SIGNATURE

ความสุขในอาชีพนักแสดงและความสัมพันธ์ที่แชร์กันได้ทุกเรื่องของคู่จิ้นสุดฮอต เต-นิว

จากบทชาวบ้านมาเป็นตัว 1 ของเรื่องที่ทุกคนรัก #พีทเก้า

03 DEC 2019

6 ปีที่พวกเขาคบกันมา เต-ตะวัน วิหครัตน์ และนิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ เรียกว่าความสัมพันธ์อยู่ในขั้นสนิท และกล่าวหนักแน่นให้แฟนคลับได้จิ้นกันไปอีกตราบนานเท่านานว่าจะสนิทกันต่อไปเรื่อยๆ “เขาเป็นคนที่ผมแชร์ทุกเรื่องได้” เตพูดถึงคู่จิ้น ซึ่งช่วยจบประโยคให้เหมือนอ่านใจกันออกว่า “ก็คนมันเป็นเพื่อนกันไปแล้ว” 

“แค่ประโยคเดียวในนิยายชุด Set Kiss ที่เขียนว่าพีทกับเก้าจูบกันในลานจอดรถ แค่นั้นแฟนๆก็เอาไปจิ้นกันแล้ว” นิวผู้รับบทเก้าชี้แจงต้นตอที่ลิขิตให้เขาได้เจอเพื่อนที่กลายเป็นคู่ขวัญในวันนี้ ขอบคุณความช่างมโนของคนดูที่ผลักดันให้พีท-เก้ามีตัวตนโลดแล่นในซีรี่ส์ถึง 4 เรื่อง ชีวิตของตัวละครถูกเขียนต่อยอดไปในอนาคต เล่าย้อนไปในอดีต เป็นมหากาพย์อย่างกับ Star Wars “มันเป็นบทที่ทำให้เราก้าวจากบทชาวบ้านมาเป็นตัว 1 ของเรื่องได้” เตกล่าวด้วยสุ้มเสียงสำนึกบุญคุณ “ซึ่งเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุดแล้วสำหรับคนที่ไม่เคยคิดว่าจะเข้าวงการบันเทิงอย่างเรา”

นิว: เสื้อเชิ้ตผ้าค็อตตอนพิมพ์ลาย กางเกงผ้าไหม เข็มขัดผ้าหัวโลหะ รองเท้าผ้าใบ ทั้งหมดจาก PRADA เต: เสื้อเชิ้ตผ้าค็อตตอนพิมพ์ลาย สเวตเตอร์ผ้านิตลายกราฟิก กางเกงผ้าไหมลายทาง เข็มขัดผ้าหัวโลหะ รองเท้าหนังพื้นยาง ทั้งหมดจาก PRADA

ถามว่าเป็นนักแสดงได้อย่างไร สองคนตอบแทบจะประสานเสียงกันว่ามันจำเป็น เมื่อบริษัทเลิกผลิตรายการเพลงแล้วหันมาทำซีรี่ส์ เด็กในสังกัดอย่างพวกเขาจึงต้องย้ายอาชีพตามไปด้วย “ตอนนั้นคิดว่าจะเล่นซีรี่ส์ต่อหรือไปทำงานแบงก์ดี แต่วันที่ผมโดนเรียกไปสัมภาษณ์งานแบงก์คือวันที่ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นก็เลยไม่ได้ไปสัมภาษณ์ พอกลับมามีซีรี่ส์เรียกไปเล่นพอดี เริ่มจากเป็นชาวบ้านในซีรี่ส์เรื่องหนึ่ง ผมไม่เข้าใจการแสดงสักนิดเลย” นิวฉีกยิ้มหน้าชื่น ต้องทำโดยไม่เข้าใจอะไรเลย แล้วผ่านมาได้ยังไง “มันจำเป็นครับ ตอนนั้นตัดสินใจว่ามันคืออาชีพของเราแล้ว”

เตที่สูงวัยกว่าแต่เป็นรุ่นน้องในวงการของนิวเพราะเข้ามาทีหลังแค่ 3 เดือนตอบเสียงสุขุมว่า “ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามที่เราเลือกทำสิ่งนี้ไปแล้ว เราต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเราเอง ไม่ได้มีหลายเรื่องในชีวิตที่ผมลองแล้วพลาดและลองทำใหม่ไปเรื่อยๆ แสดงว่างานในวงการคงเป็นสิ่งที่เราชอบในที่สุดมั้งครับ เราสู้กับมันจนเจอจุดที่เราสนุกกับมันไปแล้ว ถ้าเราไม่ได้ตีกรอบให้ตัวเองไปก่อน แต่ลองเปิดใจและพยายามเรียนรู้ ผมว่าเราจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น อย่างตอนได้บทพีท ผมก็ไม่ได้คิดว่าเป็นบทชายรักชายหรือแนววาย คิดว่าเป็นแค่ตัวละครหนึ่ง โลกนี้มีคาแร็กเตอร์หลากหลายจะตาย แล้วเราก็โชคดีที่ได้แสดงกับเพื่อนก็คือนิวที่ทำรายการมาด้วยกัน สนิทกันอยู่แล้ว เราอุ่นใจขึ้นเยอะ”

“ไม่คิดหนักเลยครับ” นิวให้คำตอบอย่างที่น่าจะเดาได้จากคาแร็กเตอร์ของเขา “บทอะไรมาก็เล่น” ทัศนคติแบบนี้ทำให้เขาก้าวจากชาวบ้านมาเป็นตัวเอกของเรื่องในวันนี้ “แต่เราไม่ได้พรวดพราด เราไต่มาจาก 8, 6, 4 ขึ้นมาเรื่อยๆ เราได้เห็นคนนั้นคนนี้ระหว่างทางที่ขึ้นมา” ตัวอย่างชีวิตเพื่อนนักแสดงคนอื่นทำให้เขากลัว นิวยอมรับตรงๆ “กลัวมากว่าเราจะทำอะไรพลาด กลัวมีข่าวไม่ดี” เป็นครั้งแรกที่เขาหยุดนิ่งคิด “เคยมีเรื่องที่เราพลาด แต่เรื่องนั้นผมไม่ได้ตัดสินใจเอง ก็แย่ไปเลย หลังจากนั้นไม่เอาอีกแล้ว ใครแนะนำอะไรมาเราแค่รับฟังแต่ไม่เอามาทำตาม ถ้าพลาดด้วยตัวเองเรายังด่าตัวเองได้ ไอ้บ้าเอ๊ย แต่ถ้าพลาดเพราะคนอื่นแล้วเราจะพูดอะไรได้ สุดท้ายคือภาพเราที่เสีย คนไม่ได้มองว่าใครเป็นคนแนะนำให้เราตัดสินใจแบบนี้ ผมคิดว่าตัวเองมีสามัญสำนึกพอที่จะรู้ว่าอะไรดีไม่ดี หลังๆเลยยึดตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองนะครับ แต่เราตัดสินใจเองดีกว่า”

เต: โอเวอร์โค้ตผ้าวูล ถุงเท้า รองเท้าหนังตกแต่งโลหะ แว่นตา ทั้งหมดจาก GUCCI

เป็นข่าวก็เป็นกระแส เป็นกระแสก็แสดงว่ายังมีคนแคร์ ตรรกะแบบนี้กลายเป็นว่าเวิร์กในยุคนี้ไปแล้ว สองคนที่อยู่ในกระแสคู่จิ้นมานานมากยิ้มรับแม้จะดูแห้งแล้งไปสักหน่อย “แต่ถ้าเราไปโฟกัสกับเรื่องนี้มากไปเราจะมองไม่เห็นจุดอื่น ในซีรี่ส์ 1 เรื่องมีอะไรมากกว่านั้น คนมาดูซีรี่ส์เราเพราะอยากจะคลายเครียด อยากผ่อนคลายจากงานหรือการเรียน แต่ถ้าเขาได้อย่างอื่นด้วยนอกจากความฟินความจิ้นผมก็แฮปปี้ และมันคือสิ่งที่เราเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าอะไรคือเนื้อแท้ อะไรคือกระแส” เตวิเคราะห์จริงจัง “เราต้องพัฒนาเนื้อแท้ให้สมกับสิ่งที่เราได้มาด้วย ไม่งั้นเราก็กลวงครับ ยิ่งมีคนสนใจเรามากยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แต่มันคือดาบสองคมนะครับ ยิ่งเราอยู่ในกระแสมากคนก็จะตัดสินเราง่ายกว่าด้วย ทางเดียวที่เราจะทำได้คือทำตัวเองให้ดี พอมาอยู่ในจุดนี้เราต้องยอมรับอะไรหลายๆอย่าง เช่น ต้องยอมรับการโดนตัดสิน โดนว่าในสิ่งที่เราไม่ได้ทำผิด แต่คนตัดสินเราไปแล้ว เราไม่มีโอกาสได้อธิบาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าธรรมชาติของอาชีพเราเป็นแบบนี้ เราอยู่กลางสปอตไลต์ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง เวลาจะพูดแทนเราไปเองว่าเราเป็นยังไง”

“แรกๆผมเขินมากครับ มีคนมากรี๊ด” นิวเผยโหมดขี้อาย “พอไปแฟนมีตติ้งมีคนวิ่งตาม ตกใจมาก ไม่เก็ตอะไรแบบนี้เลย แต่สุดท้ายเราเข้าใจว่าแฟนคลับไม่ได้ต้องการอะไรจากเรา เขาแค่อยากให้ ให้กำลังใจ ให้ความรัก เขาชอบที่เราเป็นเรา ผมเลยเปิดทุกเรื่อง” แม้กระทั่งเรื่องความรักงั้นหรือ นิวถอนใจยาว… “ถ้ามีแฟนแล้วไม่มีงานผมก็เตรียมพร้อมกับการไม่มีงานแล้วกันครับ (ยิ้ม) เราเป็นนักแสดง เรารู้ว่าการเป็นคนอื่นมันเหนื่อย เวลาทำงานแล้วผู้กำกับสั่งคัตก็เพื่อให้เรากลับมาเป็นตัวเอง แต่ถ้าเรากลับมาเป็นตัวเองไม่ได้ก็ไม่น่าจะใช่ชีวิตที่ใครตามหา หรือใครที่ตามหาอยู่ก็เชิญเลยครับ แต่ไม่ใช่เรา

“อีกอย่างคือผมไม่ได้คิดว่าตัวเองดังขนาดที่จะมีคนมาสนใจมากมาย ดังนั่นต้องณเดชน์ครับ ถาม 100 คนแล้ว 95 คนบอกว่านั่นคือณเดชน์ คนรู้จักทั้งประเทศ เราอาจจะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราเตรียมพร้อมเสมอ ถ้ามันมาถึงเราพร้อมที่จะไป ถ้าเราลงไปข้างล่าง เราก็พร้อมรับมือ นี่ผมเรียนจบโทมาแล้วไม่รู้สักนิดว่าจะเอาไปทำอะไร แต่เพราะอนาคตไม่แน่นอน เรามีเอ็มบีเอติดตัวไว้ถ้าต้องไปสมัครงานแบงก์อีกรอบจะได้อัพเกรดตัวเองขึ้นมา” พูดอย่างกับจะลาออกจากอาชีพนักแสดงไปเป็นพนักงานธนาคาร “ผมไม่ต้องทำเป็นอาชีพก็ได้ แต่ยังไงเราก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการเงินในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่เพิ่งมาเรียนรู้เรื่องการเงินตอนต้องจ่ายภาษี”

นิว: เสื้อเชิ้ตผ้าค็อตตอนพิมพ์ลายตัดต่อ จาก LOUIS VUITTON กางเกงเดนิม รองเท้าหนังตกแต่งโลหะ ทั้งสองจาก GUCCI

ภายในเวลาไม่กี่ปีจากที่ว้าวุ่นใจว่าใช่สิ่งนี้หรือที่จะทำในชีวิต วันนี้เตกับนิว--ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ ทั้งสุ้มเสียงและแววตาสุขและสนุกกับการได้กรอกในช่องอาชีพว่า ‘นักแสดง’ “ความสุขอย่างหนึ่งคือคนรักตัวตนเรา ไม่ได้รักแค่บทบาทที่เราแสดง เวลาเราทำอะไรเขาพร้อมสนับสนุน เราเลยได้ทำสิ่งดีๆไปด้วยกันเยอะ ผมเคยจัดนิทรรศการภาพถ่าย ผมชอบถ่ายรูปแล้วเสียดายที่คนตาบอดไม่มีโอกาสได้เห็นความสวยงาม แต่ผมเป็นคนคิดเล็ก คิดจะขายรูปละ 1,000 ผมไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะมีคนซื้อ แต่มีคนแนะนำให้ผมประมูลรูป สุดท้ายผมได้เงินมา 650,000 ถ้าผมขายรูปละ 1,000 ผมมี 50 รูปก็ได้เงิน 50,000  ค่าจัดงานยังไม่พอ แล้วยังจะคิดว่าเข้าเนื้อก็ไม่เป็นไร เราอยากทำบุญ แต่กลายเป็นว่าเราได้เงินมาเยอะอย่างน่าตกใจ เอาไปบริจาคได้หลายแห่งเลย เป็นข้อดีที่พอได้เข้าวงการ เราเปิดใจคบคนหลากหลายที่เกื้อหนุนกันและเก่งกันคนละด้าน ถ้าเป็นแต่ก่อนเราก็คบแต่เพื่อนกลุ่มเดิมๆที่คงคิดจะขายรูปละ 1,000 กันทั้งกลุ่ม” เตตอบคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดที่ได้เป็นนักแสดง

หันถามนิวและลุ้นมากกับคำตอบของคำถามที่ว่าวันนี้ที่เขามีรายได้เยอะแยะจากงานแสดง มีความสุขกว่าวันที่ยืนแจกใบปลิวได้ชั่วโมงละ 500 ไหม แน่นอนว่าเขาไม่เสียเวลาคิดสักนิดเมื่อตอบว่า “ไม่เลย วันนั้นที่ผมแจกใบปลิวผมก็แฮปปี้” แล้วอยากแจมตอบคำถามเดียวกับที่ถามเตบ้างว่า “สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด น่าจะเป็นล่าสุดที่ได้เล่นหนัง ไม่คิดว่าจะมีคนเรียกผมไปเล่น ทีมงานบอกว่าแคสต์มา 1,000 กว่าคน พอมาเจอนิว มันใช่พอดี มันมีสิ่งที่มายืนยันว่ามีคนเห็นที่ฝีมือเรา” เขาได้กลิ่นหมูสะเต๊ะที่เตรียมไว้เป็นมื้อกลางวันก็เตรียมจะลุกไปหลังจากตอบคำสุดท้ายว่า “วันนั้นที่เราตัดสินใจว่าจะไม่เป็นพนักงานแบงก์ก็ไม่แย่นะ เราไม่ได้ตัดสินใจผิด”

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์

PHOTOGRAPHER: AKKAPON KUMPUSAN


STYLIST: TANWA TIAMMEK

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH