FASHION

3 ดีไซเนอร์ไทยแถวหน้ากับประเด็นวงการแฟชั่นไทย บริหารอย่างไรให้รอดจากภัยวิกฤตโควิด-19

แง่คิดและแนวทางของแต่ละแบรนด์จะเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกัน

19 APR 2021
Digital Fashion Editor

RACHATA RATANAVIROTKUL

อย่างที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่กลับมาเกิดการระบาดอีกครั้ง หลายๆ คนที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวก็เริ่มมีความกังวลใจไม่น้อย รวมไปถึงอุตสาหกรรมวงการแฟชั่นไทยที่ก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปฟังเคล็ดลับการบริหารธุรกิจของวงการแฟชั่นไทย บริหารอย่างไรให้รอดจากภัยวิกฤตโควิด-19 จาก 3 ดีไซเนอร์แถวหน้าของวงการแฟชั่นไทย นำทีมโดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือที่หลายๆ คนคุ้นชื่อ หมู ASAVA, มี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Landmeé และ เอ๋ย-พิมพ์ดาว สุขะหุต ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sretsis มาดูกันว่า 3 ดีไซเนอร์เขามีวิธีการรับมืออย่างไรให้ธุรกิจรอดปลอดภัยจากวิกฤตโควิด-19 ในรอบนี้อย่างไรบ้าง เผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนที่กำลังทำธุรกิจในด้านแฟชั่นเหมือนกัน

การปรับตัวและรับมือให้เข้ากับยุคและบริบทของสังคม ทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์

(ซ้าย) หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา (ขวา) ASV คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021

เริ่มกันที่ดีไซเนอร์ตัวพ่ออย่าง หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group ซึ่งในช่วงสถานการณ์เช่นนี้เขามีวิธีการรับมือหรือปรับตัวอย่างไร หมู-พลพัฒน์ เล่าว่า การเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะรับมือและบริหารจัดการกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่กระบวนการคิด การออกแบบ การผลิต ตลอดจนไปถึงการให้ความสำคัญกับการตลาดทั้งในส่วนออฟไลน์และออนไลน์ เราได้เข้ามาอยู่ในยุคดิจิทัลที่เข้าถึงทุกคนได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาในทุกๆ วัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเสพของลูกค้านั่นเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เราเชื่อว่าคนส่วนมากก็เลือกที่จะเสพและใช้เงินผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าตลาดออนไลน์เติบโตขึ้นมากในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา แม้กระทั่งแบรนด์เสื้อผ้าระดับลักชัวรี่ก็มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคและแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น

(ซ้าย) ASAVA Spring/Summer 2021 (กลาง) ASV Spring/Summer 2021 (ขวา) MOO 2021

แน่นอนว่าการตลาดออนไลน์นั้นแตกต่างจากออฟไลน์อย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของ Mood & Tone ในการสื่อการ รวมไปถึงวิธีการนำเสนอคอนเทนต์ เราจำเป็นต้องมีการวางแผนเพื่อนำเสนอสิ่งที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด และมากไปกว่านั้น เราต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของคอนเทนต์ที่นำเสนอออกไป เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในช่วงนั้นๆ ด้วย ดังนั้นการใช้กลยุทธ์ในแบบของบริษัท อาซาว่า กรุ๊ป คือการปรับตัวและรับมือให้เข้ากับยุคและบริบทของสังคม ทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์ให้เดินหน้าประสานเข้าด้วยกัน ปัจจุบันเรามีช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์เพื่อรองรับลูกค้าทั้งหมด 6 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่ Website, Facebook, Instagram, Line Official, Line Openchat รวมถึง Online Platform อย่าง Lazada และ Pomelo โดยแบ่งออกเป็นเว็บไซต์หลัก www.asavagroup.com เป็นแพลตฟอร์มที่ประกอบไปด้วยแบรนด์ Asava และ Asv นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์หลักของแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย MOO  ที่ www.moomoothings.com ซึ่งทุกๆ แบรนด์นั้นก็มีช่องทางออนไลน์อยู่ในดิจิทัลทุกแพลตฟอร์ม นั่นก็เพื่อปรับตัวและรองรับทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

(ซ้าย) มี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร (ขวา) Landmeé คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021

เราต้องไม่ประมาท และมีสิ่งใหม่ๆ รอให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอด

มาต่อกันที่ดีไซเนอร์สาวเก่ง มี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Landmeé เธอเล่าว่า เราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ทั้งเรื่องการสื่อสาร ช่องทางการขาย และวิธีการทำงาน อย่างที่ออฟฟิศแลนด์มี่ตอนนี้ เราได้ปรับชั่วโมงการทำงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีการประชุมผ่าน VDO Conference เพื่อความปลอดภัยของพนักงานโดยการให้เขาทำงานที่บ้าน แล้วเราก็ถือโอกาสนี้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นด้วย ในส่วนของวงการแฟชั่นก็มีการปรับตัวกันค่อนข้างเยอะ สิ่งที่มี่ได้เรียนรู้หลักๆ เลยคือเราต้องไม่ประมาท และมีสิ่งใหม่ๆ รอให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอด อย่างวิธีการขายก็ต้องเปลี่ยน ขยายช่องทางจำหน่ายมาเป็นรูปแบบออนไลน์มากขึ้นผ่านทาง Line Official : @landmee ที่แต่เดิมจะเน้นเป็นลูกค้าที่มาช้อปจากหน้าร้าน เปลี่ยนเป็นให้คนสามารถเห็นและตัดสินใจได้จากรูปเลย ทำให้แบรนด์มีโอกาสขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น นอกจากลูกค้าเดิมที่มีอยู่อย่างเหนียวแน่น

Landmeé คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021

นอกจากนั้นยังมีโปรเจกต์ “แลนด์มี่ ดาร์ลิ่ง” ที่เป็นไลน์สินค้าใหม่ของแลนด์มี่ที่เกิดขึ้นในช่วงในช่วงโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา เป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงควรจะมีติดตู้ไว้ สามารถใส่ได้ทุกวัน ซึ่งหลายๆ ชิ้นที่เราทำออกมาก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าที่เราขายดีอยู่แล้ว นำมาดัดแปลงด้วยวัสดุและราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ส่งผลทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

(ซ้าย) เอ๋ย-พิมพ์ดาว สุขะหุต (ขวา) Sretsis คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021

ปรับปรุงการบริการ และช่องทางการขายออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและสามารถซื้อสินค้าได้ทันที

ปิดท้ายกันที่ เอ๋ย-พิมพ์ดาว สุขะหุต ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sretsis เล่าถึงแนวทางการรับมือและการปรับตัวในครั้งนี้ว่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เราต้องปรับตัว และจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ มีการปรับปรุงการบริการ และช่องทางการขายออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและสามารถซื้อสินค้าได้ทันที อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการซื้อสินค้ามากขึ้น ด้วยการนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบใหม่ผ่าน Sretsis White Glove Service ที่สามารถให้ลูกค้าได้เลือกชมสินค้าด้วยบริการระดับ 5 ดาวได้อย่างปลอดภัยที่บ้านตนเอง

Sretsis คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021

เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องออกแบบเสื้อผ้าและสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีเรื่องเล่าดึงดูดลูกค้า เราพยายามปรับตัวในด้านการทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพแม้ต้อง Work From Home ซึ่งบริการดังกล่าวมีทั้งคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และ Luxury Loungewear ที่เหมาะกับสถานการณ์การอยู่บ้าน พร้อมทั้งสามารถสั่ง Custom Personalization พิเศษได้อีกด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีโปรเจ็กต์ Sretsis for Haus of Abbi เพื่อขยายช่องทางการขายและจับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ของตลาดแฟชั่นให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ข้อมูล: Montree PR

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH