FASHION

ชวนสัมผัสความหรูหราของ 7 คอลเล็กชั่นสุดคลาสสิกจาก Cartier ที่ไอคอนิกป๊อปอัพสโตร์

พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษตั้งแต่วันนี้ถึง 24 เมษายนนี้เท่านั้น

09 APR 2021
Digital Fashion Editor

RACHATA RATANAVIROTKUL

แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Cartier เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์แห่งล่าสุดใจเมืองที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนกับ Cartier Iconic Pop-Up เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์เครื่องประดับและเรือนเวลาชั้นนำที่มีประวัติอย่างยาวนานและเป็นการต่อยอดแคมเปญ The Culture of Design แคมเปญระดับโลกของ Cariter ด้วยการนำเอาจิวเวลรี่และนาฬิกาจาก 7 คอลเล็กชั่นสุดคลาสสิกอย่าง บัลลง เบลอ (Ballon Bleu), จุตส์ เอิง คลู (Juste un Clou), แทงก์ (Tank), ทรินิตี้ (Trinity), ปองแตร์ (Panthère), เลิฟ (Love) และซานโตส (Santos) ให้เข้าชมและช็อปกันตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 เมษายนนี้ ณ Hall of Fame ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นอกจากจะได้ยลโฉมความงดงามและความหรูหราของคอลเล็กชั่นไอคอนิกของ Cartier ทั้ง 7 คอลเล็กชั่นที่จัดแสดงแล้ว ภายในร้านยังได้พบกับกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ เพียงแอดไลน์ @CartierTH เพื่อถ่ายรูปใน Photo Booth ที่ออกแบบเพื่องานนี้เป็นพิเศษโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับลูกค้าที่สะดวกสำรองคิวถ่ายรูปล่วงหน้า 

คอลเล็กชั่นอันคลาสสิกทั้ง 7 ที่มีเอกลักษณ์ดีไซน์เฉพาะตัว ประกอบไปด้วย คอลเล็กชั่น Ballon Bleu, Juste un Clou, Tank, Trinity, Panthère, Love และ Santos ทุกคอลเล็กชั่นล้วนเป็นผลงานที่จดจำได้ตั้งแต่แรกเห็นและได้รับการสร้างสรรค์ผ่านแนวคิดอันแหวกแนว ซึ่งถูกหล่อหลอมและฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของ Cartuer ที่มุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานศิลปะผ่านคอลเล็กชั่นเครื่องประดับและเรือนเวลาที่มีดีไซน์โดดเด่นจนยากที่จะละสายตา เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับทั้ง 7 คอลเล็กชั่นไอคอนิกกันก่อน

บัลลง เบลอ เดอ คาร์เทียร์ (Ballon Bleu de Cartier)

นาฬิกาคอลเล็กชั่นบัลลง เบลอ (Ballon Bleu de Cartier) ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2007 โดย Cartier ได้นำความกลมมนมาตีความใหม่ด้วยการเพิ่มมิติ และผลลัพธ์คือความซับซ้อนของทรงกลมบนตัวเรือนที่สร้างสมดุลระหว่างเส้นสายได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยการซ่อนเม็ดมะยมแซฟไฟร์ สีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ในวงแหวนกลมเล็กไว้กับตัวเรือนอย่างแนบเนียนไม่มีสะดุดที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา

จุตส์ เอิง คลู (Juste un Clou)

สำหรับคอลเล็กชั่นเครื่องประดับจุตส์ เอิง คลู (Juste un Clou) ถูกสร้างสรรค์ขึ้นที่เมืองนิวยอร์กในช่วงยุค 70s โดย อัลโด ซิปูโย (Aldo Cipullo) ดีไซเนอร์ของ Cartier ที่ได้นำรูปทรงตะปูที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปมาตีความใหม่เป็นเครื่องประดับอันทรงคุณค่า ด้วยเส้นสายโค้งมน ทว่ามีดีไซน์เฉียบคม พร้อมสัดส่วนที่รับกับข้อมืออย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นสุดคลาสสิกที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

แทงก์ (Tank)

เมื่อปีค.ศ. 1917 หลุยส์ คาร์เทียร์ ได้นำแรงบันดาลใจจากความคมชัดของเส้นสายต่างๆ และภาพจากมุมมองด้านบนของรถถังมาสร้างสรรค์เป็นรูปทรงใหม่ให้กับนาฬิการุ่นแทงก์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นโลหะสองชิ้นที่ประกบตัวเรือนทรงเหลี่ยมด้วยหลักการออกแบบกราฟฟิกให้คานทรงเหลี่ยมสองชิ้นที่ประกบตัวเรือนเป็นดั่งล้อรถ และตัวเรือนดุจหอบังคับการ โดยที่การประกอบตัวเรือนกับสายนาฬิกาต้องกลมกลืนจนเกือบจะเป็นเส้นเดียวกันเพื่อรักษาหัวใจหลักของแรงบันดาลใจไว้

ทรินิตี้ (Tritiny)

แหวนทรินิตี้ เป็นผลงานการออกแบบของหลุยส์ คาร์เทียร์เมื่อปีค.ศ.1924 ด้วยการเผยความงดงามของวงแหวนสีทองไวท์โกลด์ เยลโลโกลด์และพิงค์โกลด์ 3 วงที่มีเส้นสายเรียบง่ายและขนาดสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบซึ่งกระหวัดพันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ (Panthère de Cartier)

นาฬิกาปองแตร์ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1983 ให้เป็นมากกว่างานศิลปะ ด้วยตัวเรือนทรงเหลี่ยมมุมมน เส้นสายที่กลมกลืนอย่างไร้รอยต่อของตัวเรือนและสายนาฬิกา รวมถึงหมุดตอกที่เห็นบนกรอบตัวเรือน Cartier ปรารถนาที่จะให้นาฬิกาปองแตร์รักษาความความโดดเด่นของเส้นสายแต่ยังความอ่อนช้อย ซึ่งทำให้เรือนเวลารุ่นนี้เป็นเสมือนเครื่องประดับในเวลาเดียวกัน โดยนาฬิกาเรือนนี้ มีชื่อเดียวกับกำไลข้อมือที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของเสือแพนเตอร์ สัตว์ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ Cartier นาฬิกาเรือนนี้ได้ถูกนำมาออกแบบตีความใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 2017 ให้แสดงถึงความเป็นอิสตรีที่เปี่ยมสุข เด็ดเดี่ยว และเป็นอิสระ

เลิฟ (Love)

เลิฟ คือเครื่องประดับที่สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านการดีไซน์ของ Cartier และเส้นสายที่คมชัดคือความสมบูรณ์แบบ กำไลข้อมือทรงรีนี้ถูกสร้างสรรค์โดย อัลโด้ ซิพูลโล (Aldo Cipullo) ที่เมืองนิวยอร์กเมื่อปีค.ศ.1969 ด้วยการนำทองหรูหราทรงโค้งสองชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกันด้วยสกรูและไขควงที่ให้มาโดยเฉพาะ

ซานโตส เดอ คาร์เทียร์ (Santos de Cartier)

นาฬิกาซานโตสถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1904 บนแนวคิดเรื่องรูปทรง รสนิยมแบบเรียบง่าย ความถูกต้องของสัดส่วนและรายละเอียดที่ปราณีตซึ่งเป็นครั้งแรกที่คาร์เทียร์ออกแบบนาฬิกาข้อมือที่มีหน้าปัดสี่เหลี่ยม ขณะที่ในยุคนั้นนาฬิกาพกมักมีทรงกลม ส่วนสกรูที่มักถูกซ่อนไว้อยู่เสมอในเทคนิคการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงก็กลับปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดและกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความสวยงามของคอลเล็กชั่นในที่สุด

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH