FASHION

'เด็กแว้นจากมาร์เซย' รักครั้งสุดท้ายของ Karl Lagerfeld

เรื่องราวความสัมพันธ์ในหนังสือ Karl et Moi ที่แซบที่สุด

12 JUL 2020
Senior Fashion Writer

KHANAKON PHETTRAKUL

บทความจาก ELLE France โดย Pascale Nivelle, แปล: Rasita Crouzatier, เรียบเรียง: Wattakul N.

ย้อนกลับไปยังวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2008 วันที่ Baptiste Giabiconi ชายหนุ่มที่มีอายุเพียง 18 ปีได้พบกับ Karl Lagerfeld เป็นครั้งแรก แบปติสต์เดินทางจากเมือง Marignane ทางใต้ของฝรั่งเศสมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของโลกแฟชั่นอย่างปารีส ‘อ่อนเยาว์ราวกับเด็ก กำยำราวกับบุรุษ’ คำกล่าวที่เป็นดั่งนิยามในเพลง ‘Il venait d’avoir 18 ans’ ยุค ’70s ของศิลปินหญิง Dalida - คาร์ลในวัย 74 (ช่วงวัยที่ถูกเรื่องความตายตามหลอกหลอนไม่ต่างอะไรไปจากเรื่องราวของ ‘Faust’*) กำลังเฟ้นหานายแบบที่จะมาเป็นตัวแทนของเขาในวัยหนุ่มสำหรับเป็นภาพประกอบในหนังสือ คาร์ลเจอรูปของแบปติสต์นายแบบหน้าใหม่ในสังกัดเอเจนซี่ Marilyn ในนิตยสารเล่มหนึ่งด้วยความบังเอิญ ทั้งแววตา โครงหน้า ริมฝีปากจดปลายคางเปี่ยมด้วยมนตร์เสน่ห์แห่งชายชาตรี ไหนจะเป็นเรือนผมดำขลับนั่นอีก…นี่มันตัวเขามิใช่หรือ แบปติสต์ทำให้คาร์ลได้มองเห็นภาพตัวเองเมื่อ 50 ปีที่แล้ว สมัยที่เขาเพิ่งย้ายจากฮัมบูร์กมาอาศัยอยู่ในปารีส เวลาช่างผ่านไปไวเสียจริง แม้แต่ Yves Saint Laurent ผู้เป็นเสมือนน้องชายและคู่อริก็มาจากไป ในพิธีศพของเมอซิเออร์แซงต์ โลรองต์ (5 มิถุนายน ค.ศ. 2008) ที่มีเหล่าผู้ร่วมวงการต่างไปร่วมงาน ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยชุดสีดำ สีที่คาร์ลโปรดปรานหนักหนา แต่คาร์ลดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่สามารถทำใจไปร่วมพิธีในวันนั้นได้ เพราะความตายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับเขา

*Faust จากบทประพันธ์ของ Goethe กล่าวถึงนักปราชญ์นามว่า ‘เฟาสต์’ ผู้ปรารถนาองค์ความรู้ทั้งปวง ความเยาว์วัย และการค้นพบแก่นแท้ของชีวิต เขาทำสัญญากับซาตานที่เสนอจะช่วยเหลือจนกว่าจะบรรลุความสุขสูงสุดเพื่อแลกกับดวงวิญญาณของเขา

ณ ร้านหนังสือและสตูดิโอ ‘7L’ ของคาร์ลบนถนนลีล แบปติสต์ในเสื้อโปโล Levi’s ลายขวางที่แอบหยิบมาจากลูกพี่ลูกน้อง และใส่สร้อยคอไม้กางเขนเส้นโตราวกับคริสต์ศาสนิกชนผู้เคร่งครัด กำลังนั่งรอการมาเยือนของคาร์ล อันที่จริงแล้วโอกาสของเขาในวันนั้นมันดูราวกับปาฏิหาริย์ เอเจนซี่โทรมาบอกข่าวดีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่ตัวเขาเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคาร์ลคือใคร เขารู้แต่เพียงว่ามันคือโอกาสที่จะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง

ช่วงเวลา 2 ปีนี้เขาใช้ชีวิตสลับกันไปมาระหว่างการถ่ายแบบที่นานๆจะมีมาสักที และงานประจำเป็นช่างประกอบเครื่องยนต์ในโรงงาน Eurocopter ที่เมือง Marignane หากไม่ได้แม่ของเขาที่คอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย แบปติสต์เองก็คงทิ้งอาชีพนายแบบแล้วหันไปทำตามความฝันคือเปิดร้านพิซซ่าแบบฟู้ดทรัค และออกเดินทางท่องเที่ยวไปกับ Filou และ Bison สองคู่หูเพื่อนรักที่ทำงานเป็นสัปเหร่ออยู่ในบริษัทรับจัดงานศพแห่งหนึ่ง…แต่ในวันนี้เขาอยู่ที่ปารีสแล้ว! กำลังยืนประจันหน้ากับชั้นหนังสือที่ตั้งตระหง่านสูงราวกับโบสถ์ของคาร์ล ไม่ไกลมากนักมีบัตเลอร์ท่าทางขึงขัง และชายหนุ่มนามว่า Sébastien Jondeau คนสนิทของคาร์ลยืนอยู่ เซบาสเตียงมองด้วยท่าทีแปลกๆ แบปติสต์เองก็รู้ว่าสำเนียงของชาวใต้ที่เขามีมันทำให้รู้สึกราวกับคนอยู่ผิดที่ผิดทาง ก่อนที่ในที่สุดก็มีเสียงรถโรลส์-รอยซ์ขับมาเทียบ เป็นคาร์ลนั่นเอง! “ก็ไม่หนุ่ม แต่ก็ไม่แก่มากนะ ดูจะเป็นคนสนุกด้วยซ้ำ” แบปติสต์คิดในใจแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

แล้วการถ่ายแบบชุดชั้นในชาย Dim ก็ได้เริ่มขึ้น “คุณจะโอเคไหมถ้าต้องถ่ายเปลือยสัก 2-3 รูป” เสียงของชายเจ้าของผมขาวมัดเป็นหางม้าถามขึ้น แบปติสต์ถอดกางเกงบ็อกเซอร์โดยไม่มีท่าทีเขินอาย อวดเรือนร่างที่เปลือยเปล่าด้วยความมั่นใจ เขาได้เตรียม ‘ส่วนนั้น’ มาเป็นอย่างดีด้วยการแวกซ์ขนออกทั้งหมด “พอไม่มีขนแล้วดูประหลาดยังไงไม่รู้สิ อย่างกับสายยางรดน้ำแหนะ” คาร์ลกล่าวออกมา หลังการถ่ายแบบจบลงแล้ว แบปติสต์เดินสวนกับคาร์ลอีกครั้ง เขาเข้าไปขอลายเซ็น แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือเรื่องผิดมหันต์! คาร์ลเกลียดการแจกลายเซ็นเป็นที่สุด เขามักจะตอบห้วนๆใส่คนที่มาขอไปว่า “ฉันไม่ใช่ Sheila นะ” (นักร้องหญิงชื่อดังของฝรั่งเศสยุค ’60s) แต่คราวนี้กลับไม่เป็นอย่างที่เคย เขาตอบแบปติสต์ด้วยท่าทีอ่อนโยนและเป็นมิตรว่า “ได้สิ ก็เธอทำงานได้ดีไม่มีที่ติ”

หน้าร้อนปีนั้นแบปติสต์ใช้เวลาดื่มด่ำกับความสุขในวิลล่าของคาร์ลที่ตั้งอยู่ในเมือง Ramatuelle ออกแล่นเรือยอช์ตในช่วงวันหยุด ขับรถโรลส์-รอยซ์เปิดประทุน ช็อปปิ้งแบบไม่อั้น ถลุงเงินเป็นว่าเล่นภายในคืนเดียว คาร์ลเองก็เหมือนได้ยาวิเศษจากความเยาว์วัยของแบปติสต์ที่ทำให้กลับมาเป็นคนร่าเริงอีกครั้ง เขามักเดินเคียงคู่หนุ่มน้อยรูปงามตามท้องถนนในแซงต์-โทรเปซ์ ราวกับคนเดินอวดถ้วยรางวัล Naomi Campbell ถึงขั้นกล่าวว่า “ตั้งแต่ Delon เราก็ไม่เคยเห็นใครหล่อได้ขนาดนี้” (Alain Delon ดาราดังของฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ยุค ’60s) นาโอมิซึ่งปกติไม่เคยเอ่ยชมใครยังพูดเสริมอีกว่า “แบปติสต์หาที่ติไม่ได้เลย” คาร์ลโปรดปรานการถ่ายรูปแบปติสต์มาก จะเรียกว่าถ่ายแบบทุกซอกทุกมุมก็ว่าได้ เขาเองก็มีพรสวรรค์ในด้านนี้ ไม่ว่าคาร์ลสั่งอะไรก็ทำได้ตามประสงค์ทั้งหมด รูปพวกนี้ตั้งใจเตรียมไว้ใช้กับหนังสือเล่มใหม่ ‘The Beauty of Violence’ (edition. Steidl) ในการถ่ายแบบคาร์ลผู้ซึ่งลงมือถ่ายภาพด้วยตัวเองมักจะเรียกร้องความเกรี้ยวกราด ความอีโรติก อารมณ์ที่รุนแรงพลุ่งพล่าน แบปติสต์เองก็จัดให้อย่างสมใจ ฤดูร้อนอันแสนอบอุ่นในปีนั้นคาร์ลใช้เวลาหมดไปกับการดื่มด่ำความไร้เดียงสาจากมิวส์ของเขา เราก็ไม่เคยเห็นคาร์ลมีความสุขอย่างนี้มาก่อนตั้งแต่ที่เขาสูญเสีย Jacques de Bascher ผู้เคยเป็นรักแท้และรักเดียว ‘Jako’ ผู้เป็นชู้รักของแซงต์ โลรองต์ที่จากโลกนี้ไปด้วยโรคเอดส์เมื่อปี ค.ศ. 1989 ซึ่งนั่นคือการสูญเสียที่คาร์ลไม่สามารถทำใจได้เลย ความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้จึงเป็นดั่งรักที่รุนแรงแต่ก็บริสุทธิ์ในคราวเดียวกัน หน้าร้อนปี ค.ศ. 2008 รูปของแซงต์ โลรองต์ตามหน้านิตยสารบันเทิงค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยรูปของคาร์ลและนายแบบคนโปรดของเขา สร้างความปีติยินดีถ้วนหน้าตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของ Chanel ไปจนถึงแม่ของแบปติสต์เอง

เวลาผ่านไป 12 ปี แบปติสต์อยู่ในห้องสวีทของโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงปารีส กำลังถอดเสื้อยืด Dior เผยให้เห็นรอยสักเลขโรมัน KL VIII VI MMVIII (KL 8 มิถุนายน ค.ศ. 2008) เพื่อย้ำเตือนถึงวันแรกที่ชีวิตใหม่ของเขาได้เริ่มต้น รอยสักนี้ได้จารึกลงบนเนื้อหนังและจิตวิญญาณของเขาอย่างถาวร แม้ผ่านมา 1 ปีแล้วนับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 วันที่ผู้เป็นดั่ง ‘ราชา’ ได้อำลาโลกใบนี้ไป แต่เขายังคงทำเหมือนตอนที่คาร์ลยังมีชีวิตอยู่ ในทุกๆเช้าต้องแต่งหน้าและรีดผมหน้ากระจก “ผมได้ซึมซับความเป็นคาร์ลไปแล้ว แม้แต่นิสัยใจคอของผมก็กลายเป็นคนเยอะไปแล้วล่ะ”

แบปติสต์ในวัย 30 ปีมีรูปร่างกำยำไม่แพ้นักเพาะกาย ฟันขาวราวกับหินอ่อนจากเมืองคาร์รารา เขาเริ่มเอาใจใส่เรื่องรูปร่างและดูแลตัวเองอย่างจริงจัง หลังคาร์ลจากไปไม่นานก็ออกหนังสือเล่าเรื่องระหว่างเขาและคาร์ลชื่อ ‘Karl et Moi’ โดยจะถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ทำให้แบปติสต์ได้ย้อนเวลากลับไปแต่งแต้มสีสันในภาพวาดแห่งความทรงจำตามแบบฉบับของเขาเอง โดยเพิ่มเติมจากคาร์ลผู้เป็นเจ้าของภาพจิตรกรรมตัวจริง คาร์ลผู้เป็นตำนานเกิดในประเทศเยอรมนี ดินแดนแห่งความเยือกเย็น โปรดปรานที่จะจรัสแสงบนโลกและปกครองคนในอาณัติของเขา “แต่คาร์ลไม่ได้เป็นไกเซอร์อย่างที่หลายคนชอบพูดกันหรอกนะ” แบปติสต์ยืนยันพร้อมกับเล่าให้ฟังว่า คาร์ลนั้นผูกพันกับ ‘ครอบครัว’ ที่เขาสร้างขึ้นมากแค่ไหน ครอบครัวที่ไร้เงาของสตรี มีเซบาสเตียงเป็นพี่ใหญ่ มีนายแบบ Jake Davies, Brad Kroenig และที่จะลืมไม่ได้เลยคือลูกๆของแบรดทั้ง Hudson และ Jameson นายแบบน้อยที่เราเห็นบ่อยครั้งบนรันเวย์ของ Chanel เซบาสเตียงไม่ตีตัวเสมอคาร์ล และจะเรียกคาร์ลว่า ‘คุณคาร์ล’ เสมอ ส่วนแบปติสต์เรียกคาร์ลว่า ‘papa’ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวข้ามเส้นเข้ามาอยู่ในโลกของคาร์ลผู้ปรารถนาในความเยาว์วัย เขตแดนที่ทำให้เขาก้าวออกไปไม่ได้อีกเลย “ผมไปสะดุดตาของคาร์ลเข้า และเขาอยากประทับตราไว้ที่ผม” แบปติสต์เล่าต่อว่า “วันหนึ่งคาร์ลบอกผมว่า ผมมาไกลเกินกว่าจะเดินย้อนกลับไปแล้ว แต่ผมเหมือนอยู่ในห้วงของความฝัน ผมไม่อยากกลับไปในโลกแห่งความเป็นจริง…ผมมักบอกตัวเองเสมอว่าผมสามารถเริ่มจากศูนย์ได้”

แบปติสต์ยังคงเล่าเรื่องราวพิเศษต่อไป เรื่องราวที่ดูคล้ายกับว่าเป็นการหล่อหลอมระหว่างการมองโลกอย่างไร้ความกังวล และความรักที่ไม่มีความต้องการทางเพศมาข้องเกี่ยว คาร์ลมักบอกเสมอว่าเขาไม่สนใจเรื่องพรรค์นี้ เพราะด้วยวัยและสถานะที่ต่างกันมากโข “หนุ่มน้อยจากมาร์เซยที่ไม่สนใจกฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่คาร์ลชอบในตัวผม คาร์ลเบื่อหน่ายกับคนรอบตัวของเขาเต็มที ผมเหมือนเป็นคนเอาแสงสว่างที่นำความสดใสมาสู่คาร์ล”

เมื่อปี ค.ศ. 2015 นายแบบหนุ่มเดินทางพร้อมกระเป๋าลวดลายโมโนแกรมสลักตัวอักษร B.L.G สวมนาฬิกาข้อมือทองคำของคาร์ลที่มอบให้เขาตอนอายุ 18 ปี คาร์ลเคยเปรยไว้ว่าจะมอบบ้านที่โมนาโคและจะรับแบปติสต์เป็นบุตรบุญธรรม แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่มีอะไรเป็นอย่างที่เขาได้กล่าวไว้ คาร์ลจากไปโดยไม่ทิ้งพินัยกรรม และกลายเป็นว่า ‘Choupette’ แมวสุดรักได้รับมรดกหลายล้านยูโรที่คาร์ลทิ้งไว้ การมอบมรดกที่ไม่เหมือนใครในครั้งนี้เป็นที่สนอกสนใจอย่างยิ่งในหมู่นักกฎหมาย ส่วนสมบัติพัสถานอื่นๆ ทั้งรถยนต์ เครื่องประดับ คฤหาสน์ เฟอร์นิเจอร์ ภาพจิตรกรรมก็ถูกแช่แข็งไว้ราวกับเป็นสมบัติในปราสาทแห่งโลกนิยาย

แบปติสต์ยังรำลึกถึงวันที่คาร์ลมีชีวิตอยู่ เวลาถึงคราวต้องตกแต่งบ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านในปารีส แซงต์-โทรเปซ์ หรือโมนาโค คาร์ลจะเลือกเฟอร์นิเจอร์จากรูปในไอแพด “อย่างกับแคตตาล็อกของ Ikea เวอร์ชั่นมหาเศรษฐี” คนใกล้ชิดของคาร์ลต่างก็คิดในใจว่าตัวเองจะได้ส่วนแบ่งอะไรบ้าง แต่ก็ได้แค่คิด เพราะในความเป็นจริงแล้วคาร์ลไม่มีญาติ เขาจากโลกนี้ไปเหมือนกับที่เคยเปรยไว้ว่า “เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง เขาอยากจากไปแบบสัตว์ป่าที่ตายอย่างโดดเดี่ยวในพงไพร โดยไม่ต้องเดือดร้อนใคร และเมื่อไม่มีเขาแล้วมันก็คือเรื่องราวที่จบบริบูรณ์”

คาร์ลผู้เป็นทั้งเพื่อนและแฟนตัวยงของ Andy Warhol ใช้ชีวิตเหมือนศิลปินผู้ด้นการแสดงสดเสมอมา แต่การตายมันน่าเกลียดเกินกว่าที่จะเป็นหนึ่งในการแสดงของเขา คาร์ลใช้ช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตอย่างโดดเดี่ยวที่ห้องพักสุดหรูย่านพิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ เขาไม่อนุญาตให้เพื่อนฝูงเข้าเยี่ยม แบปติสต์เองก็ไม่ได้เข้าเยี่ยมเพราะถูกเซบาสเตียงปฏิเสธ เซบาสเตียงผู้เป็นมากกว่ามือขวาของคาร์ล เขาเป็นทุกสิ่งทั้งผู้ช่วย คนขับรถ บอดี้การ์ด และเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนคาร์ลในวาระสุดท้ายของชีวิต ข่าวการเสียชีวิตของคาร์ลในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 เป็นเหมือนระเบิดลูกใหญ่ของวงการแฟชั่น เขาอยากจากไปอย่างสงบและเงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กลับถูกวิ่งตามโดยเหล่าพวกพ้องเพื่อนฝูงคนสนิทในโลกมายา ตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์สุดท้ายของผู้วายชนม์ Chanel ได้จัดงานลำลึกอย่างใหญ่โต ร่างไร้วิญญาณของคาร์ลถูกบรรจุอยู่ในหีบศพแบบเปิดให้ผู้ร่วมงานสามารถบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย แต่แบปติสต์เองไม่ได้รับโอกาสนี้ ไม่ได้แม้แต่การรับเชิญไปร่วมงาน “ไม่มีใครบอกผมเลย…สงสัยเขาคงลืมมั้ง”

ในหนังสือแบปติสต์ยังบอกเล่าถึงความขุ่นข้องหมองใจที่มีต่อ ‘รังแตน’ ซึ่งเปรียบได้กับเหล่าเพื่อนฝูงคนสนิทของคาร์ล คนพวกนี้มักจะผลักไสและวิจารณ์เขาอย่างหนัก ทั้งว่าเป็นแมงดา ของเล่น หรือแม้แต่เด็กแว้นจากมาร์เซย…แต่คำซุบซิบนินทาพวกนี้ไม่ได้ทำให้คาร์ลเดือดร้อน สำหรับแบปติสต์แล้วคาร์ลลดความเนี้ยบลงไปเยอะ ไม่ว่าจะยอมให้ใส่ขาสั้นที่แซงต์ โทรเปซ์ ยอมให้ไปออกรายการ ‘Danse avec les stars’ รายการที่มีการจับคู่แข่งเต้นระหว่างดาราและนักเต้นครูฝึกอาชีพ ไหนจะยอมให้ลองออกซิงเกิ้ลเพลง ‘Je te aime’ ทั้งๆที่ในฐานะแฟนเพลงคลาสสิกอย่างคาร์ลแล้วมันฟังไม่ระรื่นหูสักเท่าไร แต่ไม่ว่าแบปติสต์จะถูกโจมตีมากขนาดไหน คาร์ลเองก็ดูไม่เดือดร้อนกับเสียงนินทาเลย เขาบอกแบปติสต์ว่า “อดทนไว้นะ ตราบใดที่เขายังนินทาเธออยู่ แสดงว่าเขายังสนใจในตัวเธอยังไงล่ะ” แบปติสต์จำบทเรียนครั้งนั้นได้ดี เพียง 1 ปีหลังจากที่คาร์ลลาโลกนี้ไป เขาแซงหน้าคนอื่นด้วยการออกหนังสือก่อนใคร อีกทั้งยังได้ Jean-François Kervéan นักเขียนมือฉมังของปารีสมาเป็นผู้เรียบเรียงให้ แบปติสต์ยังทิ้งท้ายว่า เขาไม่ได้สนใจมรดกอะไรหรอก เขามีรูปภาพที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์พร้อมลายเซ็นอีกกว่า 3,000 ใบอยู่ในมือ เพียงเท่านั้นก็ทำให้เขาสุขใจแล้ว บนกล้ามแขนกำยำชวนมองถูกประดับด้วยรอยสักเทพีอะธีนาออกจากศีรษะของจูปีเตอร์ แบปติสต์ยืนยันว่ายังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในอินสตาแกรมของเขามียอดติดตามถึง 1.5 ล้านคน เขายังเซ็นสัญญากับ Dior และ Viktor & Rolf เขามีรายได้จากลิขสิทธิ์ภาพถ่าย ไม่ได้มีความเดือดร้อนเรื่องเงินทอง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขายังได้เซ็นสัญญาทำงานกับ Lea Elui อินฟลูเอนเซอร์สาวน้อยอายุ 19 ปี เธอมียอดติดตามในอินสตาแกรมเกือบ 11 ล้านคน แบปติสต์ได้พบกับมิวส์ของเขาแล้ว และคารล์คงรับบท Faust บนสรวงสวรรค์อย่างไร้กังวลเสียที

Baptiste Giabiconi

Photo: THOMAS LAISNÉ

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH