FASHION

เปิดบ้านหลังใหญ่ของ Tod’s เผยที่มาของผลงานรองเท้าและกระเป๋าสุดเนี้ยบ

เรียบหรู ตามจิตวิญญาณของอิตาเลียนแท้

14 MAY 2019
Editor-in-Chief & Digital Editorial Director

Soraya Vattanajiamwong

ทันทีที่มิลานแฟชั่นวีกจบลงแทนที่จะมุ่งหน้าไปสนามบินมิลาน-มัลเปนซาเพื่อกลับกรุงเทพฯอย่างเคย เรากลับยกกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบขึ้นรถลิมูซีนที่มารอรับหน้าอพาร์ตเมนต์เพื่อเดินทางต่อไปอีก 5 ชั่วโมงสู่เมืองอันโคนาเพื่อเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และโรงงานของ Tod’s

สำนักงานใหญ่ของ Tod’s ตั้งอยู่บนพื้นที่ผืนเดียวกันกับโรงงานของ Tod’s S.p.A (ที่ไม่ได้หมายถึงสปา แต่หมายถึง Società per azioni หรือบริษัทมหาชนในอิตาลี) ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของอิตาลีในเขตที่เรียกว่า Le Marche อันเป็นบ้านเกิดของ Diego Della Valle อาคารขนาดใหญ่สองชั้นสร้างในสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น ออกแบบโดยสถาปนิก Barbara Della Valle ภรรยาของดิเอโกนั่นเอง อาคารนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1998 ด้วยหินอ่อนอิตาเลียนสีขาวกรุกระจกหน้าต่างบานใหญ่ทุกด้านเพื่อรับแสงแดด รายล้อมด้วยสวนสีเขียวที่มีงานประติมากรรมหินชิ้นมหึมาตั้งอยู่เด่นเป็นสง่า

ทันทีที่ประตูตึกเลื่อนเปิดออกเรามองเข้าไปตรงหน้าก็พบกับลูกโลกสีส้ม (สีประจำแบรนด์) แผนที่บนลูกโลกตกแต่งด้วยหมุดยางเหมือนกับที่อยู่บนรองเท้า Gommino รองเท้าไอคอนของแบรนด์ที่ใครเห็นก็ต้องจำได้ รองเท้าของ Tod’s เป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วโลก โดยรองเท้ากอมมิโนที่ว่านี้มีที่มาจากรองเท้าที่ใส่ขับรถในช่วงยุค ’50s ซึ่งช่วงนั้นผู้คนนิยมใส่รองเท้ามอคคาซินกัน แต่ที่เรียกว่ากอมมิโนก็เพราะ Tod’s เป็นแบรนด์แรกที่นำเอาหมุดยาง (ภาษาอิตาเลียนคือ Gommino) จำนวน 133 หมุดมาทำเป็นพื้นรองเท้าเพื่อกันลื่นและเพิ่มความสบายในการสวมใส่ให้เดินสะดวกขึ้น จนกลายเป็นคู่ไอคอนนิกของแบรนด์ ทุกวันนี้กอมมิโนก็ยังเป็นรองเท้าที่ขายดีที่สุดของแบรนด์และได้ทั้งปรับรูปแบบและแมตทีเรียลใหม่ให้น่าสนใจขึ้นในทุกๆซีซั่น

ภายในตึกสำนักงานใหญ่นี้ไม่ใช่เป็นเพียงพื้นที่สำนักงานเท่านั้นแต่เต็มไปด้วยชิ้นงานศิลปะแบบโมเดิร์นที่ถูกจัดวางกระจายไว้ตามที่ต่างๆเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวัสดิการพิเศษสำหรับพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหาร ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด ห้องประชุมแบบออดิทอเรียมขนาดใหญ่ ตัวอย่างโชว์รูมและช็อป และโรงเรียนอนุบาลที่พนักงานสามารถนำลูกมาเข้าเรียนได้ฟรี! “ผมกล้ายืนยันเลยว่าบรรยากาศที่ออฟฟิศนี้ไม่เหมือนออฟฟิศไหนอีกแล้ว โดยเฉพาะในอิตาลี” ดิเอโกอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมเขาถึงลงทุนสร้างสำนักงานที่ดีเยี่ยมขนาดนี้ขึ้นมา “ผมอยากมอบไลฟ์สไตล์ดีๆให้กับพนักงานของผม ด้วยการสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีที่สุดให้ คนเราใช้ชีวิตในที่ทำงานเกินครึ่งหนึ่งของวัน มันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าพวกเราอยู่ในที่ทำงานอย่างมีความสุข แล้วความสุขก็จะสะท้อนออกมาในโปรดักส์ของ Tod’s คุณเอาลูกมาเรียนในที่ทำงานได้ เดินไปยิมในที่ทำงานได้ นี่เป็นความใส่ใจแบบเดียวกับที่เราใส่ใจในการผลิตรองเท้าและกระเป๋า Tod’s ยังไงละ” และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงาน Tod’s ส่วนใหญ่ไม่ลาออกไปไหน บางคนทำมายาวนานกว่า 40 ปีแล้วก็มี

Diego Della Valle และ Toni Ripani

ถัดจากอาคารสำนักงานใหญ่สุดอลังการ ตึกด้านข้าง 2 ตึกที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ตึกหนึ่งมีเนื้อที่ 16,000 ตร.ม. อีกตึกหนึ่ง 11,000 ตร.ม. ก็คือโรงงานของ Tod’s S.p.A ซึ่งเป็นที่ผลิตรองเท้า Tod’s, Hogan, Roger Vivier, และ Fay แบรนด์ทั้งสี่ในเครือ Tod’s ครั้งนี้ Tod’s เปิดให้เราชมทุกขั้นตอนของการทำรองเท้ากอมมิโนสุดคลาสสิกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกในโรงเก็บและตรวจหนังที่มีขนาดถึง 6,000 ตร.ม. มีหนังแทบทุกประเภททุกสีที่โลกนี้จะมีได้ หนังเหล่านี้จะได้รับการตรวจเช็กโดยคุณลุง Toni Ripani  คราฟต์สแมนคนสำคัญผู้ดูแลโรงงานนี้ที่ทำงานมายาวนานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของดิเอโก หนังที่ผ่านการตรวจคุณภาพที่มีสี ความหนา และเนื้อสัมผัสตรงตามที่ต้องการก็จะถูกส่งไปตัดตามแพตเทิร์นที่ดีไซเนอร์ร่างขึ้น ซึ่งก่อนที่ดีไซเนอร์จะร่างแพตเทิร์นรองเท้าขึ้นมาก็จะมีช่างขึ้นแบบรูปเท้าจากไม้เพื่อเลียนแบบเท้าจริงขึ้นมาก่อน รองเท้าบางรุ่นซับซ้อนขนาดต้องใช้หนังถึง 35 ชิ้นประกอบเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ถึงขั้นตอนเย็บและขึ้นรูปรองเท้าก่อนจะนำไปฟินิชชิ่งและตรวจสอบคุณภาพอีกครั้ง และห่อกระดาษบรรจุลงกล่องเป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยทุกๆขั้นตอนใช้คนงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านทั้งทำด้วยมือและควบคุมดูแลเครื่องจักรเพื่อให้ได้รองเท้าที่ดีที่สุดและไร้ที่ติออกมา

นอกจากรองเท้าที่เป็นสุดยอดไอคอนแล้ว Tod’s ก็ยังมีกระเป๋า D Bag เป็นอีกหนึ่งชิ้นระดับตำนานของแบรนด์ ทันทีที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 1997 กระเป๋าหนังเนื้อนุ่มน้ำหนักเบาที่มีลุคแคชวลแต่คลาสสิกให้สัมผัสหรูหราใบนี้ก็กลายเป็นใบโปรดของคนดัง ตั้งแต่ Princess of Wales, Gwyneth Paltrow ไปจนถึง Anne Hathaway ซึ่งในซีซั่นนี้ D Bag นำกลับมาปรับแต่งให้เบาขึ้นอีกในรูปทรงที่คมขึ้น และใช้แมตทีเรียลที่หลากหลายขึ้น มาพร้อมกับชื่อใหม่ว่า D Styling Bag และกลายเป็นใบโปรดของเหล่าดาราและแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์อย่างรวดเร็ว “ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าหรือกระเป๋า คุณมั่นใจได้ว่าการสร้างสรรค์นั้นจะอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน นั่นคือไร้ที่ติและใส่ใจทุกรายละเอียดเหมือนกับบรรยากาศที่คุณได้สัมผัสในสำนักงานของเราอย่างนั้นเลย” ดิเอโกกล่าวทิ้งท้าย

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH