FASHION

รวบตึง 9 โชว์ที่ดีที่สุดส่งตรงจาก London Fashion Week Spring/Summer 2020

จะมีโชว์ไหนสร้างความแปลกใจให้เราบ้าง ต้องมาดู

18 SEP 2019
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

เดือนแห่งแฟชั่นฤดูกาล Spring/Summer 2020 ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง เราย้ายมากันที่ London Fashion Week กันต่อเลยดีกว่า ซึ่งเมื่อเห็นตารางโชว์แล้วก็ต้องบอกว่าหลายๆ แบรนด์เป็นแบรนด์ที่ทุกคนรอชมกันอยู่ใช่ไหมคะ แน่นอนว่าเราได้คัดเลือก 9 โชว์ที่โดดเด่นที่สุดและเป็นโชว์ทุกคนรอคอยกันไว้แล้วที่นี่ ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้นจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เรากันบ้าง ต้องตามมาดูกัน

JW Anderson

Photo: IMaxTree

ในคอลเล็กชั่นนี้เป็นการเล่าเรื่องราวต่อเนื่องจากซีซั่นที่ผ่านมา โดยเล่าถึงความแฟนตาซีแต่นำมาตีความให้ดูเป็นชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นนี้จะดูเรียบง่ายเน้นไปที่การสวมใส่สบาย แต่ไม่ทิ้งความโดดเด่นของดีเทลที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Jonathan Anderson ที่นำเสนอมาโดยตลอด เช่นการใช้กลิตเตอร์รูปวงกลมตกแต่งลงบนสูทตัวโคร่งสีเอิร์ทโทนสบายตา เดรสทอสีพาสเทลที่เพิ่มเลเยอร์ของชิ้นงานด้วยการแทรกกลิตเตอร์ลงไป เสมือนเป็นการเล่าเรื่องราวแฟนตาซีในชีวิตจริงให้ผู้ชมได้สัมผัสผ่านคอลเล็กชั่นนั่นเอง

Victoria Beckham

Photo: IMaxTree

Victoria Beckham Spring/Summer 2020 นี้ยังคงเรียบง่ายสง่างามตามแบบฉบับของแบรนด์ แต่สิ่งที่น่าดึงดูดใจในคอลเล็กชั่นนี้คงจะเป็นการเล่าเรื่องและตีความออกมาได้อย่างครอบคลุม อย่างเช่นการตกแต่งเดรสผ้าทิ้งตัวด้วยพลีต หรือชิ้นเบสิกอย่างเสื้อคอวีผ่าลึกที่เพิ่มมิติด้วยงานระบาย และความคลาสสิกของแบรนด์ที่เราคุ้นตาอย่างความยาวแขนเสื้อที่มีความยาวปิดข้อมือ โดยคีย์หลักในคอลเล็กชั่นนี้เน้นไปที่การสวมใส่สบาย ทั้งเนื้อผ้าที่คุณแม่วิคคอนเฟิร์มว่า หากได้ลองสวมใส่แล้ว จะต้องอยากมีทุกตัวในคอลเล็กชั่นนี้แน่นอน และอีกไฮไลต์หนึ่งคือเรื่องสีสันที่นำมาใช้นั่นเองจะเห็นได้ว่ามีการเลือกโทนสีมาเพิ่มความน่าสนใจให้ดูไม่ทางการมากเกินไป อย่างเช่นสีมิ้นท์ สีม่วงสด สีเขียวสด สีเหลือง และสีน้ำตาลโทนอบอุ่น ซึ่งแต่ละลุคมีความคลาสสิก เรียบง่ายตามแบบฉบับลายเซ็นของ Victoria Beckham ได้อย่างชัดเจน

Ports 1961

Photo: IMaxTree

แบรนด์ฝั่งแคนาดาอย่าง Ports 1961 เปิดตัวคอลเล็กชั่นล่าสุด Spring/Summer 2020 ด้วยธีมที่ดูสนุกสนานมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการใช้ลายพิมพ์เข้ามาลดความจริงจังของคอลเล็กชั่น มีการนำดีเทลเทเลอร์ลิ่งแบบคลาสสิกมาสร้างความแตกต่างด้วยการผสมผสานรูปทรงที่แปลกใหม่แทรกเข้าไป ทั้งเดรสผ้าไหมลายพิมพ์ที่เลือกเล่นเลเยอร์ด้วยการตกแต่งพลีตและแพทเทิร์นที่ดูคอนทราสกันแต่ไม่เคอะเขิน ซึ่งในคอลเล็กชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ดูจะนอกกรอบของทั้ง 2 ดีไซเนอร์ ที่น่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์น่าจดจำและอาจจะเข้าใกล้กับผู้คนได้มากขึ้นกว่าเก่าก็เป็นได้

Erdem

Photo: IMaxTree

Erdem ถูกก่อตั้งขึ้น ณ กรุงลอนดอนเมื่อปี 2005 พร้อมกับกลายเป็นแบรนด์แห่งเป็นสัญลักษณ์ของพลังหญิง และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Erdem Moralioglu’s ก็เป็นที่รู้จักกันในเรื่องการใช้ลายพิมพ์และผ้าทอที่มีความประณีตสูง โดยในคอลเล็กชั่นนี้ยังเต็มไปด้วยดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างชัดเจน ทั้งเดรสผ้าฝ้ายที่มีการตัดเย็บละเอียดสูงและดีเทลงานปักที่โดดเด่น รวมถึงมีการใช้ผ้าพิมพ์ลายเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับคอลเล็กชั่นนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในโชว์นี้แบรนด์ตั้งใจจะเล่าเรื่องราวสะท้อนยุคศตวรรษที่ 19 ของอเมริกา ที่ผู้หญิงมักจะทำผมแสกกลางรวบตึง สวมใส่กระโปรงชั้น ถุงมือยาวถึงข้อศอก หรือแม้แต่เดรสคอปีนไหล่พอง ซึ่งต้องบอกว่าคอลเล็กชั่นนี้ของ Erdem นั้นให้ความรู้สึกถึงจินตนาการท่ามกลางป่าใหญ่ที่มีองค์ประกอบน่าติดตามจนไม่สามารถละสายตาจากโชว์ได้เลยจริงๆ

Halpern

Photo: IMaxTree

Michael Halpern ม้ามืดในซีซั่นนี้ นำประกายระยิบระยับมาสู่ London Fashion Week เพราะมีการการเนรมิตรันเวย์ด้วยแชนเดอเลียยักษ์มาห้อยไว้ตระการตา และแน่นอนว่า Halpern ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างสีเมทัลลิก การประดับเลื่อมระยิบระยับหรืองานดีไซน์ที่เอ่ะอ่ะเหมาะสำหรับลุคปาร์ตี้หรือพรมแดง แต่ครั้งนี้เราได้เห็นการนำเอาภาพวาดลายคลื่นอันโด่งดังของศิลปินชาวญี่ปุ่น Katsushika Hokusai มาเป็นลายพิมพ์ของคอลเล็กชั่นนี้ นอกจากนี้ดีไซน์บางลุคยังถูกลดทอนให้เรียบง่ายขึ้นและใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

Simone Rocha

Photo: IMaxTree

คอลเล็กชั่นนี้ของ Simone Rocha ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเพณีวันสำคัญของชาวไอริชที่จะมีการไล่จับนกและนำมาแห่รอบเมือง โดยชาวบ้านจะแต่งตัวด้วยชุดสูทและหน้ากากฟางและไล่เคาะประตูตามบ้านเพื่อแลกกับเงิน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวไอริสที่ต้องต่อสู้และดิ้นรนผิดกับการตกแต่งหรูหราในโถงบ้านหลังประตูบานนั้นที่พวกเขาไปเคาะ และนี่คือเรื่องราวที่ดีไซเนอร์ได้นำมาเล่าผ่านคอลเล็กชั่นด้วยการตีความผ่านการตัดเย็บเทเลอริ่ง และดีเทลของชุดที่มีลักษณะคล้ายเส้นฟาง เดรสลูกไม้ที่มีกลิ่นอายของความวิกตอเรียน รวมถึงบรรยากาศในโชว์เต็มไปด้วยกลิ่นอายและบทกวีย้อนยุค ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่สะกดจิตผู้ชมได้เป็นอย่างดี

Richard Quinn

Photo: IMaxTree

อีกหนึ่งดีไซเนอร์แฟนแรงที่น่าจับตามองจากลอนดอนอย่าง Ricard Quinn ในคอลเล็กชั่นนี้อาจจะต้องใส่แว่นบังสายตากันสักหน่อย เพราะงานปักเลื่อม คริสตัล และขนนกนั้นอลังการงานสร้างสมชื่อดีไซน์เนอร์สุดๆ ด้วยแรงบันดาลใจสุดแสนแฟนตาซีจึงมีการจับวางดีเทลต่างๆ ได้น่าสนใจ รวมถึงลวดลายผ้าพิมพ์สีสันสดใส ที่ดึงดูดสายตาผู้ชมจากโชว์ได้อยู่หมัด และเลือกผ้า Latex มาเบรคความหวานจากชุดได้ลงตัวและน่าสนใจ จึงถือว่าเป็นอีกโชว์ที่เราจะข้ามไปไม่ได้เช่นกัน

Roland Mouret

Photo: IMaxTree

ดีไซน์เนอร์ Roland Mouret เล่าถึงการเลือกออกแบบคอลเล็กชั่นนี้ด้วยคอนเซ็ปต์ความยั่งยืนของแฟชั่น ไม่ขึ้นอยู่กับแทรนด์แฟชั่นสักเท่าไรนัก เพราะเขาเองอยากจะเห็นผู้คนยังใส่ Roland Mouret อยู่ทุกๆ ซีซั่น ไม่ใช่แค่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น เราจึงจะเห็นคอลเล็กชั่นนี้มีความคลาสสิกแต่แปลกใหม่ แพทเทิร์นที่แปลกตาแต่ยังคงสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน อย่างเสื้อทรงโมร็อกโกตัวโคร่ง หรือแม้แต่แจ็กเก็ตผ้าทอที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง และสิ่งที่ดีไซน์เนอร์ภูมิใจและบอกกับเรา คือการเลือกใช้ไม้แขวนเสื้อเป็นพลาสติกรีไซเคิล ที่ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เขาเองภูมิใจกับมัน

Burberry

Photo: IMaxTree

และแล้วก็เดินทางมาถึงไฮไลต์ของ London Fashion Week กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Burberry ผลงานคอลเล็กชั่นที่ 4 ของ Riccardo Tisci ที่ใช้ชื่อว่า Evolution บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่อดีต ปัจจุบันตลอดจนอนาคตของอาณาจักร Burberry เริ่มตั้งแต่ยุควิกตอเรียนโดยเราได้เห็นเดรสลูกไม้สไตล์วิคตอเรียนที่ดูเข้ากับสไตล์สตรีตได้แบบไม่เคอะเขิน รวมถึงเทคนิค fringe ที่ผสมผสานกับงานเทเลอร์อย่างกลมกล่อมในสไตล์ถนัดของ Riccardo และที่โดดเด่นและเห็นชัดอย่างมากในซีซั่นนี้คือการผสมผสานสตรีตแวร์ซึ่งเป็นทางของตัวดีไซเนอร์เลย เมื่อหนุ่มสาว Burberry รับวัฒนธรรมสตรีตร่วมสมัยมาอยู่กับความคลาสสิกก็ดูแปลกใหม่และรับรองว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นเรายังได้เห็นเหล่าซูเปอร์โมเดลคนโปรดของ Riccardo ไม่ว่าจะเป็น Kendall Jenner กับลุคผมบลอนด์, Gigi Hadid, Bella Hadid รวมถึง Agyness Deyn ที่ห่างหายจากรันเวย์ไปกว่า 7 ปี ยังไม่หมดเท่านั้นยังมีนางแบบชาวไทยคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ของ Burberry อย่างแจน ใบบุญ ร่วมเดินในโชว์นี้อีกด้วย

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH