IN THE MAG

'เอก-โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ' ผู้พลิกวิกฤตโควิดกวาดรายได้ให้ Ake Ake อย่างต่อเนื่อง

แบรนด์สินค้าลักชัวรี่ที่อยู่รอดท่ามกลางยุคโควิดและไม่มีการปลดพนักงานออกแม้แต่น้อย

16 AUG 2021

เอก-โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และผู้ก่อตั้ง Ake Ake

เอก-โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ - ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และผู้ก่อตั้ง Ake Ake

Photo: THREETASES DEPAYASUWAN

ELLE: เมื่อพายุลูกแรกมาถึง
CHOTANAN KITTIRAWEECHOT: ยอดขายของแบรนด์ประมาณ 30% มาจากลูกค้าชาวจีน และช่วงแรกของวิกฤตนั้นตรงกับช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โดยปกติแล้วเราจะขายดีมาก ก่อนหน้านี้ทางทีมงานได้วางแผนการตลาดกันไว้มากพอสมควรเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลูกค้าจีนที่เห็น Ake Ake จากซีรี่ส์วาย เวลาเขาซื้อทีก็จะซื้อจำนวนเยอะ ซื้อใส่กันเป็นแก๊ง ผลกระทบที่ได้รับจากกลุ่มลูกค้าจีนที่หายไปถือว่าอยู่ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ถือว่าเยอะมาก เหมือนเป็นคำเตือนแรกจากยอดขายจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ถ้านับรวมที่หายไปบวกกับค่าการตลาด ยอดที่หายไปก็ราวๆ 50% เลยครับ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องได้รับผลกระทบเพราะได้ลงทุนในแคมเปญต่างๆไปหมดแล้ว

ELLE: ผลกระทบที่ได้รับหลังจากนั้น
C.K.: ทั้งหมดที่เกริ่นตอนต้นยังไม่ได้เข้าช่วงของเฟสแรกเลยครับ เป็นเพียงผลกระทบที่เกิดจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ แต่กลุ่มลูกค้าคนไทยยังใช้จ่ายกันปกติ ยอดขายยังโอเคอยู่ ต้องบอกว่าแบรนด์ Ake Ake โตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเมื่อเดือนธันวาคม  2019 ช่วงที่ยอดดีมากๆเรายังมีแคมเปญแจกของทั้ง iPhone หรือตั๋วไป-กลับประเทศญี่ปุ่น และอีกมากมาย ทำให้ยอดขายยังทรงตัวอยู่ จุดเปลี่ยนอยู่ที่การถูกสั่งให้ปิดร้าน นั่นละที่ทำให้ยอดขายตกฮวบ เราจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการเอาสินค้าใส่รถตู้ไปให้ลูกค้าได้ลองถึงหน้าบ้าน แค่โทร. นัดจองคิวแต่ที่ไม่ต้องซื้อก็ได้ ซึ่งมันให้ผลดีทีเดียว บางวันได้ยอดขาย 6 หลัก

แต่ว่ามันก็ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว แม้ว่าจะมีช่องทางการสื่อสารและขายออนไลน์ แต่เราเน้นสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าอยากสัมผัสบรรยากาศและการบริการที่ร้าน ช่วงโควิด-19 เราจึงเริ่มหันมาสนใจช่องทางอื่นๆ อย่าง Lazada หรือ Shopee ที่เมื่อก่อนเราคงไม่มีทางเห็นชูเปอร์แบรนด์โยกขายในช่องทางนี้ แต่โควิด-19 ผลักดันให้มองว่ามันเป็นช่องทางจำหน่ายที่น่าสนใจ เพราะสิ่งที่ลูกค้าได้รับแทบจะไม่ต่างกับการไปซื้อหน้าร้าน ไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการหลังการขาย เราจึงเริ่มลงทุนในช่องทางนี้มากขึ้น และเห็นว่ามีการเติบโตอย่างชัดเจน

ELLE: ลงทุนเพิ่มเติมอย่างไรกับการเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์
C.K.: อย่างแรกเราต้องหาคนมาดูแลอย่างเต็มตัวเพื่อซัพพอร์ตลูกค้าตลอดเวลา ในเรื่องของสต๊อกเราลงทุนในด้านซอฟต์แวร์ จัดการบริหารคลังสินค้าทั้งหน้าร้าน, akeakethailand.com, Lazada, Shopee หรือ Line OA เราพยายามคงสิทธิพิเศษของลูกค้าให้ไม่ต่างจากการซื้อผ่านหน้าร้าน การให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนสินค้าฟรีตลอดไม่กำหนดจำนวนครั้ง (ตามระยะเวลา) เพื่อลดความยุ่งยากของลูกค้าให้เหลือน้อยที่สุด และการตอบคำถามอย่างรวดเร็วไม่ทิ้งให้ลูกค้าต้องรอนาน

ELLE: แต่ละเฟสของวิกฤตการณ์แตกต่างกันมากน้อยเพียงไร
C.K.: ในช่วงแรกๆคนมีความกังวล ไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าใช้เงิน สินค้าลักชัวรี่และแฟชั่นจึงเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบทันที หลังจากยอดผู้ติดเชื้อเป็น 0 ยอดขายกลับมาเท่ากับเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว (ไม่นับรวมกลุ่มนักท่องเที่ยว) แบรนด์ทำงานหนักมากเพื่อรักษาฐานลูกค้าในประเทศ เราลุยช่องทางออนไลน์เต็มตัว ทำให้ยอดขายช่องทางนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนถึงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เป็นช่วงแย่ที่สุด (ไม่นับตอนปิดห้าง) เพราะคนเริ่มกลับมากังวลอีกครั้ง

ELLE: จัดการกับปัญหาหลังบ้านอย่างไรบ้าง
C.K.: ภาระหลักคือค่าเช่า แต่ห้างก็ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อย่างช่วงล็อกดาวน์ครั้งแรกห้างก็ไม่มีการเก็บค่าเช่า (Siam Center) แต่หลังจากกลับมาเปิดก็ยังคงจ่ายเต็มจำนวนจนถึงตอนนี้ และอีกเรื่องคือพนักงาน ตั้งแต่มีวิกฤตแบรนด์ไม่ได้เอาใครออกเลยแม้แต่คนเดียว หลังการเปิดร้านก็จ่ายค่าแรงพนักงานเต็มจำนวนมาโดยตลอด เราเข้าใจว่าพนักงานทุกคนก็ลำบากเหมือนกัน 

แต่เราเลือกใช้วิธีลดการผลิตสินค้าที่มีความยุ่งยากเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ลดสต๊อกการผลิตให้ใกล้เคียงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งหนึ่งในข้อดีของเราคือมีโรงงานเป็นของตัวเอง จึงไม่ต้องมีจำนวนการผลิตขั้นต่ำ ทำให้สินค้าในสต๊อกลดลงไปครึ่งหนึ่งและต้นทุนก็ลดลงไปด้วย เราลดต้นทุนการตลาดเพราะคิดว่าลูกค้าคงจะยังไม่รู้สึกตื่นเต้นกับอะไรตอนนี้ และในช่วงปีสองปีนี้คงงดเรื่องการขยายสาขาออกไปก่อน เพราะต้องทำช่องทางปัจจุบันให้ดีที่สุด

ELLE: ในฐานะผู้ประกอบการอยากให้ภาครัฐสนันสนุนอย่างไร
CK: จนถึงทุกวันนี้ผู้ประกอบการทุกคนที่รู้จักยังไม่มีใครได้รับการชดเชยจากภาครัฐอย่างที่ควรจะเป็น การทำงานของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพในประเทศที่พัฒนาแล้วเขาจะไม่ทอดทิ้งให้ผู้ประกอบการต้องเอาตัวรอดเพียงลำพัง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเอาตัวรอดได้ Ake Ake อาจจะอยู่ในกลุ่มผู้โชคดีที่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะสินค้าเราไม่เน่าเสีย ควบคุมการผลิตได้ หรืออะไรก็ตาม ในวันที่ปิดห้างภาครัฐไม่ได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานเลยทั้งๆที่ทุกคนอยู่ในระบบประกันสังคม หรือในส่วนของบริษัทเองก็ไม่ได้รับการชดเชยเช่นกัน ทั้งๆที่เราเป็นแบรนด์สัญชาติไทยที่พยายามสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และเราทุกคนล้วนจ่ายภาษีให้กับภาครัฐกันทั้งนั้น

ELLE SPECIAL SPECIAL AUGUST ISSUE 2021
STORY: KHANAKON PHETTRAKUL, RATCHAKRIT CHALERMSAN
PHOTO: COURTESY OF THE BRANDS, THREETASES DEPAYASUWAN

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH