BEAUTY

7 ทิปส์ดูแลสีผมให้ติดทนนาน+ฟื้นฟูผมเสีย

ใครที่ชอบทำสีผมบ่อยๆ ต้องลอง!

22 JAN 2020
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

เคยมั้ย? ทำสีผมมาไม่ทันไรสีก็หลุดไว โดยเฉพาะสีแฟชั่น ยิ่งสระก็เหมือนยิ่งได้สีใหม่เพี้ยนไปเรื่อยๆ เราลองมาดู 7 ทิปส์นี้กัน รับรองว่าช่วยให้สีผมติดทนปังๆ แถมยังนุ่มสลวยขึ้นอีกด้วย

TIP #1 หลีกเลี่ยงน้ำร้อน

ใช่แล้วล่ะ น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจัด เป็นตัวการที่ทำให้เกล็ดผมเปิด เมื่อเกล็ดผมถูกเปิดแล้วเจอการชะล้างด้วยแชมพู สีผมจะค่อยๆ หลุดออกไปทีละน้อยตามจำนวนครั้งที่สระ ดังนั้น แนะนำให้สระด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นแทน เพื่อให้เกล็ดผมปิดล็อคสีไว้ได้นาน 
ส่วนคนที่ติดการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นประจำ ทางเราขอแนะนำ 2 วิธีนี้
1. ก้มหัวสระผมในแนวดิ่ง หรือ สระผมในซิงค์ - วิธีนี้อาจจะฟังดูลำบาก แต่เป็นวิธีที่ช่วยเซฟตัวเองจากความเยือกเย็นของน้ำได้ แล้วยังช่วยถนอมเส้นผมได้อีกด้วย
2. สระด้วยน้ำอุ่นแล้วปิดท้ายด้วยน้ำเย็น - คนที่หลีกเลี่ยงน้ำอุ่นไม่ได้จริงๆ แนะนำให้เปิดน้ำอุ่นในอุณหภูมิที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ สระผมให้เรียบร้อย แล้วตามด้วยน้ำเย็นในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อปิดเกล็ดผม

TIP #2 ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน

เคยสังเกตมั้ยว่า การที่เราย้อมผมทุกครั้ง ผมจะดูแห้งเสียไม่มากก็น้อยขึ้นทุกครั้ง ทั้งนี้เพราะสารเคมีในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมนั้นมีผลต่อระดับเคราติน หรือ​ โปรตีนในเส้นผมของเรานั่นเอง เมื่อโปรตีนในเส้นผมลดลง ผมก็จะอ่อนแอ ไร้น้ำหนัก ขาดความยืดหยุ่น และไม่เงางาม ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเคราตินเพื่อเติมเต็มโครงสร้างเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแชมพู ครีมนวด ทรีตเมนท์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์บำรุงผมต่างๆ

TIP #3 ใช้โทนนิ่งแชมพูสำหรับผมฟอกสีอ่อนจัด

ใครที่เป็นสาวกผมสีแฟชั่นจัดๆ คงต้องเจอกับปัญหาสีผมหลุดเร็วกว่าคนย้อมผมสีธรรมชาติแน่นอน สังเกตง่ายๆ คนที่ย้อมผมสีอ่อน ประเภท แอช บลอนด์ เทา เงิน เงินประกายเขียวทั้งหลาย พอสระผมไปไม่กี่ครั้ง ผมก็จะค่อยๆ เฟด เป็นสีทองส้มขึ้นมาทันที ทั้งนี้เพราะเม็ดสีผมของคนเอเชียมักจะมีสีส้ม แดงแฝงอยู่ 
ดังนั้น วิธีแก้คือ ใช้แชมพูเฉพาะทางอย่าง "โทนนิ่งแชมพู" แทนแชมพูธรรมดาทั่วไป
ลักษณะเนื้อของแชมพูประเภทนี้จะมีอยู่สองสีหลักๆ คือ เนื้อสีม่วง และ น้ำเงินเข้ม เมื่อเราใช้แชมพูประเภทนี้สระแล้ว เม็ดสี (พิกเมนต์) ที่อยู่ในแชมพูก็จะเข้าไปอยู่ในเส้นผมของเราแล้วช่วยยับยั้งเม็ดสีที่กำลังผิดเพี้ยนได้ 
หากใครยังจำทฤษฎีคู่สีตรงข้ามได้ก็จะยิ่งเห็นภาพมากขึ้น
เหลือง – ม่วง
แดง – เขียว
น้ำเงิน – ส้ม
สรุป: คนที่ผมกำลังเฟดเป็นสีเหลืองทอง จะต้องหักล้างด้วยแชมพูสีม่วง คนที่ผมเริ่มเฟดเป็นสีส้ม ก็ต้องหักล้างด้วยแชมพูสีน้ำเงิน ส่วนใครที่ย้อมสีเขียวมาแล้วอยากแก้ ก็ต้องหักล้างด้วยสีแดง เป็นต้น

TIP #4 ใช้ครีมนวดและทรีตเมนท์สำหรับผมทำสี

คนที่ทำสี จะข้ามขั้นตอนครีมนวดหรือทรีตเมนต์ไปไม่ได้จริงๆ สำหรับคนที่ฟอกผมจัด ควรเลือกใช้เป็นประเภทโทนนิ่งเช่นกัน ส่วนคนที่ทำสีธรรมชาติก็สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีทั่วไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความถี่ในการใช้ก็มีผลต่อความติดทนของสีด้วย
ทิปส์ส่วนตัวของเอดิเตอร์คือ ข้ามขั้นตอนครีมนวดเพื่อป้องกันการชะล้างของสีให้มากที่สุด แล้วใช้ทรีตเมนต์บำรุงผม ประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์แทน

TIP #5 ไม่สระผมทุกวัน

ใครที่ไม่ได้สระผมทุกวันอยู่แล้วคงไม่น่ามีปัญหา แต่คนที่ติดสระผมจริงๆ แนะนำให้ลองใช้ตัวช่วยอย่าง Dry Shampoo แทน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยถนอมสีผมได้ดีเลยทีเดียว

TIP #6 หลีกเลี่ยงน้ำทะเล หรือ คลอรีน

สำหรับใครที่ทำสีผมมาหมาดๆ แนะนำให้เลี่ยงทะเลหรือสระว่ายน้ำทุกกรณี ถ้าไม่อยากให้สีผมหลุดไว เพราะตัวน้ำทะเลหรือคลอรีนจะเป็นตัวชะล้างสีผมชั้นดี เรียกได้ว่าเห็นความแตกต่างก่อน-หลังในทันที ส่วนคนที่ทำสีผมมาสักพักแล้วจำเป็นต้องลงน้ำจริงๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวชะโลมผมเยอะๆ เพื่อเคลือบปิดเกล็ดผม วิธีนี้จะเป็นการช่วยปกป้องสีผมได้ระดับหนึ่ง อาจจะปกป้องไม่ได้ 100% แต่ดีกว่าปล่อยให้ผมโดนเต็มๆ แน่นอน

TIP #7 บำรุงผมด้วยเซรั่ม หรือ ลีฟออน ทุกครั้งหลังสระ

ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือ เซรั่มบำรุงผม โดยเลือกประเภทที่เหมาะกับสภาพผมและความต้องการ เช่น เซรั่มบำรุงผมสี เซรั่มบำรุงผมแห้งเสีย เซรั่มสำหรับผมฟู เป็นต้น หลังจากสระผมแล้ว ซับผมให้เปียกหมาดๆ แล้วตามด้วยเซรั่มลงบริเวณปลายผม ควรใช้เป็นประจำเพื่อผมที่สวย เงางาม ไม่เปราะขาดง่าย

TAGS:

Hair
SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH