระดับ

18 MAR 2021

SKIN SAVIOURS

หากมาถึงจุดที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวไม่สะท้อนประกายสดใสกลับมา แอลขอแนะนำให้สาวๆลองปรับกิจวัตรความงามให้ผิวสวยสุขภาพดีขึ้นอีกระดับด้วย 3 ส่วนผสมออกฤทธิ์ยืนหนึ่งในแวดวงความงามต่อไปนี้

Hylarulonic Acid For: Hydration

แม้ชื่อที่มาจากรากศัพท์กรีก hyalos  ซึ่งแปลว่า ‘แก้ว’ ในภาษาอังกฤษจะออกเสียงยากสักหน่อย แต่กรดไฮยาลูโรนิกได้กลายเป็นคำติดปาก (และติดผิว) ของใครหลายคนไปแล้วในช่วง 2-3 ปีนี้ และด้วยคุณสมบัติบำรุงผิวอันโดดเด่น โมเลกุลซึ่งได้รับการค้นพบในปี ค.ศ. 1934 สามารถช่วยคืนกลับความชุ่มชื่นผิวได้อย่างเห็นผล “โมเลกุลน้ำดังกล่าวซึ่งมีอยู่ในผิวตามธรรมชาติ สามารถดูดซับน้ำได้ถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักโมเลกุลมันเองในน้ำ” Marisa Dufort ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาจาก NeoStrata อธิบาย “กรดไฮยาลูโรนิกจะดูดซับน้ำจากสภาพแวดล้อมและความชื้นในอากาศเพื่อช่วยให้ผิวชั้นนอกอิ่มฟู” สำหรับในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกรดไฮยาลูโรนิกถูกสังเคราะห์ขึ้นด้วยกระบวนการหมักบ่มก่อนที่ “โมเลกุลจะย่อยสลายราวกับถูกสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย” มาริสากล่าว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมโมเลกุลกรดไฮยาลูโรนิกจึงมีหลายแบบ เช่น กรดไฮยาลูโรนิกแบบ ‘high molecular weight’ นั้นจะอยู่บนผิวชั้นนอกเพื่อให้ความชุ่มชื่นและช่วยลดเลือนริ้วรอยบางๆจากการที่ผิวขาดน้ำ ในขณะที่ ‘low molecular weight’ จะซึมซาบลงไปในผิวชั้นลึกกว่าเพื่อช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื่นผิวในระยะยาว

How to Use: ไม่ว่าใคร สภาพผิวแบบใดล้วนสามารถใช้กรดไฮยาลูโรนิกในการบำรุงผิวประจำวันได้ทั้งในช่วงเช้าและกลางคืน “เป็นส่วนผสมที่สามารถผสานกับส่วนผสมอื่นๆได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหา” มาริสากล่าว นอกจากนี้เพราะคุณสมบัติให้ความชุ่มชื่นจึงทรงประสิทธิภาพเมื่อใช้ทาบำรุงผิวภายนอก อย่างไรก็ตามกรดไฮยาลูโรนิกในแบบฉีดก็ให้ผลดีเช่นกัน ตรงที่สามารถช่วยเสริมให้ผิวแน่นฟู และเพิ่มความอวบอิ่มแก่บางจุด เช่น ริมฝีปาก หรือโหนกแก้ม

HYALU B5 Serum เซรั่มเสริมความชุ่มชื่นล้ำลึกแก่ผิวและลดเลือนริ้วรอยด้วยส่วนผสมไฮยาลูโรนิกแอซิดโมเลกุลใหญ่และเล็กผสานกับวิตามินบี 5 และน้ำแร่ธรรมชาติ (1,500 บาท) จาก LA ROCHE-POSAY

Water Drench Broad Spectrum SPF 45 Hyaluronic Cloud Moisturizer ครีมกันแดดที่มาพร้อมค่า SPF45 ในสูตรเนื้อครีมบางเบาช่วยปกป้องผิวไม่ให้แห้งกร้านเมื่อต้องสัมผัสกับแสงแดด เพราะผสานกรดไฮยาลูโรนิก 30% (2,000 บาท) จาก PETER THOMAS ROTH

Hyaluronic Serum เซรั่มให้ความชุ่มชื่นสูง เติมเต็มร่องริ้วรอย ให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้นด้วยกรดไฮยาลูโรนิกทั้งแบบ low และ high molecular weight (10,500 บาท) จาก DR. BARBARA STURM

Hyaluronic Marine Oil-Free Moisture Cushion ครีมบำรุงผิวผสานสารสกัดจากสาหร่ายทะเลญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นในผิวได้อย่างล้ำลึกและเก็บล็อกมอยส์เจอไรเซอร์ให้ผิวอิ่มน้ำยาวนาน (2,030 บาท) จาก DR. DENNIS GROSS

Exfoliating Acids For: Clarity

เมื่อพูดถึงการผลัดผิวด้วยกรด คำว่ากลัวก็มักตามมา เชื่อว่าหลายคนยังคงฝังใจกับซีนเด็ดจาก Sex and the City ที่ซาแมนธากลับจากพบแพทย์พร้อมใบหน้าเห่อแดงหลังทำพีลลิ่ง ทว่ากรดเหล่านี้ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆในแง่ของคุณสมบัติช่วยขัดและผลัดผิวพร้อมด้วยผลลัพธ์ที่ชัดเจน “กรดเอเอชเอเริ่มปรากฏใช้ครั้งแรกๆในแวดวงสกินแคร์เมื่อราวยุค ’80s” Ole Henriksen ผู้ก่อตั้งแบรนด์ความงามชื่อดังกล่าว

Photo: Sex and the City

“และกลายเป็นว่าเอเอชเอเป็นตัวเลือกชั้นดีซึ่งมาแทนเรตินอล เพราะสามารถฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยโครงสร้างของโมเลกุลขนาดเล็กจึงเอื้อให้ออกฤทธิ์ทั้งในพื้นผิวชั้นนอกและชั้นลึกลงไป อีกทั้งยังช่วยผลัดและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ส่งผลให้ผิวชั้นนอกกระจ่างใส โทนสีผิวสม่ำเสมอขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดเลือนรูขุมขนและริ้วรอยบางๆ และยังช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ที่ทำให้ผิวแน่นกระชับ ยืดหยุ่นคืนตัวดีขึ้นด้วย” และที่สำคัญที่สุดคือกรดเอเอชเอไม่ทำให้ผิวระคายเคืองเช่นที่ซาแมนธาประสบพบเจอ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในบางประเทศอย่างแคนาดาออกกฎให้สกินแคร์ซึ่งจำหน่ายตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางมีส่วนผสมเอเอชเอได้ไม่เกิน 10% และมากกว่านั้นได้สำหรับการใช้ตามคลินิกความงาม ส่วนผลิตภัณฑ์ทั่วไปมักผสมกรดยอดนิยมอย่างไกลโคลิก โดยมีความเข้มข้นอยู่ที่ 5-10%

How to Use: “ทุกคนสามารถใช้กรดธรรมชาติดูแลผิวได้” เฮนริกสันกล่าวพร้อมแนะนำว่า คนที่ผิวค่อนข้างบอบบางสามารถเลือกเป็นกรดเอเอชเอที่สกัดจากอัลมอนด์อย่าง mandelic acid หรือที่มาจากนมอย่าง lactic acid เพราะค่อนข้างมีเปอร์เซ็นต์ทำให้ผิวระคายเคืองต่ำ โดยทั่วไปเอเอชเอมีอยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลากหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่จะได้ผลดีขึ้นในผลิตภัณฑ์ชนิดที่ไม่ต้องล้างออก เพราะผิวจะสามารถซึมซับได้ในปริมาณที่สูงกว่า ตามปกติแล้วเราสามารถใช้เอเอชเอได้ในทุกวัน แต่แนะนำให้ใช้เฉพาะตอนกลางคืน และควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดควบคู่เป็นประจำในตอนเช้าด้วย เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผสานเอเอชเออาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดดได้ 

Glycolic Acid Toner โทนเนอร์สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ ช่วยปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใส ริ้วรอยแลดูจางลงด้วยส่วนผสมหลักไกลโคลิกแอซิดและ เอเอชเอ ซึ่งเป็นสารสกัดจากมะละกอ พร้อมด้วยอะโลเวร่าที่ช่วยปลอบประโลมผิว (1,200 บาท) จาก MARIO BADESCU

Glow Tonic To-Go Exfoliating Toner Pads โทนเนอร์ผสานกรดไกลโคลิก 5% ในรูปแบบสำลี ใช้เช็ดผิวได้อย่างอ่อนโยนและสะดวก ช่วยให้ผิวสะอาด เปล่งปลั่งกระจ่างใส (60 แผ่น 710 บาท) จาก PIXI

Nordic Skin Peel แผ่นสำลีผสานกรดแลกติกและเอนไซม์จากผลไม้ ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยนเพื่อเผยผิวใหม่ที่ดูสดชื่นกระจ่างใสยิ่งขึ้น พร้อมส่วนผสมช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (2,090 บาท) จาก SKYN ICELAND

Moisturizing Renewal Serum Nightly Repair Booster เซรั่มช่วยฟื้นฟูผิวที่ผสาน bio renewal complex กับกรดไกลโคลิกเพื่อช่วยปรับให้ผิวเรียบเนียน ละเอียด ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ (8,950 บาท) จาก RÉVIVE

Niacinamide For: Resilience

ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิตามินถือครองพื้นที่พิเศษในกิจวัตรความงามของเรารวมไปถึงในอาหารการกินด้วย และหลายคนรับรู้ถึงสรรพคุณของวิตามินเอ ซี และอีในการเสริมความงามได้เป็นอย่างดี แต่น้อยคนนักจะคุ้นเคยกับ ‘ไนอาซินาไมด์’ สารออกฤทธิ์ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี ทั้งที่จริงแล้ววิตามินชนิดนี้ที่สามารถละลายในน้ำได้นั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการฟื้นฟูสภาพผิวให้อ่อนเยาว์ พร้อมทั้งช่วยลดเลือนรอยแดง แก้ไขปัญหาสิว และช่วยกระชับรูขุมขน “ไนอาซินาไมด์เป็นสารที่ช่วยเสริมการสังเคราะห์เซราไมด์ กรดไขมัน และคอเลสเตอรอลในผิว แปลง่ายๆคือช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับปราการผิว และลดการสูญเสียน้ำในผิวนั่นเอง” Jessica Kizovski ผู้ร่วมก่อตั้ง Veriphy แบรนด์สกินแคร์แนวคลีนอธิบาย

นอกจากคุณสมบัติและจุดเด่นข้างต้นแล้ว “ไนอาซินนาไมด์ยังช่วยเพิ่มระดับการรับโปรตีนเข้าผิว และเสริมประสิทธิภาพการผลัดเซลล์ในผิวชั้นนอกและชั้นใน ส่งผลช่วยชะลอความร่วงโรยของผิว” โดยไนอาซินาไมด์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้นได้รับการสังเคราะห์ขึ้น แต่ก็มีอยู่บ้างในปริมาณเล็กน้อยตามอาหารที่เรารับประทานเช่นกัน อย่างในเนื้อแดง ปลา ข้าวสาลี และผักบางชนิด

How to Use: ไนอาซินาไมด์เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการให้ผิวกระจ่างใสและโทนสีผิวสม่ำเสมอ เพราะสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวแม้แต่ในผิวที่เป็นผื่น ภูมิแพ้ผิวหนัง หรือผิวระคายเคืองง่าย ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิวรอบดวงตา โทนเนอร์ หรือเซรั่ม ก็สามารถเลือกชนิดที่มีส่วนผสมของไนอาซินาไมด์ และผสานเข้ากับกิจวัตรความงามตามปกติทั้งกลางวันและกลางคืนได้ ยกเว้นข้อเดียวคือไม่แนะนำให้ใช้ตามหลังผลิตภัณฑ์ซึ่งผสมวิตามินซี เพราะจะลดทอนประสิทธิภาพการบำรุงของไนอาซินาไมด์ได้

Retinol B3 Serum เซรั่มช่วยต้านริ้วรอย ผสานพลังของเรตินอลบริสุทธิ์กับวิตามินบี 3 ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับพื้นผิวให้เรียบเนียนและดูกระจ่างใสขึ้น (1,500 บาท) จาก LA ROCHE-POSAY

PRO Strength Niacinamide Discoloration Treatment ทรีตเมนต์เข้มข้นผสานไนอาซินาไมด์ 15% เพื่อผิวกระจ่างใส พร้อมกรดโคจิก อัลฟาอาร์บูติน และเพนทาเปปไทด์ เพื่อช่วยจัดการกับรอยดำและรอยสิว รวมทั้งสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ (3,450 บาท) จาก PETER THOMAS ROTH

10% Niacinamide Booster บูสเตอร์เซรั่มสูตรน้ำบางเบา มีส่วนผสมของไนอาซินาไมด์เข้มข้น 10% ช่วยปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้น กระชับรูขุมขน และปรับให้ผิวสุขภาพดีแข็งแรงขึ้น (1,800 บาท) จาก PAULA’S CHOICE

F-Balm™ Electrolyte Waterfacial Hydrating Mask มาสก์แบบไม่ต้องล้างออก มีส่วนผสมจากไนอาซินาไมด์ เพิ่มความสดชื่น ช่วยให้ผิวนุ่มนวลอิ่มฟู (1,840 บาท) จาก DRUNK ELEPHANT

ELLE Beauty Story March 2021
Stephanie Houle & Theo Dupuis-Carbonneau
Photo:
Courtesy of the Brands, Imaxtree
แปลและเรียบเรียง: ณัฐิกา องค์สิริมีมงคล

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH