FASHION

Gucci เปิดตัว Gucci Garden ฉลองครบรอบ 100 ปี และการเดินทางกว่า 6 ปีของ Michele

พาทัวร์ Florence พร้อมชมแรงบันดาลใจในแต่ละคอลเล็กชั่นกันชัดๆ

20 MAY 2021
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

คราวนี้ Gucci ขอพาทุกคนเดินทางมายังต้นกำเนิดของแบรนด์อย่าง Florence พร้อมเปิดตัว Gucci Garden Archetypes ซึ่งก็คือ exhibition ครั้งยิ่งใหญ่ที่จัดแสดงผลงานการเดินทางกว่า 6 ปี ของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์มากความสามารถอย่าง Alessandro Michele ให้ได้รับชมกันจากบ้านผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องในโอกาสครอบรอบ 100 ปี Gucci โดยใน exhibition ได้รวบรวมแคมเปญของแบรนด์ทั้งหมด 15 แคมเปญของ Michele ในแต่ละคอลเล็กชั่นที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและตัวตนของเขาผ่านการรังสรรค์เครื่องแต่งกายมากมายที่ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าในทุกช่วงเวลาจนถึงทุกวันนี้

โดยใน exhibition นี้จะพาทุกคนเข้าชมเรื่องราวของแต่ละแคมเปญกันแบบเสมือนจริง พร้อมเจาะลึกแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของ Michele ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ และการเดินทาง รวมไปถึงวัฒนธรรมป๊อปที่สะท้อนผ่านแคมเปญของ Gucci อีกมายมาย ที่ภายใน exhibition จะทำให้เราได้สัมผัสบรรยากาศแบบ 360 องศาเหมือนกับได้ไปเยือน Florence จริงๆ โดยภายใน exhibition จะถูกแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ ตามผังของสถานที่จริงที่เข้าไปแล้วจะเจอกับ Boutique, Bookstore และห้องอาหาร Gucci Osteria เพื่อต้อนรับเหล่าผู้มาเยือน

และเริ่มเข้าสู่ exhibition กันที่ชั้น 1 ที่ถูกแบ่งโซนตามคอลเล็กชั่นหรือแคมเปญต่างๆ ซึ่งจะมีทั้งหมด 8 ห้อง ด้วยกัน ได้แก่ Control Room ที่เปรียบเสมือนห้องโถงของบ้านในรูปร่างหน้าตาคล้ายห้องที่รวบรวมกล้องวงจรปิด ซึ่งแต่ละจอก็จะแสดงภาพการเดินทางของคอลเล็กชั่นต่างๆ ตลอดการเดินทางทั้ง 6 ปี ของ Alessandro Michele กับ Gucci

The Dionysus Dance’ Cruise 2016

เริ่มกันที่ห้องแรกอย่าง ‘The Dionysus Dance’ Cruise 2016 โดยในห้องนี้จะแสดงภาพผู้คนที่เปรียบเสมือนภาพลวงตากำลังเต้นกันอยู่ในห้องๆ หนึ่ง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแคมเปญ Gucci Cruise 2016 หรือ trompe l'oeil ที่เป็นภาพลวงตาที่แสดงผ่านกระจกเขาวงกตและผนังเคลื่อนไหวได้ จิตรกรรมฝาผนังของ Castello Sonnino ซึ่งเป็นที่ดินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน Montespertoli-Florence ได้เป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองและสง่างามของแคมเปญนี้

Tokyo Lights’ Fall Winter 2016

และต่อกันด้วยห้องถัดมาอย่าง Tokyo Lights’ Fall Winter 2016  ซึ่งเป็นห้องที่ 2 ที่ย้ายแคมเปญ Gucci Fall Winter 2016 จากโตเกียวมาไว้ที่นี่ ด้วยการรังสรรค์รถบรรทุกที่จอดอยู่ในห้องที่มีแสงไฟนับพันดวง ให้เป็นพาหนะตามทางเลือกของคนหนุ่มสาวที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางความฝันอันอ่อนล้าของแสงนีออนยามค่ำคืนในญี่ปุ่น พร้อมจอแสดงภาพที่แอบบอกเล่าวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟจากสูง หรือตู้เกมอันเป็นตัวแทนของความสนุกสนานในเมืองใหญ่ โดยภายในตู้จะมีไอเท็มไอคอนิกอย่างกระเป๋า Shopping bag ลายโมโนแกรม GG ที่ปักรูปผึ้งในตำนาน

GucciCollectors Fall Winter 2018

ห้องถัดมาจะเรียกว่าเป็นห้องของคอลเล็กชั่นสะสมที่แอบทำให้เราขนลุกกับของมากมายที่เรียงรายในตู้แบบไม่รู้จบ ทั้งผีเสื้อกว่า 1400 ตัว วิกผม 100 ชิ้น รองเท้าผ้าใบ Gucci Ace จำนวน 420 คู่ และนาฬิกา cuckoo ที่ถูกแขวนเรียงรายบนผนังกว่า 182 เรือน โดยทั้งเพดานและพื้นถูกตกแต่งด้วยกระจกเงา ทำให้ภาพี่เรามองเห็นเป็นเสมือนสิ่งของเหล่านี้ถูกวงต่อไปโดยไม่มีวันจบสิ้น เปรียบเสมือนความคลั่งไคล้ที่ถูกส่งต่อเป็นมรดกตกทอดแบบไม่รู้จบ

Urban Romanticism Fall-Winter 2015

ห้องต่อไปเป็นการพาเราเดินทางร่วมไปกับ Michele ด้วยรถไฟกับหุ่นซึ่งเหมือนคนจริงจนน่าตกใจ ที่ถูกสร้างขึ้นจากการแสกน 3 มิติของคนจริง และผลิตจากพลาสติกชีวภาพ ดินน้ำมัน เรซิน ซิลิโคนในส่วนต่างๆ เพื่อให้สมจริงมากที่สุด เพื่อเป็นตัวแทนของเรื่องราว”ระหว่างทาง” มากกว่าการกล่าวถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งระหว่างการเดินทางไม่รู้จบครั้งนี้ภาพแคมเปญที่ถ่ายโดยผู้กำกับและช่างภาพคนสนิทอย่าง Glen Luchford ได้ถูกฉายในรถไฟตลอดการเดินทางร่วมด้วย และนอกจากนั้นหน้าต่างของรถไฟที่เคลื่อนตัวไป ยังรายล้อมไปด้วยหน้าภูมิทัศน์ของ Los Angeles รวมไปถึงแสงแดดสาดส่องของชายฝั่ง California ตอนใต้ เสมือนเป็นการชดเชยช่วงเวลาที่ถูกขโมยไประหว่างการเดินทาง

GucciGothic Cruise 2019

Gucci Cruise 2019 มีต้นกำเนิดมาจากเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลของ Genesis ก่อนที่ท้องฟ้าจะเปิดและน้ำท่วมโลกจนมวลมนุษย์เริ่มลอยไปท่ามกลางคลื่นจากหายนะ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของตำนานเรือ Noah และในห้องนี้นั้น Gucci Cruise จะหมายถึงการให้ชีวิตและความหวังกลับคืนสู่ชุมชนที่ต้องพบกับภัยภิบัติ ซึ่งภายในจะฉายภาพของผู้คนและสัตว์ที่กำลังอพยพเพื่อหนีจากหายนะ พร้อมกับเสียงทุ่งหญ้าทีพริ้วไหวจากสายลม

GucciBeautyNetwork

ห้องนี้เปลี่ยนรายการทีวีเดิมที่แสนเบื่อหน่าย ด้วยการแทรกแคมเปญการแต่งหน้าของ Gucci ที่ Michele เปรียบการแต่งหน้าเหมือนกับการเป็นอิสระไร้กฏเกณฑ์ ให้ทุกคนได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเอง โดยภาพยนตร์นี้ถูกถ่ายขึ้นโดย Sean Vegezzi ที่ถ่ายทอดผ่านนางแบบในสไตล์ยุค 80s ทั้งทรงผม สีปาก และท่าทางที่แสดงความมั่นใจ

GucciDansLesRues Pre Fall 2018

ที่สุดท้ายของชั้น 1 นี้เป็นการพาทุกคนย้อนไปยังปี 1968 ณ ปารีส กับการประท้วงของเหล่านักศึกษาที่ออกมาตั้งตำถามมากมายต่อผู้มีอำนาจในยุคนั้นจนถูกจดจำตลอดไปในชื่อ "French May" และยังสถานที่แห่งนี้เป็นการจำลองเหตุการณ์นั้นหลังจากผ่านมากว่า 50 ปี ทั้งเหล่าข้อความของผู้ประท้วงและจลาจลปรากฏบนกำแพงโดย Glen Luchford ซึ่งการแสดงงานชิ้นนี้เปรียบเสมือนเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความฝันด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดยั้งในมุมมองของ Alessandro Michele นั่นเอง

และนี่เป็นเพียงการพาทัวร์ Gucci Garden Archetypes หนึ่งใน exhibition ครั้งยิ่งใหญ่จาก Gucci เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะบนชั้น 2 ยังประกอบไปด้วยเหล่าห้องต่างๆ ทั้ง GucciPrêtÀPorter Fall Winter 2019, GucciHallucination Spring Summer 2018, OfCourseAHorse Spring Summer 2020, Soul Scene Pre-Fall 2017, GucciAndBeyond Fall Winter 2017 - #InBloom, ComeAsYouAre_RSVP Cruise 2020 และ Rebellious Romantics Spring Summer 2016 ที่รอทุกคนไปเบี่ยมชมและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ กันด้วยตัวเองได้ที่เว็บไซต์ Gucci  

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH