LIFESTYLE

เปิดวาร์ป 6 ที่พักสุดมหัศจรรย์สไตล์อาหรับที่สาวแอลต้องปักหมุด

หากคุณกำลังอินกับ Aladdin อยู่ นี่คือจุดหมายในฝันเลยล่ะ

31 MAY 2019
Senior Digital Fashion Writer

RACHATA RATANAVIROTKUL

เชื่อว่าหลายๆ คนตอนนี้ยังคงอินอยู่กับเรื่องราวอันมหัศจรรย์ในดินแดนอาหรับราตรีจากภาพยนตร์เรื่อง Aladdin หลังจากที่แอลพาสาวๆ ไปชมคาเฟ่แสนเก๋ที่เสกบรรยากาศร้านให้กลายเป็นดินแดนอาหรับกันไปแล้ว วันนี้แอลจะพาทุกคนออกเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์ของบรรรยากาศสไตล์อาหรับถึง 6 แห่งด้วยกัน พร้อมจะขึ้นพรมวิเศษออกเดินทางไปยังเมืองต่างๆ พร้อมกับเราหรือยัง? รับรองได้ว่าแต่ละสถานที่นั้นจะเติมเต็มความอินของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่พัก 5 ดาวสุดหรูราวกับเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองอัครา ประเทศอินเดีย เมืองหนึ่งบนเส้นทางสามเหลี่ยมทองคำในอินเดียที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนพร้อมเมืองเดลีและชัยปุระ ซึ่งจากที่นี่เดินไปไม่นานก็จะถึงทัชมาฮาล แลนมาร์กยอดฮิตของเหล่านักเดินทาง โดยโรงแรมหรูหราอลังการแห่งนี้ตกแต่งภายในอย่างโมเดิร์นพร้อมหน้าต่างขนาดใหญ่ที่จับภาพความสวยงามของบริเวณโดยรอบอาคารได้อย่างเต็มที่ ผู้เข้าพักสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารเหมือนราชวงศ์ โดยมีตัวเลือกห้องอาหาร 4 แห่งที่ให้บริการอาหารหลากหลายชนิดทั้งอาหารนานาชาติและอาหารจานเด็ดในท้องถิ่น นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังเพลิดเพลินกับบริการสุดหรูอื่น ๆ ได้ เช่น ไปนวดตัวที่ Oberoi Spa หรือไปว่ายน้ำหรือเข้าคลาสออกกำลังกายที่ยิม

เดินทางต่อมายังจุดหมายที่สองที่เมืองมัสกัต ประเทศโอมาน Shangri-La Al Husn Resort & Spa โอบล้อมด้วยผืนน้ำที่มีแสงสะท้อนอยู่รำไรบริเวณอ่าวบาร์ อัล จิสซาห์ที่อยู่ในอ่าวโอมาน ที่พักแห่งนี้นับเป็นจุดหมายสุดเพอร์เฟ็กต์ที่จะมาสัมผัสประสบการณ์ใช้ชีวิตประดุจสุลต่านในเมืองนี้ โรงแรมนี้ใช้เวลาขับรถจากใจกลางเมืองมัสกัตและมัสยิดสุลต่านกอบูสไปไม่นาน การตกแต่งของโรงแรมได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชวังอาหรับ และเสริมด้วยงานศิลป์แบบโอมานของแท้ ใครที่ชื่นชอบการอาบแดดก็สามารถใช้ชายหาดส่วนตัวของโรงแรม ซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่าน ทำให้เกิดเป็นวิวสุดเหลือเชื่ออย่างแท้จริง

หากเมืองอัคราในเส้นทางสามเหลี่ยมทองคำในอินเดียยังไม่ดึงดูดใจคุณเท่าไรนัก ลองเปลี่ยนมาที่ชัยปุระที่มีพระราชวังเป็นจุดดึงดูดผู้เดินทางเช่นกัน โดยหลังจากสิ้นสุดโปรแกรมเที่ยวแน่นเอี้ยดมาแล้วทั้งวันก็ได้เวลาไปพักผ่อนที่ที่พักใหญ่โตโอ่อ่าซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 3 กิโลเมตรอย่าง Taj Rambagh Palace หรือที่รู้จักกันในนาม “อัญมณีแห่งชัยปุระ” โรงแรมแห่งนี้ดูแลรักษาสวนเป็นอย่างดีและมีตัวอาคารที่สร้างในสถาปัตยกรรมแบบอินเดียที่งดงาม จึงทำให้น่าถ่ายรูปแทบจะไม่แพ้พระราชวังในชัยปุระเลยทีเดียว ผู้เข้าพักจะได้รับการดูแลอย่างดีราวกับกับเป็นราชา โดยจะมีบัตเลอร์ที่สามารถช่วยจัดเตรียมรถม้าสไตล์วินเทจให้นั่งเล่นใต้ผืนฟ้าที่ดวงดาวพร่างพราวได้ทุกคืน และผู้เชี่ยวชาญที่จะจัดคลาสเรียนโยคะให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายหลังจากที่ออกสำรวจมาแล้วทั้งวัน

มาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก อีกหนึ่งจุดหมายยอดฮิตของเหล่านักเดินทาง มาร์ราเกชเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิ ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของมัสยิด พระราชวัง และสวนมากมายที่ล้วนแต่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ และทำให้ผู้เดินทางรู้สึกราวกับตัวเองได้เป็นสุลต่าน คุณจะได้สัมผัสความรู้สึกดุจราชาเมื่อจองที่พักที่ Riad le Clos des Arts ซึ่งภายในตกแต่งไว้อย่างสวยงามน่าทึ่ง ห้องพักแต่ละห้องตกแต่งด้วยกระเบื้องสไตล์โมร็อกโกแท้ ๆ ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบในลานภายในที่พัก และพักผ่อนเหมือนเป็นสุลต่านที่ลานบนดาดฟ้าที่มีสระเล็ก ๆ ไว้แช่ตัว Riad le Clos des Arts ตั้งอยู่ในใจกลางมาร์ราเกช จากที่พักเดินไปไม่ไกลก็จะถึงพระราชวังบาเฮีย ผู้เข้าพักจึงสามารถเดินเที่ยวไปตามถนนที่มุ่งไปยังพระราชวังได้

ถัดมาที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หากคุณสนใจบริการสปาสไตล์อาหรับในที่พัก ผู้เดินทางสามารถลองไปใช้บริการที่ Palace Downtown โรงแรมสุดหรูในใจกลางหมู่บ้านอาหรับดั้งเดิม ที่พักแห่งนี้มีทุกสิ่งที่คุณต้องการอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทั้งเรนชาวเวอร์สำหรับฮัมมัม อ่างน้ำอุ่น และห้องอบไอน้ำ และหากผู้เข้าพักไม่ได้อยากสบายกายในสปาอย่างเดียว แต่อยากหาอะไรสบายตาดูด้วย ก็สามาถเพลิดเพลินกับโลกใบใหม่แสนเพลินใจอย่างแท้จริงที่ย่านพาเลซดาวน์ทาวน์ ที่น้ำพุแห่งดูไบ และที่ทะเลสาบสวยงามรอบตึกเบิร์จคาลิฟา

ปิดท้ายจุดหมายสุดท้ายกันที่ อิสตันบูล ประเทศตุรกี กับ Soho House Istanbul ที่พักแสนวิเศษสำหรับผู้เดินทางยุคใหม่ที่มองหาจุดหมายใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยสัมผัส ที่พักมีอาคารแยก 3 หลัง เช่น Chancery และ Annex อาคารกระจกหลังใหม่เอี่ยมและคลับสุดหรูสำหรับสมาชิก รับรองว่า Soho House Istanbul มีบริการอื่น ๆ อีกมากมายที่จะทำให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์หรูเหมือนเป็นสุลต่าน ที่พักอยู่ไม่ห่างจากสุเหร่าสีน้ำเงินมากนัก โดยใช้เวลาขับรถไปไม่นาน หลังจากที่ใช้เวลาทั้งวันออกสำรวจตัวเมืองแล้ว ผู้เดินทางจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเชื้อพระวงศ์เพราะเมื่อมาถึงโรงแรมก็สามารถผ่อนคลายและล้มตัวลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูที่นอนด้วยผ้าฝ้ายอียิปต์แสนสบาย นอกจากนี้ยังมีเวลาให้ได้ผ่อนคลายกับสปาซึ่งมีทรีทเม้นท์นานาชนิด ทั้งบำรุงหน้า นวด และบำบัดร่างกาย

source: booking.com

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH