FASHION

ชมฝีมือนักออกแบบรุ่นใหม่กับ 20 ผลงานแฟชั่นนิพนธ์ของ FASH21 โดย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว

ผลงานของแต่ละคนจะแสดงตัวตนและเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ดีขนาดไหนมาดูกัน

13 AUG 2021
Digital Fashion Editor

RACHATA RATANAVIROTKUL

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบ้านเรายังไม่มีทีท่าว่าจะกลับสู่ปกติในเร็วๆ นี้ แต่เด็กรุ่นใหม่หัวใจรักแฟชั่น ว่าที่อนาคตของวงการแฟชั่นไทยต่างก็ต่อสู้และเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นนิพนธ์เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่และแตกต่างในแบบฉบับของตนเอง วันนี้แอลจะพาทุกคนมายลโฉมและชื่นชมผลงานของเหล่านิสิตแฟชั่นจากรั้ววิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (FASH SWU BY CCI) โดยนำเสนอแฟชั่นนิพนธ์ ผ่านแนวคิดสร้างสรรค์ในสภาวะแวดล้อมอันจำกัดในการออกแบบแฟชั่น โดยนิสิตทุกคนได้ทำการนำเสนอผลงานสุดท้ายด้วยความท้าทายใหม่ให้กรรมการผ่านโปรแกรม zoom รูป Lookbook และ VDO ผ่านสายตาการกำกับและถ่ายทอดของแต่ละคนเอง เพื่อสร้างความแตกต่างที่แต่ละคนมีอย่างสุดโต่ง ภายใต้ข้อจำกัดที่มี แฟชั่นนิพนธ์ในยุคโควิด-19 ทั้ง 20 ผลงานในปีนี้จะงดงามและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านแอลมากน้อยแค่ไหน เราไปชมกันเลย

READY TO LOVE

นายภาวิต ประวัติ (หวีด) / PAWIT PRAWAT (VEED)

ทำไมต้องเคารพ ธงชาติ ทำไมต้องโดนล้อ ทำไม่ต้องประสบภัยธรรมชาติ ทำไมต้องบวช ทำไมต้องแต่งงาน จากคำถามสู่การออกแบบ ที่ตั้งคำถามว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร ถูกบอกเล่าเรื่องราวการแสดงพลวัฒน์ ผ่านการออกแบบ โดยการใช้โครงร่างที่ดึงดูดความสนใจ ผ่านสิ่งที่เห็นจนคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็น ธงชาติ อนุสาวรีย์ โครงชุด โดยใช้เรื่องราวเด็กชายคนนึงที่ไป โรงเรียนแล้วต้องเคารพธงชาติ อ้วนจนโดนล้อ อาศัยอยู่ในบ้านที่มีน้ำท่วมทุกปี พอครบอายุก็ต้องบวชทั้งที่ไม่อยาก กลับบ้านไปมีแต่คนถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน อยากให้มีงานแต่งมีลูก จึงเริ่มศึกษาว่าเหตุใดจึงเกิดปัญหาเหล่านี้ ค้นพบคือการทำ propaganda ของผู้มีอำนาจ จึงนำสิ่งเหล่านั้นมาเสียดสีแบบไม่ตัดสินผิดชอบชั่วดี ออกแบบเป็นเครื่องแต่งการสร้างสรรค์ ที่ใช้แนวคิดคือการเสียดสีภูมิปัญญาไทย เพื่อแสดงพลวัฒน์ของสังคมในยุคปัจจุบัน

Forcing Flowers to BLOOM

นางสาวอินทิรา กลิ่นสละ (นุ๊ก) / INTIRA KLINSALA (NOOK)

ความเจ็บปวดของผู้หญิงที่เติบโตมาภายใต้สังคมปิตาธิปไตย ที่โดนล่วงละเมิด กดขี่ กล่าวโทษหรือการถูกโจมตี แม้ว่าจะเป็นผู้ถูกกระทำและโดนตัดสินแม้กระทั่งสิทธิในการแต่งกายอย่างอิสระ ข้าพเจ้าจึงอยากถ่ายทอดความรู้สึกของเหยื่อจากการให้สัมภาษณ์ของเรื่องราวที่เจ็บปวดให้ผู้คนที่ผ่านมาพบได้ตระหนักถึงบาดแผลที่อยู่ในใจเหยื่อ มากกว่าการที่จะกล่าวโทษ หรือตัดสินเหยื่อว่าสิ่งไหนถูกผิด

ผลงานคอลเล็กชั่นนี้จึงเกิดมาเป็นการตีความผ่านสัญลักษณ์ โดยให้ผู้หญิงแทนดอกไม้แต่ใช้วัสดุที่มีความแข็งและหนา เพื่อให้ขัดแย้งกับขนบเดิม ๆ ที่คนมองว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอบอบบางโดยใช้เศษผ้าจากเสื้อผ้ามือสองที่มีลักษณะคล้ายเสื้อผ้าที่เหยื่อเคยสวมใส่ นำมาถักทอด้วยเทคนิคการทอพรมเช็ดเท้า โดย deverlop silhouette ให้คล้ายลักษณะของอวัยวะเพศ เพื่อแสดงออกว่าร่างกายเป็นของเรา เรามีสิทธิ์ในการแต่งตัวอย่างอิสระ ใช้สีที่ได้จากภาพวาดบอกเล่าความรู้สึกของเหยื่อแทนที่ความเจ็บปวด เพราะแต่ละคนมีสีของความเจ็บปวดที่ต่างกัน ใช้ลายแต้มจุดเพื่อแสดงถึงตำหนิและความบิดเบี้ยวที่สังคมแต่งแต้มให้ ผนวกกับแนวคิดจากงาน driving image show ของ ศิลปิน yayoi kusama ที่เปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นพลัง โดยสร้างผลงานศิลปะจากอาการป่วยของเธอ

ASN FAM

นางสาวอนุธิดา สุขภิญโญโอฬาร (นุ๊ก) / ANUTIDA SUKPINYO-OLARN (NOOK)

แรงบันดาลใจของคอลเล็กชั่น ASN FAM มีที่มาจากรูปของครอบครัวในสมัยเด็ก ที่มีการแสดงความผูกพันธ์ การแสดงความรักต่อกัน เช่น การอุ้ม การกอด การหอม จึงพัฒนาแนวคิดโดยการตัดทอนรูปภาพแห่งความทรงจำให้เกิดเป็นลวดลายเส้นสายต่างๆ ที่มีความน่าสนใจ และนำไปต่อยอดทำเทคนิคลงบนเสื้อผ้าให้เกิดความสวยงาม ภูมิปัญญาไทย คือ Patchwork และ การเย็บผ้าห่ม โดยผู้วิจัยได้ลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้จาก Lunla Studio ปิ่นเกล้า และพัฒนาต่อยอดวิธีการจากภูมิปัญญาไทยแบบดังเดิม ผสมผสานกับเทคนิค พื้นผิวอื่นๆ เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ และทำให้เกิดลวดลายที่ต้องการ

Attached to nothing

นางสาวตะวัน คงทน (ตะวัน) / TAWAN KHONGTHON (TAWAN)

เมื่อผู้คนเริ่มบริโภค Fast Fashion มากขึ้น ทำให้เกิดปริมาณเสื้อผ้าเหลือใช้เป็นจำนวนมาก และอุตสาหกรรมแฟชั่นยังเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน จึงได้เกิดแนวคิดการนำเสื้อผ้าเก่าเหลือใช้หรือชำรุดมาพัฒนาเป็นเสื้อผ้าตัวใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานเพลง Guns for hands-Twenty one pilots ที่พูดถึงเด็กที่หมดหวังให้มีความหวังขึ้นอีกครั้ง เหมือนกับการนำเสื้อที่ถูกทิ้งให้นำมาใช้ได้อีกในรูปแบบใหม่ ภายในคอลเลคชั่นจึงมีประโยคสร้างแรงกำลังใจ และลวดลายที่มาจากการคอลลาจนิตยสารเก่า โดยอิงรูปครอบครัวที่เป็น1ในกำลังใจสำคัญเป็นรูปต้นแบบ คอลเล็กชั่นนี้ยังสร้างผลงานด้วยภูมิปัญญาการซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยมือที่พัฒนาเทคนิคการชุนให้เกิดเป็นดีเทลของชุด และออกแบบโดยอิงหลักปรัชญา “HAVE A MIND THAT IS OPEN TO EVERYTHING, AND ATTACHED TO NOTHING” - Dr.Wayne W. Dyer คือการเปิดกว้างและไม่ยึดติด ทำให้เกิดการออกแบบเสื้อผ้าตัวใหม่ที่ไม่คำนึงถึงฟังก์ชั่นการสวมใส่แบบเดิมของเสื้อตัวเก่า  

Bow’s JOB

นางสาวนวพร ลิขิตธนพงศ์(โบว์) / NAVAPORN LIKITTHANAPONG (BOW)

มุมมองของบุคคลที่3 บุคคลภายนอกหรือตัวผู้ออกแบบที่ตั้งคำถามถึงอาชีพพนักงานบริการ (sexworkers) ว่าเป็นอาชีพที่มีความขัดเเย้งกันระหว่าง ศีลธรรมกับหลักสิทธิมนุษยชน ผ่านการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ โดยผลงานได้พูดถึงกรอบของหลักศีลธรรมที่สอดแทรกอยู่ในข้อกฎหมาย ซึ่งขัดเเย้งกับหลักของสิทธิมนุษยชน อาทิ การแบ่งแยกชนชั้น ไม่ใช่เเค่ชนชั้นสูง-ชนชั้นสามัญ เเต่รวมไปถึงชนชั้นสามัญ-sexworke ด้วยเทคนิค Thai Wisdom / BCG ผ่านวัสดุหลักที่ใช้  ได้แก่  กระจกเกรียบที่ใช้บูรณะวัดสุทัศ สื่อแทนกรอบของศีลธรรมในสังคมไทย เเละเลนส์สายตาที่หมดอายุ สื่อถึงการมองเห็นที่ผู้คนใช้ตัดสิน กันและกัน

DOMINATRIX DREAMS

นายชายชล สําลีทองสกุล (โอ๊ค) / CHAYCHOL SUMLEETHONGSAKUL (OAK)

ความชอบและหลงใหลในบทเพลงและศิลปินเป็นจุดเริ่มของแรงบันดาลใจในการสร้างคอลเลคชั่นนี้ อัลบั้ม Erotica ของ Madonna นับตั้งแต่ถูกปล่อยสู่สายตาชาวโลกในปี 1992 ก็ยังคงสร้างบรรทัดฐานและเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจนถึงปัจจุบัน ผู้ออกแบบจึงนำเอาความชื่นชอบในบทเพลง ภาพจากสื่อและการแสดงมาตีความ ออกแบบและนำมาผสมผสานกับลักษณะจังหวะการนุ่งหุ่มร่างกายของคนไทยในสมัยก่อนที่มีทั้งการ เหน็บ รัด มัด นุ่ง ที่มีความเชื่อมโยงกันเพียงต่างกันที่วิธีสวมใส่ของรสนิยมความแบบเฟติช (Fetish) การมัดแบบ Bondage มาผนวกกับการนุ่งห่มร่างกายของคนไทย ผ่านเทคนิคและการพัฒนาโครงสร้าง Silhouette & Structure รวมถึงถ่ายทอดเรื่องเพศในมุมมองด้านสุนทรีและความงามจากการตีความและศึกษาผลงานของศิลปิน ผ่านเทคนิคต่างๆในการต่อยอดพัฒนาสู่เสื้อผ้าสตรีร่วมสมัย

HAPPY PLACE, ARMAGEDDON

นางสาวสิริลักษ์ หนูเอียด (มุก) / SIRILUK NOOAIED (MOOK)

แรงบันดาลใจหลักได้จาก การ์ตูนเรื่อง Flinstone ที่ชอบดูในวัยเด็ก ที่มีความน่ารัก สีสดใส แต่พอได้ศึกษาความเป็นมาของการสร้างการ์ตูนเรื่องนี้ทำให้ได้รู้ว่า Flinstone ไม่ได้อยู่ในยุคหิน และมีการเสียดสี แต่เป็นยุคอนาคตที่หลังจากโลกได้ล่มสลาย มีการแบ่งชนชั้นถ้ามีฐานะจะได้อยู่ลอยฟ้า และถ้าไม่มีฐานะจะได้อยู่บนพื้นดินที่สภาพแห้งแล้งเต็มไปด้วยหิน แรงบันดาลใจรอง มาจาก ซีรีย์ Snowpiecer เป็นซีรีย์เสียดสีชนชั้นของผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายบนโลกหลังการล่มสลาย ที่อาศัยบนรถไฟโดยแบ่งผู้โดยสารตามฐานะ คนรวยอยู่ขบวนหน้า คนจนที่ขึ้นฟรีอยู่ขบวนสุดท้าย

HEFMANSHIP

นายชาติตระกูล อยู่เพ็ชร (ตอง) / CHARTTAKUL YUPET (TONG)

การออกแบบเครื่องแต่งกาย Knitwear ด้วยการถักและงานหัตถศิลป์ แรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่อง Winnie the pooh โดยมีสัตว์ประหลาดในจินตนาการในเรื่องชื่อ Heffalump & Woozle เป็นตัวแปลในการสร้างสรรค์ ซึ่งมีการพัฒนาภูมิปัญญา การถักต้นไม้นำไปผสมผสานกับศาสตร์การถักโครเชต์ และแนวคิด BCG การใช้วัสดุซ้ำอย่างคุ้มค่าหรือการนำกลับมาใช้ใหม่ของศิลปิน. ใน Collection นี้จะถ่ายทอดตัวละครที่นำมาทำเป็นแรงบันดาลใจให้มีความแตกต่างแต่อยู่บนพื้นฐานของความคุ้นเคย โดยแต่ละตัวจะนำเสนอการผสมผสานเทคนิคการถักที่แตกต่างกันออกไป

Depress by The Drag Queen

นายมีคม วงศ์เกียรติ์สุภาพ (เต๊อะ) / MEEKOM WONGKIATSUPARP (เต๊อะ)

ความเหมือนที่แต่งต่างของศิลปินแดร็กควีนและโรคซึมเศร้า นำมาสู่ผลงานสร้างสรรค์ “ Depress by The Drag queen ” โดยมีมุมมองจาก รูปแบบการแสดง และการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแต่งกาย การแต่งหน้า การทำผม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบุคคล เป็นปัจเจก ซึ่งสอดคล้องกับอาการขอผู้ป่วยจิตเวช ที่มีอาการของโรคซึมเศร้าที่จะมีการแสดงออกทางอารมณ์ หรือการบรรเทาอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อเข้าสู่สภาวะปกติได้ ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ โกรธ เศร้า วิตกกังวล เครียด หรืออื่น ๆ ซึ่งการแสดงออกและแก้ไข

เหล่านี้จะมีเอกลักษณ์ หรือวิธีเฉพาะบุคคล และไม่สามารถควบคุมได้ตลอดเวลาทั้งอารมณ์ ความรู้สึก หรือการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าของการเป็นศิลปินแดร็กควีน ซึ่งตัวผมเองนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของทั้งสองอย่างข้างต้น ทั้งการเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และ ศิลปินแดร็กควีน โดยนำเสนอในรูปแบบเครื่องแต่งกายไร้เพศ ผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้ด้านการออกแบบ และพหุศิลปะเชิงภูมิปัญญาไทย ได้้แก่ผ้าขาวม้าตัวแทนของสิ่งที่ควบคุมได้ และการมัดย้อมและผ้าบาติกตัวแทนของสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้

ROCKETMAN

นายจรณินทร์ ทองริ้ว (ข้าวโอ๊ต) / JARANIN THONGRIL (KHAWOAT)

แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Rocketman ภาพยนตร์ชีวประวัติสุดตระการตาของท่านเซอร์เอลตัน จอห์น ที่หยิบเรื่องราวตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก การหลงรักดนตรี และการก้าวมาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ดนตรี แต่ก็เจอมรสุมชีวิตมามากมาย ทั้งเรื่องยาเสพติด เงินทอง และเรื่องเพศ ก่อนที่เขาจะเข้ารับการบัดบัดในเวลาต่อมา โดยภาพยนตร์จะเน้นแค่ช่วงชีวิตของเอลตันจนถึงยุค 80 ซึ่งหากใครที่เติบโตมาในยุค 90 นักออกแบบจึงนำเรื่องราวของท่าน Sir Elton John มาร้อยเรียงเป็นคอลเลคชั่น โดยการนำเอาสี การแต่งกายในยุค 70 การใส่สูทแบบชาวอังกฤษ นำ silhouette ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Rocketman เพิ่ม Texturesจากการทำเทคนิคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการทำเครื่องกระดาษหัตถกรรมชาวบ้านของไทย

REMEMBER ME

นางสาวชญานิน ชนกโอวาท (นิ้ง) / CHAYANIN CHANOKOWAT (NING)

คอลเล็กชั่นนี้เป็นการเล่าเรื่องราวช่วงวัยมัธยมปลายของตัวเอง โดยเราต้องการถ่ายทอดชีวิต และความทรงจำที่มีอยู่ให้ออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งเราได้เลือก กระดาษ มาเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องครั้งนี้ เพราะกระดาษเป็นสิ่งที่เราใช้ขีดเขียนเรื่องราว รวมถึงสอดแทรกอยู่ในทุกการทำงานของเราในช่วงม.ปลาย เนื่องจากตอนม.ปลายเราเรียนสายศิลปกรรม ซึ่งนอกจากวิชาเรียนปกติแล้ว เรายังมีเรียนวาดรูปในหลายๆ รูปแบบ ทุกการสร้างผลงานจะถูกเก็บไว้ในผืนกระดาษแผ่นบาง โดย silhouette texture และ material ในคอลเลกชั่นนี้ ล้วนมาจากการหยิบยกเหตุการณ์ และความทรงจำในช่วงชีวิตนั้นๆมาผสมผสานกัน จนสุดท้ายก็ได้ถ่ายทอดผลงานออกมาในคอลเล็กชั่น

REUNION

นายกฤษณวัฒน์ นิลเขียว (เนส) / KRITSANAWAT NINKHEAW (NEST)

เมื่อฉันต้องการกลับไปพบเพื่อนงานสังสรรค์ที่เกิดจากการกับมาพบกันอีกครั้งที่ยอดฮิตที่สุดของผม คือ การที่ได้พบกับเพื่อนในงานบวช ซึ่งงานบวชเพื่อน ทุกครั้งมักมีธีมในการแต่งกายในรูปแบบสร้างสรรค์ จึงทำให้ผมได้นำเอาแรงบันดาลใจนี้มาถ่ายทอดผ่าน การพัฒนาแนวคิดเสื้อผ้าไม่ระบุเพศ ในรูปแบบ Creative Ready-to-Wear โดยนำเรื่องราวอาชีพ การแต่งกาย ในวันทำงาน ผสมผสานกับการแต่งกายเมื่อเพื่อนไปงานบวช สิ่งที่แตกต่างกันสุดขั้วนำเอามาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ รวมไปถึงการนำองค์ประกอบของ Thai Wisdom และแนวคิดรักษาสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดความร่วมสมัยและสอดคล้องกับยุคปัจจุบัน

Imaginary place

นางสาวชลฎา เหลืองกังวานกิจ (อุ้ม) / CHONLADA LUANGKANGWANKIJ (OUM)

ผลงานคอลเล็กชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะ ของ Henry Darger ศิลปินชาวอเมริกันที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยของกลุ่มเด็กผู้หญิงที่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ผ่านภาพวาดสีน้ำในฉากทุ่งดอกไม้สีสันสดใส เปรียบเสมือนโลกแห่งจินตนาการที่ศิลปินสร้างขึ้นมา เพื่อหลีกหนีโลกแห่งความจริงที่โศกเศร้างานศิลปะของ Henry Darger บางส่วนมีลักษณะคล้ายคลึงกับภาพเขียนสัตว์หิมพานต์ของไทย ซึ่งเป็นสัตว์ลักษณะพิเศษที่ถูกวาดขึ้นตามจินตนาการของช่างไทย จากคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิกถา ด้วยความที่สัตว์หิมพานต์เป็นสัตว์ที่ไม่มีอยู่จริง ทำให้ศิลปินต้องใช้จินตนาการเป็นอย่างมากในการวาดภาพ ทำให้สัตว์หิมพานต์ที่เกิดขึ้นนั้น มีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามจินตนาการของช่างแต่ละคน ผู้วิจัยจึงสนใจนำแนวคิด การสร้างงานศิลปะจากการอ่านคำพรรณนา จากไตรภูมิกถามาเขียนภาพสัตว์หิมพานต์โดยใช้จินตนาการของผู้วิจัยเอง โดยใช้การจัดองค์ประกอบของจิตรกรรมฝาผนัง และงานของศิลปิน Nomin Bold เพื่อสร้างสรรค์ลวดลายผ้าที่สามารถเล่าเรื่องราวของนิทานชาดกในรูปแบบที่ทันสมัย

NITI S. and The Secret of Wizard Journey

นายนิธิวรรธ สกุลศรีประเสริฐ (บิ๊ก) / NITIWAT SAKULSRIPRASERT (BIG)

เมื่อความฝันของผมคือการมีเวทมนตร์... การตั้งคำถามถึงความฝันในวัยเด็ก? “Harry potter” ภาพยนตร์ในดวงใจที่สร้างจินตนาการให้กับวัยเด็กของผม สู่การพัฒนาแนวคิดผลงานออกแบบเครื่องแต่งกายรูปแบบ Creative Ready-to-wear โดยการเชื่อมโยงเรื่องราวความหัศจรรย์ของโลกเวทมนตร์ และหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น การลอยตัวบนไม้กวาดกับทฤษฎีแรงแม่เหล็ก การปรุงยา, เล่นแร่แปรธาตุกับปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก และการสร้างฟอร์มจากผ้าคลุมล่องหน ให้เกิดเป็นองค์ประกอบของผลงาน ทั้ง silhouette texture และ material ที่ผสมผสานเรื่องราวในอดีตกับอนาคตให้เกิดความแปลกใหม่ในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันดีไซเนอร์ยังคำนึงถึงการพัฒนาผลงานอย่างยั่งยืนโดยการนำภูมิปัญญาไทย การทอผ้าสไบ ที่มีความน่าสนใจและโดดเด่น รวมทั้งการนำวัสดุลวดความร้อนเหลือค้างสต๊อก มาพัฒนาเป็นเทคนิคในผลงาน เพื่อเป็นการร้อยเรียงเรื่องราวความมหัศจรรย์ของโลกเวทมนตร์ แนวคิดของผลงาน และกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุดในผลงานคอลเล็กชั่นนี้

MEE TOO

นางสาววรัญญา ซินเอา (มี่) / WARANYA CINOUR (MEE)

เพราะเสื้อผ้า ทำให้ผู้หญิงถูกคุกคามทางเพศได้จริงหรือ? โดยปกติแล้วเราเป็นคนที่แต่งตัวเซ็กซี่ เลยทำให้ภาพลักษณ์ที่ออกมา เป็นไปในแนวทางที่ค่อนข้างดึงดูดต่อเพศตรงข้าม ส่งผลให้ในหลายๆครั้งมักจะได้รับ comment ในเชิงลบเกี่ยวกับการแต่งกาย ซึ่งสิ่งที่เจอมาไม่เพียงแต่มาในรูปแบบของ comment เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาในรูปแบบของการนำรูปภาพไปตัดต่อ แต่งนิยายจินตนาการเชิงอนาจาร รวมไปถึงการนำรูปภาพไปสำเร็จความใคร่ เราจึงได้ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกผ่านงาน Performance art ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานของ Melati Suryodarmo ซึ่งศิลปินได้ใช้ร่างกายเป็นสื่อในการแสดงออก อาทิ การคลื่นไส้อาเจียน โดยการแสดงจะประกอบไปด้วยท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่รุนแรงไร้การปรุงแต่งมาใช้กับผลงาน สิ่งที่เราพบเจอทำให้เราสัมผัสได้ถึงความถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศ ที่มาในรูปแบบของการแต่งกาย และเรามีความเชื่อที่ว่าผู้หญิงทุกคนสามารถแต่งตัวตามความพึงพอใจและเป็นตัวของตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์คุกคามทางเพศเช่นเดียวกันกับที่เราเจอมา

S.SANG SAWANG

นางสาวสุธารินี แสงสว่าง (ปิ่น) / SUTHARINEE SANGSAWANG (PIN)

คอลเล็กชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธุรกิจครอบครัวของผู้ออกแบบ เนื่องจากคุณพ่อและคุณแม่ ประกอบธุรกิจตัดชุดเครื่องแบบข้าราชการ โดยเฉพาะชุดทหาร ทำให้เกิดเศษผ้าลายทหารเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ออกแบบจึงอยากนำเศษผ้าเหล่านั้นมาต่อยอด และนำเสนอเรื่องราวสิ่งที่ตัวเองได้ซึมซับมาตั้งแต่เด็ก เชื่อมโยงกับความผูกพันธ์ในครอบครัวโดยการนำความชื่นชอบของคุณพ่อ คือ งานบุญรื่นเริง ซึ่งทางครอบครัวมีโอกาสได้จัดงานบุญกฐินขึ้นที่ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จึงได้นำแรงบันดาลใจทั้งสองเรื่องราว มาผสมผสานกันเป็นผลงานแฟชั่นนิพนธ์ของผู้ออกแบบในครั้งนี้

B A L L E T nimation

นางสาวปารินทร์ เลิศพิทยานุกุล (อะตอม) / PARIN LERTPITTAYANUKUN (ATOM) 

ในคอลเล็กชั่นนี้ ดีไซเนอร์ได้รับแรงบัลดาลใจจากภาพวาดนักบัลเล่ต์ของเอ็ดการ์ เดอกาส์ ที่แสดงถึงความ เคลื่อนไหวและท่าทางที่มีความอ่อนช้อยซึ่งเป็นคุณสมบัติของนักบัลเล่ต์ ทำให้ดีไซเนอร์นึกถึงภาพถ่ายการขยับ ร่างกายที่ถูกถ่ายแบบ low-speed shutter ที่เป็นรูปที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน จึงได้เกิดการนำเอาเทคนิค Scanimation ที่เป็นเทคนิคที่สร้างภาพเคลื่อนไหวได้บนผ้ามาเป็นองค์ประกอบ ร่วมกับพัฒนาภูมิปัญญาไทยอย่างเบาะ ลูกปัด ที่พัฒนาให้เทคนิคเกิดผลลัพธ์ที่มีความรู้สึกเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันในคอลเล็กชั่น

(MIS)ALIGNED

นางสาวจิตรลดา โชติคุณาพาณิชย์ (มุ่ย) / JITRADA CHOTIKUNAPANICH (MUY)

แรงบันดาลใจในคอลเล็กชั่น “ (MIS)ALIGNED ”  ได้มาจากโรคเกี่ยวกับระบบกระดูกต่างๆ โดยหยิบยกมา 3 โรค คือScoliosis, Duchenne Muscular Dystrophy (DMD) และโรค Marfan Syndome โดยนำความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกมาพัฒนาเป็น Silhouetteที่มีความบิดเบี้ยว ผสมผสานกับเสื้อผ้าแบบ “Adaptive Clothing” ที่เป็นรูปแบบเสื้อผ้าที่ดีไซน์มาเฉพาะให้กับกลุ่มคนที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อย มาพัฒนาต่อให้เกิดจุดเชื่อมโยงบนชุดและสอดคล้องกับโรคทั้ง 3 โรค โดยถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้ารูปแบบ Creative ready to wear ร่วมกับพัฒนาภูมิปัญญาไทยโดยหยิบยก การแพทย์แผนไทย ที่ได้ศึกษาในกลุ่มการแพทย์แผนไทยวัดเชตุพน (วัดโพธิ์) โดยได้ศึกษาเกี่ยวกับทางเดินของเส้นประธานสิบที่เป็นต้นตำรับของการนวดของไทยทั้งสิบเส้น ได้แก่ ปิงคลา ทุราวรี สุมนา อิทา กาลทารี สหัศรังสี จันทภูสัง รุทัง สิขินี และ สุขุมัง จึงนำทางเดินของเส้นและจุดการรักษาในเส้นนั้นๆมาปรับใช้ให้สอดคล้องไปกับโรคกระดูกทั้ง 3 โรค และ Adaptive Clothing โดยพัฒนาต่อผ่าน Silhouette,จุดเปิดปิด และtecnigue การกุ๊น เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานคอลเล็กชั่นนี้

SOUL Of CINDER

นายกิตติ เทพสุวรรณ (เกมส์) / KITTI THEPSUWAN (GAME) 

จุดเริ่มต้นของผลงานเกิดจากการที่ผู้วิจัยชอบเล่นเกมส์จนเกิดเป็นแนวคิดในการสร้างผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ Dark Soul ” ซึ่งเป็นเกมส์ที่ถูกจัดเป็นหนึ่งในเกมที่มีความยาก ต้องใช้ทั้งความพยายามและความอดทนเพื่อที่จะเอาชนะในแต่ละด่านได้ทำให้ผู้วิจัยที่มีความสนใจในจุดนี้และมีรสนิยมที่ชอบเล่นเกมส์ที่มีความท้าทาย จึงนำแนวคิดความท้าทายในแต่ละด่านนี้มาตีความเป็นภูมิปัญญาไทย ที่ต้องใช้ทั้งความพยายามและอดทน นั่นก็คือ ภูมิปัญญาการทอมือ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นผิวสัมผัสและลวดลายของผ้าทอ โดยการหาวัสดุที่ทำให้ผ้าทอมีรูปแบบและผิวสัมผัสคล้ายกับยีนส์ ซึ่งเป็นโครงชุดที่ได้จากเสื้อผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันรวมทั้งการย้อมเส้นทอด้วยสีธรรมชาติที่มีความยากและท้าทายกับตัวผู้วิจัยเองในการสร้างผลงานคอลเล็กชั่นนี้เนื่องจากแนวคิดคือความยาก ความท้าทาย จึงเลือกภูมิปัญญาเป็นการทอมือ และเพิ่มความท้าทายโดยการทอให้ป็นรูปแบบคล้ายยีนส์ และการย้อมสีธรรมชาติ ที่จะต้องสกัดสีและย้อมเองทั้งหมด เพื่อให้ได้งานที่ออกมามีสเน่ห์และคุณค่าในตัวของวัสดุที่ใช้เอง เช่นเดียวกับการฝึกฝนที่จะเอาชนะอุปสรรคในแต่ละด่านของเกมส์ที่มีความยากเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

LADY PUT YOUR HAND DOWN

นายชาญณรงค์ คงคา (ฟร้อง) / CHANNARONG KONGKA (FRONG) 

ผลงานคอลเล็กชั่นนี้เกิดจากความชื่นชอบและความสนใจในการชมการประกวดนางงาม ซึ่งการประกวดนางงามในแต่ละปีจะสะท้อนแนวคิดตัวตนและภูมิหลังของผู้หญิงแต่ละเชื้อชาติ ผ่านออกมาทางเสื้อผ้า ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะออกแบบเสื้อผ้าสไตล์ Creative evening dress โดยนำเรื่องราวของ Miss universe ปี2002 มาเป็นแรงบันดาลใจเนื่องจากเธอต้องถูกถอนออกจากตำแหน่งเนื่องจากไม่สามารถเลือกได้ว่าจะดำรงตำแหน่ง Miss universe และปฏิบัติหน้าที่ต่อ หรือเลือกที่จะกลับไปเรียนต่อเพื่อเป็นตำรวจ ผู้วิจัยจึงเกิดแนวคิดที่จะสะท้อนความแตกต่างของสิ่งที่ขัดดันอย่างสิ้นเชิง ชุดของราตรีผู้หญิง เน้นทรวดทรง และความสวยงาม กับเครื่องแบบตำรวจที่มีความแข็งแรง ทะมัดทะแมงในรูปแบบของผู้ชาย มาพัฒนาออกแบบโครสร้างชุดในรูปแบบ Creative evening dress เน้นการหยิบยกดีเทลในการประกวดนางงาม ซึ่งเป็นภาพจำทำให้เรานึกถึงเอกลักษณ์ของนางงามในแต่ละปี มาผสมผสานเป็นดีเทลบนชุด เช่น สายสะพาย ที่เป็นเครื่องเตือนใจผู้เข้าประกวดว่าเรากำลังทำหน้าที่อะไร รวมทั้งชุดเครื่องแบบที่เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงทำหน้าที่ของตำรวจต้องทำเพื่อประชาชน มาขึ้นโครงสร้างในการออกแบบครั้งนี้

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH