LIFESTYLE

คู่กรณีผุด! เมื่อแฟชั่นดีไซเนอร์ออกมาเผยเรื่องที่โดน Chrissy Teigen บูลลี่จนอยากปลิดชีวิต

ดราม่าต่อไม่หยุดเมื่อคดีเก่าทั้งเรื่องคุกคามทางเพศและเทงานถูกเปิดเผย

17 JUN 2021
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าซ้อนดราม่าทุกวันหลังจากที่เซเลบริตี้สาวครึ่งไทย-อเมริกันอย่าง Chrissy Teigen ได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวเหยียดขอโทษถึงการกระทำของเธอในอดีตในแง่การบูลลี่ และใช้คำพูดที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้อื่น เนื่องจากมีแฟชั่นดีไซเนอร์ Michael Costello ออกมา Call out ถึง Chrissy Teigen พร้อมร่ายยาวเรื่องในอดีตที่เธอเคยทำร้ายจิตใจของตนจนถึงขั้นคิดสั้น

Photo: Instagram @chrissyteigen

Photo: Instagram @michaelcostello

แน่นอนว่าการเปิดเผยเรื่องดังกล่าวทำให้ชาวโซเชี่ยลจำนวนไม่น้อยโจมตี Chrissy ถึงการกระทำของเธอ แต่ทว่าคู่กรณีใหม่อีก 2 คนดันออกมาเผยเรื่องราวที่ถูก Michael กระทำ โดยมี Jordan Liberty เมคอัพอาร์ทิสต์ที่ถูกคุกคามทางเพศ และ Leona Lewis ศิลปินสาวเจ้าของซิงเกิ้ลฮิตอย่าง Bleeding Love ที่ถูกเทงานไปอย่างดื้อๆ

Photo: Instagram @jordanliberty

Photo: Instagram @leonalewis

ก่อนจะไปลงรายละเอียดถึงดราม่าอันร้อนระอุนี้ เรามาย้อนดูไทม์ไลน์จุดเริ่มต้นของมหากาพย์นี้กันก่อนสักนิด
โจทก์แรก: Courtney Stodden
Courtney Stodden เป็นศิลปิน นักแสดง นางแบบ ที่ได้แต่งงานกับนักแสดงวัย 51 Doug Hutchison ในตอนที่เธอมีอายุเพียง 16 ปี โดยเป็นการแต่งงานครั้งที่ 3 ของ Doug และทั้งคู่ได้หย่าร้างกันในปี 2020 ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นการแต่งงานดังกล่าวทำให้ Courtney ตกเป็นที่กล่าวถึงของชาวโซเชี่ยลอย่างมหาศาล รวมไปถึงสาว Chrissy เองที่ได้แสดงความเห็นอย่างออกอรรถรสทางทวิตเตอร์ของเจ้าตัว

Photo: Instagram @courtneystodden

Courtney ในวัย 26 ได้ให้สัมภาษณ์ทาง Daily Beast ในช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมาถึงเรื่องราวชีวิตของเธอ ซึ่งเธอได้เล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ถูก Chrissy บูลลี่ ไม่ว่าจะเป็นการทวีตข้อความให้เธอไปตาย การด่าว่าเธอนั้นโง่เง่า หรือถามว่าเธอมีครอบครัวไหม ซึ่งนั่นทำให้ข้อความทวิตเตอร์เก่าๆ ของ Chrissy ผุดขึ้นอีกครั้ง

หลังจากการสัมภาษณ์ดังกล่าว Chrissy ก็ได้ออกมาทวีตข้อความแสดงความเสียใจและขอโทษถึงการกระทำในอดีตของเธอ ซึ่งเธอยอมรับว่าเธอเป็นนักเลงคีย์บอร์ดที่เรียกร้องความสนใจ โดยเธอได้ติดต่อ Courtney แบบส่วนตัวเพื่อจะขอโทษ แต่ด้วยเรื่องที่กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในที่สาธารณะ เธอเลยทำการขอโทษออกสื่ออย่างเป็นทางการอีกทาง

"ฉันขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ฉันจะเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าฉันใน 10 ปี 1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา" - Chrissy Teigen

ทางฝ่ายของ Courtney เองก็รับรู้และ(เหมือนจะ)ให้อภัย Chrissy ได้ แต่เธอดันเผยว่ายังไม่ได้รับการติดต่อแบบส่วนตัวจากทาง Chrissy แถมยังถูก Chrissy บล็อกทางทวิตเตอร์อีกด้วย ซึ่ง Courtney อยากจะเชื่อว่ามันคือการขอโทษที่จริงใจ แต่เธอกลับคิดว่า Chrissy เพียงต้องการแค่รักษาหุ้นส่วนกับแบรนด์ต่างๆ มากกว่า

หลังจากข้อความทวีตนั้น Chrissy ก็ห่างหายจากโลกทวิตเตอร์รวมทั้งอินสตาแกรมไปร่วมเดือน และได้กลับมาแอ็กทีฟอีกครั้งด้วยข้อความขอโทษและความในใจถึงการกระทำในอดีตของเธออันยาวเหยียด

เธอเริ่มต้นด้วยการเล่าถึงการใช้เวลาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทบทวนถึงสิ่งที่เธอทำในอดีต และมันไม่มีสักวัน หรือสักโมเมนต์ที่เธอไม่รู้สึกถึงความหนักอึ้งของความรู้สึกผิดต่อสิ่งที่เธอเคยพูดไว้ เธอรู้สึกอับอายต่อข้อความทวิตเตอร์ที่ผุดขึ้นมาอีกครั้ง และเธอเข้าใจว่ามันได้สร้างความเจ็บปวดต่อคนอื่นมากแค่ไหน เธอตั้งคำถามกับตัวเองว่าเธอทำแบบนั้นไปได้อย่างไร เธอได้ทำการขอโทษต่อบุคคลหนึ่งแล้ว (ซึ่งน่าจะหมายถึง Courtney) เธอรู้ว่ายังมีคนอื่นอีกมากมายที่เธอต้องขอโทษ และเธอก็กำลังอยู่ในช่วงไล่ติดต่อไปยังบุคคลที่เธอเคยดูถูกเหยียดหยาม เธอยอมรับว่าเธอไม่สามารถรับการเผชิญหน้าได้ตรงๆ แต่เธอก็พร้อมที่จะรับฟังในสิ่งที่จะเกิด

Photo: Instagram @chrissyteigen

เธอไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับข้อความที่เธอเคยทวีตในอดีต เธอยอมรับว่าเธอเป็นนักเลงคีย์บอร์ด Chrissy เล่าต่อถึงช่วงแรกๆ ที่เธอใช้โซเชี่ยลมีเดีย เธอรู้สึกสนุกกับมัน หยอกล้อคนอื่นไปเรื่อย แต่ในชีวิตจริงเธอยอมรับว่าเธอรู้สึกไม่มั่นคง ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ และคิดว่าต้องคอยทำให้คนอื่นประทับใจเพื่อที่จะได้รับการยอมรับ เธอเลยใช้ทวิตเตอร์เพื่อที่จะโชว์ออฟ ดึงความสนใจ และเธอคิดว่ามันจะทำให้เธอดูคูลถ้าได้แหย่สนุกกับเหล่าเซเลบริตี้

Photo: Instagram @chrissyteigen

พอเธอเริ่มได้รับในสิ่งที่เธอเคยพูดกับคนอื่น เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดราวกับโดนของแหลมคมแทงตามร่างกาย และมันชวนให้เธอนึกถึงอดีตกันแสนแย่ของเธอซึ่งเธอคิดว่าสมควรแล้ว หลายครั้งที่เธอได้รับการทักทายว่า “ตัวจริงคุณไนซ์กว่าเยอะเลย” ซึ่งเธอไม่ได้ใส่ใจมันมากในตอนนั้น แต่ตอนนี้เธอเข้าใจมันอย่างดี เธอเผยต่อว่า จุดประสงค์ของการเขียนข้อความดังกล่าวนั้นไม่ใช่การเรียกร้องหาความเห็นใจต่อพฤติกรรมของเธอ เพราะเธอไม่ใช่เหยื่อ แต่คนเหล่านั้นที่เธอทำร้ายต่างหากคือเหยื่อตัวจริง

Photo: Instagram @chrissyteigen

ในช่วงท้าย เธอกล่าวว่า ความจริงเธอไม่ใช่คนที่เขียนอะไรแย่ๆ แบบนั้นอีกแล้ว เธอโตขึ้น ได้รับการบำบัดจิตครั้งแล้วครั้งเล่า เธอแต่งงาน มีลูก ได้เรียนรู้ประสบการณ์ทั้งการสูญเสีย ความเจ็บปวด และด้านอื่นๆ ทั้งหมดทั้งปวงแล้วเธอไม่ได้ต้องการให้ใครยกโทษให้ ขอเพียงแค่ความอดทนอดกลั้นกับเธอ เพื่อที่จะได้เห็นเธอในตัวตนใหม่ที่ดีกว่าเดิม

Photo: Instagram @chrissyteigen

หลังจากการเปิดเผยความในใจของ Chrissy ก็ทำให้มีชาวโซเชี่ยลจำนวนมากคอมเมนต์ให้กำลังใจเธอ โดยส่วนใหญ่จะเป็นในเชิงอะไรที่แล้วไปแล้วก็ให้เป็นบทเรียน และจุดนี้เองที่ทำให้ Michael Costello แฟชั่นดีไซเนอร์ที่เราคุ้นตาใน Project Runway ออกมาเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอจาก Chrissy

โจทก์ที่ 2: Michael Costello
แฟชั่นดีไซเนอร์ที่มียอดฟอลโลเว่อร์กว่า 1.4 ล้าน ได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตกับ Chrissy และบาดแผลในจิตใจที่ยังไม่ได้รับการเยียวยารักษา

กว่า 7 ปีที่ Michael อยู่กับบาดแผลในใจ เขากลัวที่จะเปิดเผยเรื่องราวของเขากับใคร เขากลัวกับการสูญเสียโอกาสหน้าที่ทางการงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนพ้อง กลัวการถูกแบนจากผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น
ในปี 2014 Michael ถูกพนักงานตัดต่อภาพคอมเมนต์ของเขาโดยจงใจทำให้เขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคน “เหยียดผิว” ซึ่งแน่นอนว่าภาพดังกล่าวได้ล่อนไปทั่วอินเตอร์เน็ต ทำให้เขาถูกตราหน้าเต็มๆ ซึ่งหนึ่งในคนที่เชื่อแบบนั้นก็คือสาว Chrissy

Photo: Instagram @michaelcostello

Michael ได้รับคอมเมนต์จาก Chrissy ทางอินสตาแกรม เธอบอกกับเขาว่า อาชีพการงานของเขามันจบแล้ว! และให้เขาคอยดู ซึ่งเขาก็ได้เห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น เขามักจะถูกแคนเซิลงานในนาทีสุดท้ายโดยไม่ได้รับการอธิบาย และเขามักจะได้รับข้อความและโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมงานว่า Monica Rose แฟชั่นสไตลิสต์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการได้ขู่ผู้คนและเหล่าแบรนด์ถึงผลที่จะได้รับหากมีความข้องเกี่ยวกับ Michael

Photo: Instagram @michaelcostello

Photo: Instagram @michaelcostello

หลากหลายคืนที่ Michael คิดอยากจะปลิดชีวิตตัวเอง เขาไม่เห็นถึงจุดประสงค์ที่จะมีชีวิตอยู่ และไม่มีทางที่หลีกหนีจากการตกเป็นเป้าของเหล่าอีลีทผู้ทรงอิทธิพลในฮอลลีวูดที่มีอำนาจในการดับอนาคตของคน เขาเผยว่าที่เขาเงียบมาตลอดเพราะเขาหาทางออกจากวังวนนั้นไม่ได้ แต่ตอนนี้เขากล้าหาญพอที่จะบอกความจริง เพราะเขาไม่สามารถที่จะหลุดออกจากชั่วโมงที่มืดมนในชีวิตจนกว่าจะได้เปิดเผยมันออกมา

เขาเลือกที่จะพูดความจริงโดยไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายใคร และไม่ได้ต้องการกลับไปสู้กับใครทั้งนั้น เขาแค่ต้องการให้ผู้คนได้รับรู้ว่า เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน และนี่ก็ไม่ควรเป็นสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งต้องทุกข์ทนกับการกระทำของใคร ตลอดทศวรรษที่เขาได้ตรากตรำทำงานสร้างแบรนด์มา แต่ดันต้องมาพังทลายเพียงเพราะคอมเมนต์เดียว เขาทิ้งท้ายว่าเขาไม่ได้ต้องการความเห็นอกเห็นใจจาก Chrissy, Monica หรือใครที่เชื่อในข่าวลืออันผิดๆ นั้น เขาแค่อยากปลดปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสระ

Photo: @michaelcostello

ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยก็ได้คอมเมนต์ให้กำลังใจ Michael ถึงความกล้าหาญที่ออกมาพูดความจริง ซึ่งแน่นอนว่าฝั่ง Chrissy ก็โดนถล่มอีกครั้ง บ้างก็กล่าวหาว่าคำขอโทษของเธอมันช่างปลอมเสียจริง บ้างก็เรียกร้องให้เธอออกมาขอโทษ Michael แต่ไม่ทันไรก็มีคู่กรณีใหม่อย่าง Jordan Liberty ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ถูก Michael คุกคามทางเพศในอดีต ดราม่านี้จึงถูกชงให้ร้อนระอุต่อไม่หยุด!
โจทก์ที่ 3: Jordan Liberty
Jordan เป็นเมคอัพอาร์ทิสต์มากฝีมืออีกหนึ่งคนที่น่าติดตาม หลังจากที่เขาเห็น Chrissy ถูกโจมตีอีกครั้ง เขาเลยออกมาเผยถึงเหตุการณ์ที่เขาตกเป็นเหยื่อของ Jordan ในแง่ของการคุกคามทางเพศ

Photo: Instagram @jordanliberty

Jordan ใช้เวลา 3-4 ปีกว่าจะรู้สึกโอเคกับการเล่าเหตุการณ์ดังกล่าว เขาไม่คิดว่า Michael จะจำเหตุการณ์นั้นได้ เขาเล่าว่า Michael ได้ทักเขาทาง direct message “ผมรักงานของคุณ คุณเก่งมาก” ทั้งสองพูดคุยสัพเพเหระ ชมผลงานกันไปมา ซึ่ง ณ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ Jordan กำลังได้รับการบำบัดด้วยคีโมจากโรคมะเร็งอยู่ด้วย Michael พูดคุยกับ Jordan เกี่ยวกับการถ่ายแฟชั่น และสนใจที่จะจ้างเขา Michael จึงทำการนัดเจอกับ Jordan ซึ่งทาง Jordan ก็ได้พูดชัดว่าเขากำลังอยู่ในช่วงทำคีโม ซึ่งทำให้ยากต่อการเดินทาง แต่เขายืนยันที่จะนัดเจอ ทาง Jordan จึงตอบตกลง

Michael นัดเจอ Jordan เวลา 9.00 น. ที่ร้านขาย Acai Bowl แต่ก่อนจะถึงวันนัด Michael ได้ส่งภาพของลับ! (แบบทุกซอกทุกมุม) ไปให้ Jordan แบบรัวๆ ซึ่งมันทำให้เขาหมดคำพูดและรู้สึกอึดอัด เขารู้สึกว่าการจะส่งภาพอนาจารไปให้ใครโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินยอม มันถือเป็นการคุกคามทางเพศรูปแบบหนึ่ง ทาง Jordan ก็ได้ตอบกลับในเชิงว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ใจเขาคิด และเขาอยากคงทุกอย่างแบบมืออาชีพ Michael จึงลบข้อความที่ส่งไปทั้งหมด
เมื่อถึงเวลานัด เขาถูก Michael ผลัดเวลาไปเรื่อยๆ เริ่มจาก 1 ชม. ผลัดเป็นบ่าย 2 ผลัดเป็น บ่าย 3 ครึ่ง จน Jordan ตัดสินใจโทรหาเขา แต่คำพูดที่เขาได้รับมันแย่เกินกว่าที่ Jordan จะเปิดเผยออกสื่อได้ ในท้ายที่สุด Michael ตัดสายแล้วบล็อกเขาไปตลอดกาล ซึ่งเขารู้สึกว่ามันแย่มากกับการที่คนป่วยและอยู่ในช่วงทำเคมีบำบัดต้องมาเจออะไรแบบนี้

นอกจาก Jordan แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งคู่กรณีซึ่งก็คือนักร้องสาว Leona Lewis ที่ออกมาเล่าเรื่องราวที่เธอถูก Michael กระทำ โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ณ งานแฟชั่นโชว์การกุศลหนึ่งในมหานครนิวยอร์ก
โจทก์ที่ 4: Leona Lewis
ในปี 2014 Leona ถูกชักชวนให้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์การกุศล ด้วยความตื่นเต้นในวัยสาว เธอบินลัดฟ้าไปถึงนิวยอร์กเพื่องานนี้ เธอรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้ร่วมงานกับ Michael เพราะเธอรักผลงานของเขา เมื่อเธอไปฟิตติ้งชุดครั้งแรก เธอรู้สึกอึดอัดเพราะเดรสมันเป็นไซส์ตัวอย่าง ทาง Michael และทีมของเขาก็ไม่ได้พยายามที่จะปรับมันให้เหมาะกับรูปร่างของเธอ ซึ่งเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์สำหรับเธอเพราะสัปดาห์ก่อนหน้านี้เธอได้รับแจ้งว่าเขาจะทำชุดให้กับเธอ

Photo: Instagram @leonalewis

ในฟิตติ้งครั้งที่สองซึ่งเป็นคืนก่อนโชว์ Michael กลับหายสาบสูญไปอย่างไร้คำอธิบาย เขาไม่อยากที่จะทำชุดให้กับเธอ เขาละทิ้งคำมั่นสัญญาต่อเธอและโชว์ ซึ่งมันทำให้เธอตระหนักได้ว่ารูปร่างของเธอมันไม่ใช่ที่เขาต้องการ เธอรู้สึกอับอายและเจ็บปวดมากเพราะเธอไม่ได้มีรูปร่างเหมือนเหล่าโมเดล เธอไม่ได้รับอนุญาตให้เดินในชุดของเขา เธอต้องนั่งในโซนสำหรับผู้ชมและถูกถามจากบรรดาสื่อว่าทำไมเธอถึงไม่ได้เดิน เธอจำได้ว่าเธอต้องอ้างเหตุผลอื่นๆ ไปแทน สิ่งที่ทำให้เธอเสียใจกว่านั้นคืองานนี้เป็นงานเพื่อการกุศลแท้ๆ

Go Red For Women The Heart Truth Red Dress Collection Mercedes-Benz Fashion Week

Photo: getty images

เหตุการณ์นั้นทำให้เธอต้องวนเวียนอยู่กับความไม่มั่นใจในรูปร่างของเธอลึกๆ เธอรู้สึกดีใจที่ปัจจุบันโลกของเราได้มีการเปิดกว้างในด้านรูปร่างมากขึ้น และเธอก็ทราบว่าชุดของ Michael ถูกออกแบบสำหรับทุกไซส์แล้วเช่นกัน เธอเชื่อว่าเราทุกคนล้วนทำผิด แต่ในเวลานี้เธอรู้สึกแย่กับการที่ Chrissy ได้ออกมาขอโทษ แสดงความจริงใจ สำนึกผิดแต่กลับโดนซ้ำเติม "เราควรที่จะโอบอุ้มเขาไว้ ไม่ใช่เตะเขาซ้ำในวันที่เขาตกต่ำ" Leona กล่าว

Photo: Instagram @leonalewis

เธอไม่ได้อยากจะตอกย้ำกับประสบการณ์ที่ Michael เจอในอดีต เธอหวังว่าเขาจะได้รับความรักและการเยียวยา ซึ่งเธอรู้ว่าสิ่งที่เธอออกมาพูดจะเป็นอีกเรื่องช็อกเพราะเธอไม่เคยบอกเขาถึงสิ่งที่เธอรู้สึก แต่ทว่าเหตุการณ์ดั่งสำนวน “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง” มันทำให้เธอนิ่งนอนใจไม่ได้ ในช่วงท้ายเธอได้ขอโทษทุกคนถ้าเธอได้ทำให้ใครต้องเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัวเฉกเช่นเหตุการณ์ของ Michael

Photo: Instagram @leonalewis

หลังจากที่โจทก์ทั้งสองได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวของ Michael แล้ว เจ้าตัวก็คงจะได้รับคอมเมนต์ในเชิงลบจากชาวโซเชี่ยลจำนวนไม่น้อย เขาจึงออกมาโพสต์อินสตาแกรมอีกครั้ง โดยเขาขอบคุณคนที่เข้าใจ ส่งกำลังใจ รวมทั้งแก้ต่างให้เขา เขาเผยว่าเขาจะไม่ไปแตะประเด็นอะไรที่มันผิดจากเรื่องราวผิดๆ อีก เขาให้อภัยคนที่ตัดสินเขาจากสิ่งที่ได้ยิน และการที่เขาออกมาพูดความจริงทั้งหมดก็เพื่อที่จะเป็นอิสระจากการถูกบูลลี่และแบล็กลิสต์โดยเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงฮอลลีวูดและแฟชั่นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เราเห็นด้วยว่า "การบูลลี่" ไม่ควรเกิดกับใครทั้งนั้นไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครที่เพอร์เฟ็กต์จนไม่เคยทำผิดพลาดในชีวิต หากเราเรียนรู้จากข้อผิดพลาดแล้วกลับใจพร้อมเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่อย่างแท้จริง เราทุกคนก็คงอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้ได้อย่างมีสันติสุขยิ่งขึ้น.. แล้วสาวแอลทางบ้านล่ะ คิดอย่างไรกับมหากาพย์ดราม่านี้?

Cover Photo Courtesy: getty images, michaelcostello, jordanliberty, leonalewis
Source: 1 2 3 4 5 6 7

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH