SIGNATURE

เปิดใจ แอลลี่ อชิรญา กับมุมมองที่มากกว่าสาวน้อยวัย 15 ปี

วันนี้เธอพิสูจน์แล้วว่าความกล้าเท่านั้นที่ทำให้ฝันเป็นจริง

02 APR 2020

ไม่ว่าคำอธิษฐานข้ามคืนของคุณในวัย 15 ปีคืออะไร แต่สำหรับเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างหน้าคนนี้เชื่อในสัญชาตญาณและพลังของตัวเองเท่านั้น เรารู้จัก แอลลี่-อชิรญา นิติพน ครั้งแรกในฐานะยูทูบเบอร์ เด็กหญิงตัวเล็กที่กล้าแสดงออก เต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใส เธอรักเสียงเพลง ชื่นชอบอูคูเลเล อยากเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ สนุกและตั้งใจกับทุกกิจกรรมอย่างเต็มที่ เป็นตัวของตัวเองอย่างบริสุทธิ์ใจ ไร้การปรุงแต่ง จนกระทั่งวันที่เธอทำความรู้จักกับคอมเมนต์บนโลกออนไลน์ ทำให้เด็กหญิงวัย 11 ปีในวันนั้นกลับมาตั้งคำถามทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

“แอลลี่เป็นคนที่ถ้าทำอะไรแล้วมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นนิดเดียว แอลลี่จะคิดว่าเขาน่าจะไม่ชอบเราไปแล้ว” นักร้องสาวที่เพิ่งมีซิงเกิ้ลแรกในชีวิตเล่าให้เราฟังถึงความกังวลใจที่เธอต้องรับมือตั้งแต่เด็กๆ “คุณแม่บอกเสมอว่าอย่ากังวลไปเลย แต่มันยากมากค่ะ สมมติเวลาที่จะพูดอะไรแอลลี่จะคิดอย่างน้อย 5 รอบก่อนจะแสดงความคิดเห็นออกมา หมายถึงบางทีแอลลี่เป็นคนพูดช้า เพราะอยากคิดก่อนว่าสิ่งที่เราพูดถูกผิดไหม”

นับได้ว่านี่คือมุมที่แตกต่างจากภาพของนักร้องสาวในมิวสิกวิดีโอเพลงแรก How To Love ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ หลายคนคิดว่าความโชคดีของเธอมาจากการเติบโตในครอบครัวศิลปิน แอลลี่เล่าว่ากว่าเธอจะฝ่าฟันและคว้าโอกาสนี้มาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายแบบที่คนอื่นพูด ส่วนหนึ่งมาจากการมีวินัยขั้นสุดและการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตลอด 1 ปีครึ่งที่ผ่านมาในประเทศที่เธอไม่คุ้นเคยทั้งภาษาและการใช้ชีวิต 

“นี่เป็นครั้งแรกที่แอลลี่ต้องไปใช้ชีวิตคนเดียวที่เกาหลีใต้เพื่อฝึกฝนการเป็นศิลปิน จริงๆไม่ได้ฝึกแค่การเป็นนักร้องอย่างเดียวนะคะ มีคลาสเรียนการแสดง การเต้น เป็นการฝึกหลากหลายสกิล ฝึกความอดทน ฝึกการดูแลตัวเอง 3 เดือนแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากมาก เพราะแอลลี่ยังไม่เข้าใจภาษาเกาหลี ทีมงานบางคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก่อนไปแอลลี่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขนาดนี้ หลังจากผ่านการฝึกฝนแอลลี่คิดว่าตัวเองโตและมีระเบียบวินัยมากขึ้น”

ความยากง่ายระหว่างทางของการเป็นศิลปินอยู่ที่บททดสอบที่เข้ามาตลอด จากเด็กสาวที่ไม่เคยเรียนร้องเพลง การเต้นของเธอคือเต้นตามจังหวะที่ชอบ ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ ตารางฝึกซ้อมอันเข้มข้นตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มของทุกวัน นี่คือความฝันที่เธอต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าเธอไม่ใช่แอลลี่คนเดิมที่คนเคยพูดถึงอีกต่อไป

“ตอนเด็กๆพอคนถามว่าเราโตขึ้นอยากเป็นอะไร แอลลี่ก็จะตอบว่า anything else ที่ไม่ใช่งานด้านนี้ค่ะ ตอนนั้นไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เหมือนกับว่าเราอายที่จะพูดถึงความฝัน ความต้องการของตัวเองออกมา อาจเพราะกลัวคนไม่สนับสนุนหรือเปล่า พอมีโอกาสตรงนี้เข้ามา แอลลี่ไม่ได้คิดอะไรเยอะเลยค่ะ เพราะอยากทำงานด้านนี้มาตลอด อยากพัฒนาตัวเอง แล้วคิดว่าแอลลี่จะไม่เหมือนตอนเด็กๆอีกต่อไป พอโตขึ้นเรามาอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน ไม่อยากให้คนมามองเห็นเราแบบนั้น เพราะตอนที่แอลลี่เป็นเด็ก เราเป็นตัวของตัวเองโดยที่ไม่ได้มีกรอบมาบอกด้วยว่าต้องเป็นแบบไหน อยากพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าแอลลี่ตั้งใจทำงานนี้มาก”

เราคุยกันต่อถึงแนวเพลงที่แอลลี่ชื่นชอบอย่างอาร์แอนด์บี ส่วนร่วมในการทำงานเพลงของเธอ ในส่วนของการดีไซน์วิธีการร้องเพลงที่ทางทีมต้องการให้ร้องแบบ International Thai ที่ไม่ใช่การร้องเพลงที่ใช้สำเนียงไทย 100% อยากให้มีกลิ่นอายของเพลงสากล เพราะค่ายเพลงอยากให้เพลงไทยเป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ ฟังเพลงไทยแล้วร้องตามได้ นอกจากนี้แอลลี่บอกว่าถ้าเป็นไปได้ในอนาคตเธออยากเป็นนักแต่งเพลงโดยมีเรื่องราวที่อยากส่งต่อถึงคนฟังว่าด้วยความหมายที่ลึกซึ้งของการมีชีวิต การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และการก้าวข้ามปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ไอเดียเหล่านี้มาจากมิตรภาพของเธอและเพื่อนสนิทที่แชร์ประสบการณ์ผ่านการแต่งเพลงด้วยกัน

“เพื่อนสำคัญกับแอลลี่มากๆ เราคุยกันหมดทุกเรื่อง ตัวเองมีเพื่อนสนิทไม่กี่คนเพราะคิดว่าการที่มีเพื่อนเยอะๆแต่ไม่สนิทไม่ได้ดีเท่ากับแบบที่เรามีเพื่อนไม่กี่คนแต่เข้าใจเรามากๆ แอลลี่มีเพื่อนสนิท 3 คนแบบที่รู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะยังเป็นเพื่อนรักกันอยู่ แอลลี่มีเพื่อนคนหนึ่ง เราสนิทด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก วันเกิดแอลลี่ตอนปี 2018 เราแต่งเพลงด้วยกันทั้งคืน ตั้งแต่เมโลดี้แรก เพื่อนแอลลี่ยังบอกอีกว่าถ้าดังเมื่อไรอย่าลืมเอาเพลงที่เราแต่งด้วยกันมาออกซิงเกิ้ลด้วย”

ทุกวันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง “เปลี่ยนไปเยอะในแง่ของความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับอายุ 15 แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่แอลลี่อยากทำมาตลอด ไม่อยากมานั่งคิดว่า ไม่อยากทำแล้ว ตอนนี้เหนื่อยมาก คือไม่อยากคิดอะไรแบบนั้น คิดว่าเป็นการมองไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด” คำถามสุดท้ายที่เราถามแอลลี่ก่อนที่เธอจะเตรียมตัวเพื่อถ่ายแฟชั่นเซตคือ ชอบอะไรในความเป็นตัวเองมากที่สุด

“That’s a hard question (ยิ้ม) แอลลี่ชอบความอดทนของตัวเอง มีหลายอุปสรรคที่ทำให้แอลลี่เป๋ไปหลายรอบมากๆ ชอบความที่เราสามารถเรียกตัวเองให้กลับมาโฟกัสในเป้าหมายที่คิดไว้ได้ แอลลี่พยายามหา Positive in negative จริงๆเป็นเรื่องยากนะคะ ตัวแอลลี่เองก็ยังทำไม่ค่อยได้ บางครั้งในสถานการณ์ที่แย่มากๆก็จะพยายามคิดว่าอย่างน้อยในชีวิตของเรามีอะไรดีๆเกิดขึ้นเสมอ”

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH