BEAUTY

การกลับมาของน้ำหอม MISS DIOR กลิ่นหอมใหม่ที่อบอวลด้วยดอกไม้และความรัก

เรามาถึงยุคที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง Miss Dior ก็ถึงเวลานั้นเช่นเดียวกัน

01 SEP 2021
Beauty Editor

MALLIKA BOONYUEN

“Make me a fragrance that smells like love…”

ในยุคหลังสงครามโลกความหม่นหมองปกคลุมไปทั่วแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าจากดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ คริสเตียน ดิออร์ กลับพร้อมที่จะมอบความรัก ความเบิกบานผ่านน้ำหอมขวดแรก Miss Dior ในปี 1947 “ทำน้ำหอมที่มอบกลิ่นเหมือนความรักให้ผมหน่อย...”

ความหวังได้เริ่มจุดประกายผ่านหมู่มวลกลิ่นหอมที่เสมือนปลุกเราขึ้นมาให้พบกับความเบิกบาน อนาคตอันแสนหอมหวานและความงดงามที่รายล้อมอยู่รอบตัว ในบรรดาหมู่มวลกลิ่นหอมของดิออร์ อีกหนึ่งจิตวิญญาณสำคัญคือ “ดอกไม้" การกลับมาของ Miss Dior ครั้งใหม่ที่ยังคงสร้างความสดชื่นเบิกบาน ความสุขและแน่นอนว่ามาพร้อมความรัก! ที่ยากจะปฏิเสธ

Wake up for flowers

น่าจะเป็นน้ำหอมอีกหนึ่งกลิ่นที่มีการปรับเปลี่ยนปรุงแต่งกลิ่นไปตามยุคสมัยมาหลายครั้ง แต่สิ่งที่ยังคงยืดมั่นคงไว้ในน้ำหอม Miss Dior คือเหล่าบรรดาหมู่มวลดอกไม้ต่างๆ กลิ่นหอมที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ยังคงเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ผลงานการออกแบบของฟรองซัวส์ เดอมาชี นักสร้างสรรค์ – ผู้ปรุงน้ำหอม Dior ที่สร้างปรากฏการณ์กลิ่นหอมระดับโลกมามากมาย ช่วงล็อคดาวน์ระหว่างฤดูใบไม้ผลิที่เมืองกราส์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นช่วงเวลาแห่งความสดใสที่ดอกไม้กำลังผลิบานในขณะที่โลกยังต้องเผชิญกับวิกฤติโรคระบาด ในขณะที่เขาออกไปสำรวจไร่ เขาได้เจอกุหลาบดอกหนึ่งที่ไม่เคยพบเห็นและรู้จักมาก่อน จุดประกายให้เขาสนใจทั้งแง่สัมผัสที่นุ่มนวลเหมือนกำมะหยี่ กลิ่นฉ่ำหวานแบบผลไม้ กุหลาบดอกนี้จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการเริ่มต้นออกแบบกลิ่นใหม่ให้กับ Miss Dior

Sweet Love

กุหลาบสายพันธุ์ใหม่ได้รับการตั้งชื่ออย่างอ่อนหวาน Sweet Love “ถือเป็นการค้นพบสำหรับผมอย่างแท้จริง อันดับแรกผมคิดว่ากุหลาบดอกนี้มีความงดงามเฉพาะตัวด้วยกลีบดอกสีชมพูอ่อนจัดทอประกายเหลือมุกสะดุดตา จากนั้นคือกลิ่นหอมปริศนาที่ทำให้ผมต้องพิศวง ในขณะเดียวกันก็มีกลิ่นสัมผัสแนวผลไม้ฉ่ำหวานที่เหนือความคาดหมาย ผมต้องการเนื้อกลิ่นซึ่งมอบความรู้สึกของการอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้บานสะพรั่งมากมาย แล้วก็ได้ช่อบูเกต์ที่มีทั้งความสดใส งามสง่า เย้ายวนอย่างอ่อนหวาน” ฟรองซัวส์ เดอมาชี นักสร้างสรรค์ – ผู้ปรุงน้ำหอม Dior เล่าถึงกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ที่เขาค้นพบ พร้อมกับการจัดสรรสัดส่วนองค์ประกอบของดอกไม้ต่างๆ จากกุหลาบร้อยกลีบ ลิลีออพเดอะวัลเลย์ ไอริสและโบตั๋น รวมทั้งการใช้หัวน้ำหอมแนวกลิ่นใบไม้เขียว ที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้งามสง่ายิ่งขึ้น

The Couture Dream

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำตัวคือโบว์ประดับคอขวดน้ำหอม Miss Dior ก็ถูกปรับเปลี่ยนสร้างสรรค์ใหม่ด้วยทักษะทางงานฝีมือของ Julien Faure ผู้รับผิดชอบริบบิ้นรุ่นพิเศษด้วยเทคนิคลับเฉพาะภายในห้องประดิษฐ์งานฝีมือของหนึ่งในผู้ผลิตริบบิ้นรายใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส ที่รับผิดชอบหน้าที่การประดิษฐ์รายละเอียดตกแต่งสำหรับการจัดแสดงแฟชั่นชั้นสูงโดยเฉพาะมาหลายศตวรรษ กระบวนการนี้ใช้เวลานานหลายเดือนไปกับการพัฒนาจนได้ริบบิ้นผ้าแจ็กการ์ดทอด้าย 396 เส้น แต่ละเซ็นติเมตรประกอบขึ้นด้ายทอไขว์จำนวนถึง 12,000 เส้น เพื่อให้เนื้อผ้ามีน้ำหนักเบาและมีความแน่นและละเอียด

An Exceptional Ribbon

“เวลาผลิตริบบิ้นสำหรับตกแต่งบนเสื้อผ้าชุดต่างๆ จากห้องเสื้อชั้นสูงทั้งหลาย เราก็ใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ หรือคุณภาพ งานวิจัยอย่างละเอียดถี่ถ้วน และยาวนานของเรา พาเราไปสู่การผลิตเส้นด้ายสีต่างๆ ซึ่งล้วนมีความเล็ก ละเอียดเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ริบบิ้นที่ทอขึ้นมานั้นมีสัมผัสนุ่มละมุน เนียนละไม เส้นด้ายเหล่านี้เป็นผลจากกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน งานปักดอกไม้บนริบบิ้น เป็นงานปักสุ่ม ไม่ได้กำหนดลวดลายตายตัว ไม่ใช่งานปักด้วยเครื่องจักรอุตสาหกรรม โบว์ประดับขวดน้ำหอม Miss Dior แต่ละชิ้นจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นหนึ่งเดียว เช่นเดียวกับเสื้อผ้าซึ่งตัดเย็บจากห้องเสื้อชั้นสูง ผลงานอันแสดงออกถึงจิตวิญญาณแฟชั่น” Julien Faure ผู้สร้างสรรค์ริบบิ้น Miss Dior

และอีกหนึ่งผลงานชิ้นพิเศษสำหรับน้ำหอม Miss Dior ขวดใหม่นี้คือ Millefiori งานออกแบบลายปักเถาดอกไม้ชุดเดรสตัวใหม่ที่รวมความสดใสของสีสันช่อพฤกษาบนผ้าไหมเนื้อกาซาร์ที่ผ่านวิธีการลงสีด้วยมือและงานพิมพ์ก่อนที่จะนำมาประดับบนชุดทีละดอกจากฝีมือบรรดาช่างเย็บสตรีผู้เปี่ยมความชำนาญประจำห้องผลิตงานตัดเย็บของแผนกแฟชันชั้นสูง Dior ที่ต้องใช้เวลาทั้งหมดถึงห้าร้อยชั่วโมงไปกับการเนรมิตงานปัก

Photo Credit: Will Davidson for Parfums Christian Dior  

TAGS:

Dior Miss Dior
SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH