FASHION

Simon Porte Jacquemus หนุ่มน้อยจากท้องไร่ สู่อาณาจักรแฟชั่นอันยิ่งใหญ่

ย้อนรอย Jacquemus กับเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

13 JUL 2020

บทความจาก ELLE Poland โดย Angelika Warlikowska, แปล: Wattakul N., เรียบเรียง: ฆนากร เพชรตระกูล

หากจะพูดถึง ‘It-Bag’ ที่เป็นกระแสร้อนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจนถึงช่วงเวลานี้คงหนีไม่พ้นกระเป๋าใบจิ๋วที่มีสัดส่วนเพียง 12x9 ซม. เท่านั้น แม้ใส่ได้เพียงของกระจุกกระจิกอย่างบัตรเครดิต ลิปสติก หรือกุญแจ ทว่าราคานั้นสูงถึง 486 ดอลลาร์สหรัฐฯเลยทีเดียว เจ้ากระเป๋าที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้มีชื่อว่า ‘Le Chiquito’ ที่ฮอตฮิตขนาดว่าขายหมดในทันทีที่วางจำหน่ายทั้งทางออนไลน์และในสโตร์ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมันเป็นกระเป๋าที่เหล่าแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ในเมืองใหญ่ถือให้เห็นตลอดช่วงแฟชั่นวีกที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าราคาระดับนี้ทำให้คุณเป็นเจ้าของกระเป๋าไซซ์ใหญ่จาก Victoria Beckham หรือ Acne Studios ได้ แต่ทำไมหลายคนจึงอยากเป็นเจ้าของทั้งๆที่แทบจะใส่อะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ? นี่แหละคือความมหัศจรรย์ในการออกแบบของ 'Simon Porte Jacquemus'

‘Le Petit Chiquito’ ของที่ระลึกสำหรับเชิญเข้าชมคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2019 หนึ่งในไอเท็มจุดกระแส Jacquemus Fever

Photo: Getty Images

ดีไซเนอร์หนุ่มหล่อวัย 30 ปีจากเฟรนซ์ริเวียร่าบริเวณทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสคนนี้ เริ่มเส้นทางสายแฟชั่นด้วยการเปิดแบรนด์ ‘Jacquemus’ ในวัยเพียง 20 ปี ผลงานการออกแบบที่เรียบง่ายของเสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ตผสมผสานกลิ่นอายของเสื้อผ้าแบบ Amish อาทิ หมวกสานที่มีปีกขนาดยักษ์ เสื้อเชิ้ตจับเดรปปักลาย แจ็กเกตเอวคอด และเสื้อเบลาส์ลายโพลกาดอต ผลงานที่ลูกค้าเห็นแล้วเข้าใจได้ง่ายเหล่านี้เกิดจากการส่งสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการสร้างเสน่ห์ดึงดูดได้อย่างน่าอัศจรรย์ และถึงแม้ซิมงมิได้มาจากกรุงปารีสอันเป็นเมืองหลวงแสนศิวิไลซ์ หากแต่ความน่าสนใจของไอเดียล้วนมาจากเมืองมาร์กเซยสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของกระแส ‘Jacquemus Fever’

Golden Boy

ในช่วงวัยเยาว์ซิมงมีความฝันอยากเข้าเรียนต่อที่ Supérieure des Arts et Techniques de la Mode (ESMOD) เขาจึงตัดสินใจเดินทางสู่เมืองหลวงด้วยความมุ่งมั่นที่จะศึกษาต่อที่สถาบันด้านแฟชั่นระดับโลกแห่งนี้ และแน่นอนว่าซิมงได้เข้าศึกษาต่อที่ ESMOD ตามที่ต้องการแม้ว่าพ่อแม่ของเขาจำเป็นต้องขายรถเพื่อส่งให้เขาได้ทำตามฝัน ซิมงเคยบอกว่าพร้อมที่จะปิดแบรนด์ได้ทุกเมื่อและกลับไปเป็นเกษตรกรเหมือนเช่นคุณพ่อ แต่แล้วชีวิตการผจญภัยในเมืองหลวงแห่งแฟชั่นก็ดันมาพบกับจุดหักเหเนื่องด้วยการจากไปอย่างกะทันหันของมารดาผู้เป็นที่รัก และเพื่อเป็นเกียรติแก่บุพการีเขาจึงใช้นามสกุลของคุณแม่ในการตั้งชื่อแบรนด์ ซิมงเริ่มต้นการทำงานภายใต้ชื่อของเขาเองในปี ค.ศ. 2009 ก่อนจะมาเริ่มทำงานกับ Comme des Garçons ในปี ค.ศ. 2011 ด้วยการสนับสนุนด้านการเงินจาก Rei Kawakubo และ Adrian Joffe หากแต่ผลงานของเขาในช่วงเวลานั้นต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง เพราะแรกเริ่มซิมงนำความสำเร็จของดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของวงการอย่าง Martin Margiela และ Rei Kawakubo มาเป็นแรงบันดาลใจ ทั้งการรื้อโครงสร้าง งานตัดต่อ หรือแม้แต่การปิดหน้านางแบบคือเทคนิคเด่นที่เขานำมาใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวได้เรียนรู้นั่นก็คือ หากเขาเดินตามรอยเท้าผู้อื่นแล้วผลงานของเขาจะขายไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ติดป้าย Maison Margiela หรือ Commes des Garçons

อย่างไรก็ตามพรสวรรค์ของเขาไม่ได้ถูกพูดถึงสักเท่าไร จนกระทั่งปี ค.ศ. 2015 แบรนด์ Jacquemus ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับนักออกแบบรุ่นใหม่จากเวที LVMH Prize และทำให้เขาได้รับเงินรางวัล 150,000 ยูโร หรือราว 6 ล้านบาทสำหรับนำไปพัฒนาแบรนด์ และยังได้รับการดูแลจากผู้ทรงคุณวุฒิในเครือ LVMH จากนั้นมาหน้าประวัติศาสตร์ของซิมงก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่เขาจะได้สร้างรอยเท้าใหม่บนถนนสายแฟชั่นแห่งนี้ พร้อมกับนำความงดงามจากดินแดนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสมาสู่เมืองหลวงด้วยสุนทรียภาพที่ดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป คอลเล็กชั่นฟอล/วินเทอร์ 2017 เป็นผลงานที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาแสดงถึงความวาไรตี้ของสูท (เจ้าตัวยังบอกด้วยว่านี่คือการออกแบบที่โปรดปราน) ที่มาพร้อมโครงไหล่ที่มีขนาดใหญ่เกินจริง กางเกงขากว้าง หมวกใบเก๋ ทั้งหมดให้กลิ่นอายแบบยุค ’60s รวมทั้งสถานที่ที่เลือกสำหรับแสดงผลงานก็เป็นฮอลล์เดียวกับที่ John Galliano เคยใช้จัดโชว์สำหรับ Dior การพัฒนามีอย่างต่อเนื่องนำไปสู่ผลลัพธ์ที่กลายเป็นคอลเล็กชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงสู่แบรนด์ Jacquemus ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

La Bomba

ผลงานในคอลเล็กชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ที่ใช้ชื่อว่า ‘La Bomba’ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ ณ กรุงปารีส สถานที่ในภาพโปสการ์ดจากช่วงวันหยุดอันแสนงดงามภายใต้แสงของดวงอาทิตย์แห่งแคว้นโพรวองซ์ ทำให้เราได้หวนรำลึกถึงภาพบรรยากาศในหนังฝรั่งเศสเรื่องเก่าๆที่สะท้อนทั้งความเป็นอิสระ ความหวาบหวิว และซิลูเอตสุดเย้ายวนของชุดที่ดูเหมือนใส่อย่างไม่ตั้งใจ เสื้อเชิ้ตจับจีบช่วงเอวมาพร้อมการเผยช่วงลำคอ เสื้อเบลาส์ผ้าวูลซีทรูที่เผยหน้าอกคู่กับกระโปรงทรงสอบ ทั้งหมดมาในโทนสีที่มีความละมุนอย่างสีขาว ดำ เบจ และเหลือง ในขณะเดียวกันนางแบบก็หิ้วกระเป๋าใบจิ๋วมาพร้อมกับหมวกสานปีกกว้างที่ทำให้ผู้ชมสูดลมหายใจเข้าปอดไม่เป็นจังหวะ ... ใช่แล้ว! มันคือไอเท็มที่อีกไม่กี่เดือนถัดมาต่างพากันยึดหน้าฟีดของอินสตาแกรม และจำหน่ายหมดไปถึง 4 ครั้งบนเว็บไซต์ Jacquemus.com ... มันคือคอลเล็กชั่นที่โดดเด่นที่สุดใช่ไหมล่ะ? แน่นอนคนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันอย่างไม่น่าสงสัยว่าซิมงได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยและทำให้เราปรบมือให้เขาได้อย่างต่อเนื่อง คงเป็นเพราะความงามที่เขาได้เนรมิตขึ้น หรือไม่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เขาทำให้เรานึกถึงภาพของความเป็นฝรั่งเศสได้ในทันที

“ผมบอกเล่าเรื่องราวของสาวฝรั่งเศส ไม่ใช่เพียงแค่สาวปารีเซียง” - Simon Porte Jacquemus

นอกจากการเป็นดีไซเนอร์แล้วซิมงยังเป็นนักเขียนที่ยอดเยี่ยม “ผมบอกเล่าเรื่องราวของสาวฝรั่งเศส ไม่ใช่เพียงแค่สาวปารีเซียง” เขาเป็นคนที่ไม่ชอบปารีสสักเท่าไร เขาไม่ได้สนใจในความหรูหราของเมืองนี้ หรือต้องการที่จะถูกมองว่าเป็นชาวปารีสผู้สร้างแฟชั่นที่ยิ่งใหญ่อีกคน ในแท็บ ‘About Me’ บนหน้าเว็บไซต์เราจะพบกับภาพของเขาที่ไม่ได้อยู่ในสตูดิโอที่เต็มไปด้วยภาพสเกตช์ แต่เราจะพบกับซิมงที่กำลังนั่งอยู่บนจักรยานในทุ่งหญ้าช่วงอาทิตย์อัสดง “ผมโตมากับการวิ่งเล่นในทุ่งด้วยเท้าเปล่า จึงรู้สึกเป็นอิสระที่จะเล่นกับเสื้อผ้า” เขากล่าวเชิงอุปมาอุปไมย ในการออกแบบผลงานแต่ละคอลเล็กชั่นนั้นสิ่งที่เขาจะคิดถึงเสมอคือ ‘Valérie Jacquemus’ แม่ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาเสมอมา “ผมค้นเจอรูปเก่าๆ แม่กำลังยืนยิ้มอยู่ที่ท่าเรือ มีผ้าคลุมศีรษะ ตุ้มหูเซรามิก และพาเลโอสองผืนผูกอยู่ที่เอว” ซิมงเล่าถึงแรงบันดาลใจในคอลเล็กชั่น ‘La Bomba’

Jacquemus Spring/Summer 2018

Photo: ImaxTree

#Jacquemus

ความฝันในการเป็น ‘สาวจากริเวียร่า’ ถูกนำเสนอตลอดช่วงฤดูร้อนปีที่ผ่านมา กระแสดึงดูดความสนใจที่เกิดขึ้นนั้นต้องขอบคุณอินสตาแกรมที่ทำให้ซิมงมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น และทำให้เขาสร้างยอดขายในปีที่ผ่านมาถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 624 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใบจิ๋วหรือกระเป๋าสานใบใหญ่จากรันเวย์สปริง/ซัมเมอร์ 2019 ‘La Riviera’ ที่ได้กลายมาเป็นคอลเล็กชั่นขายดีที่สุด เพราะซิมงเข้าใจถึงเหล่ามิลเลนเนียลที่ต้องการซื้อไอเท็มของเขามาถ่ายรูปลงอินสตาแกรม นอกจากนี้ซิมงยังมีกลยุทธ์ที่ต้องการให้ภาพของแบรนด์นั้นดูสนุกสนาน โดยทำงานร่วมกับเอเจนซี่ดิจิทัลของ Marco Maestri แฟนหนุ่ม และเพื่อให้ผู้ติดตามมีส่วนร่วมกับแบรนด์ในบางโอกาสจึงมีการแจกเสื้อฟรี นอกจากนี้เขายังสร้างเสียงฮือฮาด้วยกระเป๋าไซซ์นาโน ‘Le Petit Chiquito’ ที่มีขนาดเพียง 8.5x5 ซม. ให้ชาวโซเชียลเห็นว่ากระเป๋าของเขาสามารถสะพายได้บนนิ้วมือ

แต่ผลงานชิ้นเอกจริงๆคือเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา กับการจัดโชว์ ณ ทุ่งลาเวนเดอร์ใน Valensole ที่โพรวองซ์ มีดอกไม้ทอดเป็นทางยาวสุดสายตา ความสมบูรณ์แบบของโทนสีฟูเชียสร้างความประทับใจยามแรกเห็น และแขกทุกคนยังได้นั่งชมจากฟรอนต์โรว์ Aleksandra Grzymska หนึ่งในแขกของโชว์บอกกับเราว่า “เราไม่รู้ว่าจัดที่ไหน จนกระทั่งในวินาทีสุดท้าย เราเดินทางออกจากโรงแรมด้วยรถยนต์ซึ่งเปิดเพลงจากเพลย์ลิสต์โปรดของซิมง และเมื่อมาถึงสถานที่เราถูกขอให้ถอดรองเท้าและเดินบนพรม มันอาจจะดูตลกที่ผู้หญิงจะถอดรองเท้าส้นสูงแล้วเดินเท้าเปล่าในทุ่ง แต่มันก็เป็นสาระสำคัญที่แบรนด์ต้องการจะสื่อถึงความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง” เธอกล่าวหลังจากจบโชว์พร้อมกับวิ่งไปมาบนรันเวย์ด้วยรอยยิ้ม

มีบางสิ่งแสนพิเศษซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มที่ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งรอยยิ้มของเด็กๆ ซิมงทำให้เราเชื่อได้ในทันทีเมื่อเขาบอกว่าแท้จริงแล้วสีของเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นนี้มาจากเค้กที่คุณยายอบให้ ซึ่งนั่นเป็นเสน่ห์ในการบอกเล่าเรื่องราวของเขา Jacquemus คือแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในระดับแถวหน้าของวงการ และเจ้าตัวยังเคยกล่าวไว้ว่าเขาควรเปิดบูติกเป็นของตัวเอง แต่ ... เพื่ออะไร? เขาควรขึ้นราคาสินค้าของตัวเอง แต่ ... เพื่ออะไร? ซิมงคือนักออกแบบที่นำพาแบรนด์ไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เห็นได้ชัดว่าเขาคือคนที่ควรไปทำงานแทน Phoebe Philo ที่ Céline แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะทำงานที่แฟชั่นเฮ้าส์แห่งอื่นได้ดีหรือไม่ ในเมื่อเขาเป็นคนที่ไม่ชอบเต้นไปตามจังหวะของคนอื่น ซิมงชอบที่จะเดินทางจากบ้านเกิดใน Mallemort ด้วยรถไฟ TGV สู่ปารีส เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ด้านแฟชั่น เมื่อเขาบอกว่ามันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เขาจะเดินทางกลับบ้านนอกและไปเป็นเกษตกร

View this post on Instagram

HOME NOW

A post shared by JACQUEMUS (@jacquemus) on

TAGS:

Jacquemus
SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH