FASHION

พูดคุยกับ Alex Face ดีไซเนอร์เอเชียหนึ่งเดียวที่ได้ร่วมออกแบบลวดลายบนกระเป๋า Coach

เด็กสามตาในชุดมาสคอตกระต่ายบนกระเป๋า Coach Signature

06 AUG 2019
Senior Fashion Writer

BENJAMIN PETE WONG

Digital Fashion Editor

RACHATA RATANAVIROTKUL

จากเด็กผู้หลงไหลศิลปะสู่ศิลปินแนวสตรีตอาร์ตระดับแนวหน้า วันนี้ พัชรพล แตงรื่น หรือที่เรารู้จักเขาในนามว่า Alex Face ได้นำคาแรกเตอร์สุดคุ้นตาอย่างเด็กสามตา หน้าบึ้ง ในชุดมาสคอตกระต่ายมาโลดแล่นบนกระเป๋า Coach จากคอลเล็กชั่น Art of Signature หลอมรวมโลกของแฟชั่นและสตรีตอาร์ทมาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว โดย Alex Face เป็นศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวสำหรับโปรเจกต์สุดพิเศษนี้ สีสันที่เต็มเปี่ยมตามแบบฉบับของเจ้าตัวผ่านผลงานที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับ Coach ในครั้งนี้ด้วย

ELLE: ช่วยเล่าที่มา ที่ไปกับการมาร่วมงานกับ Coach หน่อยว่าเป็นมาอย่างไร

Alex Face: สำหรับโปรเจกต์นี้ทาง Coach อยากร่วมงานกับศิลปินจากทั่วโลกและได้ติดต่อผมมาหลังจากได้เห็นผลงานของผม ทางแบรนด์ชอบสไตล์ที่สนุกสนานและทัศนคติในแง่บวกที่แสดงออกมาผ่านผลงานของผม เลยเกิดเป็นการร่วมงานกันที่ผมได้ออกแบบลวดลายพิเศษสำหรับ Coach ที่เป็นงานวาดมือตัวคาแรกเตอร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Alex Face ซึ่งโดยปกติแล้วผมจะสร้างสรรค์งานศิลปะของผมบนกำแพงมากกว่า แต่ครั้งนี้ลาย Coach Signature ได้กลายมาเป็นฉากเจ๋งๆให้ผมได้สร้างสรรค์ผลงานลงไปแทน”

ELLE: รู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวในโปรเจ็กต์นี้

AF: ผมรู้สึกว่าเราได้เป็นตัวแทนในการนำเสนอความเป็นเอเชีย แต่ด้วยโลกปัจจุบันมันหลอมรวมไปแล้วด้วยโซเชียลมีเดีย เลยไม่ได้รู้สึกขนาดว่า โห! เราเป็นเอเชียนะ คงเป็นการนำเสนอสไตล์ความเป็นเอเชียที่มันมาจากตัวเราให้เขาได้เห็นมากกว่า

ELLE: การออกแบบโมทีฟบนกระเป๋า Coach ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

AF: อยากให้ผลงานออกมาดูสนุกสนาน เราพูดถึงเรื่องเด็ก เรื่องของอนาคต เรื่องของเจเนอเรชั่น แล้วเอามันมาหลอมรวมกับเรื่องของศิลปะ การเพ้นท์กำแพง การวาดรูป และเรื่องราวของสีสัน เพราะศิลปะเป็นตัวนำให้ไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ เลยอยากสื่อสารให้มันออกมาดูสนุกสนาน มีสีสันสดใส มีอิสระเหมือนกำลังลองลอยอยู่ในอากาศ

ELLE: การออกแบบลวดลายบนกระเป๋า กับสตรีทอาร์ทแนวถนัดแตกต่างกันไหม

AF: มีความเหมือน และความต่าง ทั้งในเรื่องของฟอร์ม แพทเทิร์น หรือแม้แต่เทคนิค บนกำแพงมันก็ต้องดูเรื่องของสเปซ สภาพพื้นผิว สภาพแวดล้อม เราจะพ่นกำแพงหนึ่งก็ต้องดูก่อนเลยว่าตรงนั้นมีอะไรบ้างที่มันน่าสนใจ สตอรีของพื้นที่แถวนั้น มีสายไฟไหม มีถังขยะไหม พวกนี้มันเอามาเล่นกับงานได้หมด การที่งานเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมมันทำให้งานมีเสน่ห์ขึ้น เหมือนเราเล่นเกมส์แก้โจทย์กับพื้นที่ ถ้าเนื้อหามันสอดคล้องกับพื้นที่ก็จะทำให้คนในชุมชนเขาอินกับงานเราด้วย

ELLE: จุดเริ่มต้นที่มาทำสตรีทอาร์ทเริ่มจากอะไร

AF: เริ่มต้นจากตอนเราเรียนศิลปะที่ลาดกระบังตอนช่วงปี 1 มีกลุ่มเพื่อนสองสามคนที่ชอบเล่นสเกตบอร์ด ชอบเพลงฮิปฮอป ในช่วงนั้นประเทศไทยฮิปฮอปมันพึ่งบูมระลอกแรก เราก็สนใจเพราะมันสนุก เปิดเพลงฮิปฮอปฟังกันทั้งวันซึ่งกราฟิตี้ก็เป็นซับคัลเจอร์นี้ เราเลยเข้าเว็บ graffiti.org ไปดูว่าแต่ละประเทศเขาพ่นกันยังไง ตอนแรกเรายังไม่ได้พ่นแค่หาข้อมูล อยากศึกษาข้อมูลก็เลยซื้อหนังสือพวกสตรีตอาร์ตของอเมริกามาดู ตอนนั้นไม่ค่อยมีตังก็แลกกันดูกับเพื่อนๆ เห็นแล้วรู้สึกว่า เจ๋งวะ! ก็เลยตัดสินใจซื้อสีมาพ่น พอพ่นเท่านั้นแหละ ชอบมาก!

ELLE: คาแรกเตอร์เด็ก 3 ตามีเรื่องราวที่มาอย่างไร

AF: เราพ่นรูปหน้ามามาประมาณเจ็ดแปดปีก็ถึงจุดที่เราอิ่มกับมัน อยากพ่นอะไรใหม่ๆ ประกอบกับชีวิตมันมีจุดเปลี่ยนพอดี ตอนอายุ 28 ปีมีลูกโดยที่เราก็ไม่ได้วางแผนเอาไว้ว่าจะมีครอบครัว แต่สำหรับเราถือว่ามันก็เป็นเรื่องดีนะ มันทำให้เราโตขึ้นอัตโนมัติ เป็นจุดที่ทำให้เราได้โฟกัสกับการทำงานมากขึ้น พอเราเริ่มเลี้ยงลูกก็มีไอเดียเกี่ยวกับเด็ก จากความรู้สึกหลายอย่าง ทั้งกังวลอนาคตลูก ลูกเราอนาคตจะโตไปในสังคมแบบไหน ทั้งการเมือง เรื่องประท้วง สังคมเราจะเป็นยังไง มันเกิดการตั้งคำถามจากช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไป เราเลยสเกตหน้าเด็กให้ดูบูดบึ้ง เพราะลูกเราทำหน้าสงสัยตลอด

ELLE: คิดว่าแฟชั่นกับสตรีตอาร์ตในปัจจุบันมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง

AF: คัลเจอร์มันเชื่อมโยงกัน คนแต่งสไตล์สตรีทเพราะมันง่าย อย่างเราก็ใส่เพราะตอบโจทย์กับการทำงาน เราทำสตรีตอาร์ต ใส่อะไรที่มันง่ายต่อการเดิน ปีน เป็นเวลานานๆ หรือบางครั้งผลงานที่อยู่ตามกำแพงมันอาจจะถูกดึงเอามาเป็นดีไซน์ก็ได้

ELLE: คิดว่าการเสพงานศิลปะของคนในยุคปัจจุบันต้องการอะไร

AF: แต่ละคนก็ต่างรสนิยม บางคนโฟกัสที่ความหมาย บางคนต้องการงานที่โชว์ฝืมือ เวลาเราไปดูงานก็ดูหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะชอบงานเพ้นท์ติ้ง เมื่อก่อนชอบงานคลาสสิกบินไปดูที่มิวเซียม แต่หลังๆ ดูบ่อยแล้วก็อยากดูอย่างอื่นบ้าง บางทีก็อยากดูอย่างอื่นนอกจากศิลปะ เพราะทุกอย่างสามารถใช้เป็นข้อมูลในการทำงานได้หมด ตอบแทนทุกคนลำบากว่าเขาชอบดูงานแบบไหนกัน งานบางอย่างอาจจะเข้าใจยากต้องมีหลายอย่างประกอบ เช่น ต้องเอาคอนเซปเขามาอ่านก่อนถึงจะเข้าใจ มันก็ไม่มีอะไรผิดอะไรถูก เดี๋ยวนี้คนสนใจศิลปะเยอะกว่าเมื่อก่อน เด็กรุ่นใหม่เริ่มสนใจ เริ่มสะสม ซื้องานศิลปะ มันก็อาจจะเป็นทิศทางที่ดีขึ้นของวงการศิลปะในอนาคต

ใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของคอลเล็กชั่น Art of Signature มีวางจำหน่ายจำนวนจำกัดแล้ววันนี้ที่ร้าน Coach สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซนเอเทรียม และร้าน Coach ไอคอนสยาม ชั้น M ช้าหมดอดนะจะบอกให้!

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH