SIGNATURE

ความหลงใหลในการถ่ายกล้องฟิล์มของ กัปตัน ชลธร สู่การถ่ายแฟชั่นเซ็ตแรกในชีวิตกับแอล

เพราะอะไรเขาถึงเลือกกล้องฟิล์มในการถ่ายครั้งนี้

08 JUL 2020

เพราะ กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง เคยเล่าให้แอลฟังเมื่อปลายปีที่แล้วว่า เขาไม่ชอบถ่ายรูปตัวเอง แต่ชอบบันทึกภาพคนอื่นมากกว่า “ผมอยากเก็บโมเมนต์ตรงนั้น” คือหนึ่งในประโยคที่ต่อยอดออกมาเป็นงานภาพถ่ายสตรีตแฟชั่น ที่เขารับหน้าที่บันทึกภาพเพื่อนนักแสดงร่วมรุ่นทั้ง 6 ชีวิตในครั้งนี้ โดยกัปตันเลือกใช้กล้องฟิล์มในการบันทึกภาพ เพื่อที่เขาจะได้หาวิธีไล่คว้าโมเมนต์ที่ไม่มีทางพบได้ในกล้องดิจิทัล

กัปตัน ชลธร ในโททัลลุคจาก Gucci

“เมื่อก่อนผมก็ใช้กล้องดิจิทัลถ่ายรูปเหมือนอีกหลายๆคน บางครั้งเวลาผมไปเที่ยวก็ขอยืมกล้องของคุณพ่อมาถ่ายรูปเล่นบ้าง เพราะคุณพ่อชอบถ่ายรูป แต่พอกลับมาก็คืนพ่อ เพราะผมยังไม่ได้สนใจการถ่ายรูปขนาดนั้น 

“จนเมื่อ 1-2 ปีที่แล้วผมเริ่มเจอเพื่อนถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มมากขึ้น รู้สึกว่าน่าสนใจดี ผมเลยไปซื้อกล้องฟิล์มออโต้โฟกัสแบบง่ายๆที่ไม่ต้องปรับอะไรเลยมาลองใช้ดู พอถ่ายออกมาก็สวยดี ได้ภาพออกมาคนละฟีลกับกล้องดิจิทัล หลังจากนั้นผมก็เริ่มศึกษาไปเรื่อยๆ และทยอยซื้อกล้องฟิล์มเพิ่ม” ชลธรเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการหลงใหลศาสตร์การถ่ายภาพด้วยฟิล์มเนกาทีฟ

“ผมเริ่มเข้าไปจอยกรุ๊ปสตรีตโฟโต้ไทยแลนด์ ซึ่งเขาจัดคอร์สสอนการถ่ายภาพแนวสตรีตขึ้นมาเลยลองไปศึกษาดู ทำให้ได้รับความรู้และมีมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น บวกกับช่วงหลังๆมานี้ผมซื้อหนังสือภาพถ่ายมาศึกษาเทคนิคเยอะมาก น่าจะมากกว่า 20 เล่ม ถือว่าหมดเงินไปเยอะเหมือนกันกับการซื้อหนังสือมาเพื่อแค่นั่งดูรูปถ่าย แต่อย่างน้อยผมก็ได้ซึมซับบางสิ่งบางอย่างเข้ามาในหัว และเริ่มคิดแล้วว่าอยากให้ภาพที่ตัวเองถ่ายออกมาเป็นแบบไหน”

"Think More Shoot Less" คือนิยามของการใช้กล้องฟิล์มที่เขากำลังหมกมุ่นอยู่ ณ ขณะนี้

“การถ่ายภาพสตรีตโฟโต้ไม่เหมือนกับการถ่ายรูปทั่วไปคือ ต้องคิดให้มากกว่าการลงมือกดชัตเตอร์” เขาเว้นจังหวะคิดก่อนตอบคำถาม “เมื่อมาบวกกับความที่ผมเป็นคนชอบแฟชั่นด้วย จึงเริ่มศึกษางานของช่างภาพแฟชั่นอย่าง Tim Walker และอีกหลายๆคนที่ถ่ายภาพทั้งแนวสตรีตและแฟชั่น ทำให้มุมมองของผมที่มีต่อการถ่ายภาพแฟชั่นเปลี่ยนไป”

ภาพแฟชั่นที่มีความเป็นธรรมชาติแต่น่ามองยิ่งกว่าแฟชั่นที่ฉูดฉาดคือโจทย์ที่ชลธรอยากนำเสนอผ่านการถ่ายแฟชั่นอย่างเป็นทางการเซตแรกในชีวิต

“ผมอยากลองถ่ายภาพสตรีตแฟชั่นในครั้งนี้ให้มีกลิ่นอายของความเป็นยุคเก่า อารมณ์ประมาณยุค ’60s-’70s มาผสมผสาน โพสเจอร์ที่ผมคิดไว้ในหัวนึกถึง Audrey Hepburn ไม่ต้องสวมเดรสหรือใส่สูทแบบคนยุคก่อน แต่ให้มู้ดโทนที่ออกมาเป็นธรรมชาติ”

ฝีมือการถ่ายภาพของ กัปตัน ชลธร โดยมี 6 ดาราวัยรุ่นชื่อดังเป็นนายแบบและนางแบบในครั้งนี้

และเพราะเขาไม่ได้เป็นคนเลือกนายแบบ นางแบบเอง ดังนั้นจึงยังมีอีกความท้าทายรอเขาอยู่

“ในเมื่อผมไม่ได้มีหน้าที่เลือกแบบสิ่งที่ผมต้องทำก็คือ หาวิธีนำเสนอแบบทุกคนให้ออกมาโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติให้ได้” ไม่แปลกที่เราจะเห็นเขา -- ผู้อยู่ในฐานะคนเบื้องหลังเฉพาะกิจ -- ปลีกตัวออกมาจากทีมงานกลุ่มใหญ่ และแฝงตัวอย่างเงียบงันในบางมุมของสตูดิโอถ่ายภาพ เพื่อลอบสังเกตบุคลิกนายแบบและนางแบบของเขา ด้วยสายตาช่างภาพกึ่งสมัครเล่นที่กระตือรือร้นในการลับฝีมือตัวเอง

(จากซ้ายไปขวา) พีพี พุ​ฒิพงศ์, สกาย วงศ์รวี และ อิน สาริน ถ่ายภาพโดย กัปตัน ชลธร

“ผมพกกล้องติดตัวทุกวัน ช่วงที่เพิ่งเริ่มใช้กล้องฟิล์มม้วนแรกๆก็หมดไปกับการถ่ายภาพเพื่อนๆในไนน์บายนายช่วงที่ซ้อมคอนเสิร์ตด้วยกัน แต่ก็มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ เหมือนกันที่วันนี้ไม่รู้จะถ่ายอะไร แค่พกกล้องติดตัวไว้ก่อน “อย่างเวลาขับรถผมมักจะต้องเจอโมเมนต์ที่อยากถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่สามารถละมือจากพวงมาลัยได้ ซึ่งทันทีที่ผมเห็นซับเจ็กต์ที่น่าสนใจผมก็จะคิดภาพในหัวเอาไว้ว่ารูปจะออกมาเป็นอย่างไรได้บ้าง เราต้องไปยืนอยู่ตรงไหน เขาจะเดินมาแบบไหน” เขายอมรับแบบติดตลกว่าถ้าอยู่เมืองนอกจะถ่ายรูปสตรีตได้เยอะกว่า เพราะสามารถเดินได้ทั้งวัน ต่างกับการต้องเผชิญอากาศร้อนในเมืองไทย ที่ทำให้ไม่อยากขยับตัวไปไหน โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้ที่ทำให้ไม่มีใครได้รับอภิสิทธิ์ในการเดินทางท่องเที่ยวตลอดช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ดังนั้นกล้องฟิล์มของชลธรจึงถูกลั่นชัตเตอร์น้อยครั้งลงอย่างเห็นได้ชัด

“แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไรผมก็จะหยิบกล้องขึ้นมาแคนดิดโมเมนต์เก็บไว้แน่นอน” กัปตันยืนยันถึงแพสชั่นในการเป็นคนหลังเลนส์

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH