BEAUTY

มารู้จักกับแนวคิด Green Beauty ความงามที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนผสมจากธรรมชาติก็ได้คุณภาพเหมือนสารสังเคราะห์นั่นแหละ

11 NOV 2019
ฺBeauty Editor

MALLIKA BOONYUEN

แนวคิดเรื่อง Green Beauty หรือความงามที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นกระแสที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก แต่การจะปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและส่วนผสมให้เป็นมิตรกับธรรมชาตินั้นจะทำให้ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ด้อยลงด้วยหรือเปล่า?           
หลายๆครั้งเรามักถูกทำให้เข้าใจผิดว่าสกินแคร์จะเวิร์กได้ก็ต่อเมื่อมีสารเคมีเท่านั้น “ส่วนผสมจากธรรมชาติได้รับการรับรองและทดสอบในห้องแล็บพอๆกับสารสังเคราะห์นั่นละ” ผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tata Harper กล่าว สิ่งสำคัญคือการหาทางดึงเอาศักยภาพของสารสกัดเหล่านั้นมาใช้ให้เหมาะกับผิวให้มากที่สุดต่างหาก 2. คือคำว่า ‘ธรรมชาติ’ ‘วีแกน’ และ ‘ออร์แกนิก’ ในผลิตภัณฑ์ล้วนใช่จะหมายถึงความรักษ์โลกเสมอไป “ไม่ใช่แค่ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เท่านั้นที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม” Jo Chidley ผู้ก่อตั้ง Beauty Kitchen เผย “มันคือทุกรายละเอียดและทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะปลูกพืชพันธุ์ที่จะใช้เป็นส่วนผสม ไปจนถึงกรรมวิธีการผลิต วัสดุบรรจุภัณฑ์ วิธีการขนส่งเพื่อนำไปวางขายที่ร้านค้า จวบจนการย่อยสลายของผลิตภัณฑ์หลังการใช้” 3. คือการปรับเปลี่ยนวัสดุหรือส่วนผสมแทนของเดิมที่มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่นในแวดวงการผลิตสินค้าความงามกว่า 12,000,000,000 ชิ้นต่อปี มีเพียง 14% ของบรรจุภัณฑ์เท่านั้นที่เลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและอีกส่วนเพียงเล็กน้อยที่สามารถย่อยสลายได้ง่าย ในขณะที่กว่า 40% มีจุดจบที่ลานขยะกองโตที่หาทางกำจัดได้ยากยิ่ง 


ในขณะที่แบรนด์ต่างๆและผู้บริโภคเริ่มมีความตื่นตัวในปัญหาสิ่งแวดล้อมอันมีสาเหตุมาจากผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น คำถามก็คือ ‘เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ความงามที่ดีต่อโลกโดยไม่ลดระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ลงไป?’ ‘ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกทั้งหลายจะสามารถจัดการกับปัญหาเรื่องเม็ดสีผิวไม่สม่ำเสมอ สิวอักเสบ และริ้วรอยแห่งวัยได้หรือเปล่า?’ ซึ่งคำถามเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้เกิด (หรือไม่เกิด) คลื่นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างสิ้นเชิง เพราะในเมื่อคนส่วนใหญ่เข้าใจและใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนั่นก็ไม่ได้ความว่าประสิทธิภาพในการดูแลปัญหาผิวควรจะลดน้อยลงแต่อย่างใด 
ตอนนี้เราจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาพลาสติกไมโครบีดส์ได้ถูกแบนเป็นสิ่งต้องห้ามในแวดวงการผลิตเครื่องสำอางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงผลิตภัณฑ์จำพวกใช้แล้วทิ้งอย่างทิชชู่เปียกภายใน 25 ปีข้างหน้า และบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆก็ร่วมมือร่วมใจพร้อมเข้าสู่แผนพัฒนาลด ละ เลี่ยงการใช้พลาสติกนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อลดจำนวนขยะ
การหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ดีต่อสิ่งนั้นง่ายกว่าที่คิดและผลิตภัณฑ์ก็มีคุณภาพพอๆกับบรรดาไอเท็ม must-have ราคาแพงลิบลิ่วตามเคาน์เตอร์เลยทีเดียว หวังว่าในอีกไม่ช้าแบรนด์ยอดนิยมที่อยู่ในกระแสจะหันมาพึ่งพาส่วนผสมและกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่งที่เมื่อหันมาทำความเข้าใจและใส่ใจในเรื่องนี้มากขึ้น เราจะมองเห็นภาพรวมในส่วนหรือกระบวนการอื่นๆมากขึ้นด้วย และเชื่อว่าแนวคิด Green Beauty จะยังมีทางให้ไปได้อีกมากและน่าจะไปได้ดีด้วย

Natural Cosmetics อาจเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติเพียงบางส่วนหรือ 100% เพราะยังไม่มีคำนิยามที่ระบุอย่างแน่ชัด
Organic Cosmetics ใช้ส่วนผสมที่ปลูกและเก็บเกี่ยวโดยไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยสังเคราะห์ หรือกระบวนการ GMOs
Vegan Cosmetics ไม่มีส่วนผสมที่ได้หรือสกัดมาจากสัตว์ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
Cruelty-Free แนวคิดที่ว่าจะไม่มีการใช้ความทารุณในสัตว์ แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นวีแกนเสมอไป

Sensitive Night Cream ไนต์ครีมที่มีส่วนผสมสารสกัดจากดอกฝ้าย ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง (1,480 บาท) จาก BURT’S BEES

Face Mask & Scrub มาสก์และสครับทูอินวันผสานส่วนผสมจากแลคติกแอซิดที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน พรีไบโอติกที่ช่วยบำรุงผิว (1,370 บาท) จาก GALLINÉE

Revive Aruna Youth™ Complex Probiotic Age Delay SOS Serum เซรั่มลดเลือนริ้วรอยเข้มข้นมีส่วนผสมจากมะลิออร์แกนิก ช่วยกู้ผิวอย่างเร่งด่วนให้ดูสุขภาพดี (3,700 บาท) จาก PUÑPURI

Balancing SQ Oil R ออยล์เซรั่มเข้มข้นมีส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาให้ผิวพร้อมความผ่อนคลายให้จิตใจ (4,500 บาท) จาก THREE

Vinopure Clear Skin Purifying Toner โทนเนอร์ผสานคุณค่าการบำรุงจากซาลิไซลิกแอซิดและสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (1,035 บาท) จาก CAUDALÍE

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH