FASHION

การผนวกการเต้นรำและแฟชั่น เพื่อปลดปล่อยความเป็นอิสระตลอดกาลของ Gabrielle Chanel

การปลดปล่อยร่างกายของผู้หญิงให้มีอิสระด้วยแฟชั่น

27 JUL 2020
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

Gabrielle Chanel รายล้อมด้วยผู้คนมากมายที่เป็นหัวใจของแนวคิดยุค Avant-Garde ซึ่งรวมถึงศิลปินชื่อดังหลายคนในยุคของเธอ หลักการด้านศิลปะของพวกเขามีส่วนหล่อหลอมตัวเธอ อย่างการสร้างสรรค์การเต้นรำกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และ Chanel ได้สะท้อนสิ่งที่เธอต้องการและนำเสนอให้แก่ผู้หญิงผ่านทางแฟชั่นด้วยการมอบอิสระให้กับร่างกายเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ตามต้องการ รวมทั้งเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ศิลปะการเต้นรำนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของเธอเกี่ยวกับผู้หญิงและเสน่ห์ของผู้หญิง

Inside CHANEL บทใหม่นี้จะนำเสนอการมีส่วนร่วมในงานศิลปะแขนงนี้ของ Gabrielle Chanel รวมทั้งมุมมองที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวกับการเต้นรำสมัยใหม่และสไตล์ของ Chanel การเต้นรำนั้นมีส่วนคล้ายกับภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตรงที่เริ่มนำเสนอจังหวะการเคลื่อนไหวในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการแสดงออกทางศิลปะและสะท้อนถึงการแสวงหาอิสระที่ไม่อาจต้านทานไว้ได้อีกต่อไป

Gabrielle Chanel ได้เข้าเรียนเต้นรำกับ Caryathis นักเต้นรำที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น “จงเอาออก นำออกเสมอ และไม่ต้องเพิ่มเติมสิ่งใดๆ...เพราะไม่มีอะไรที่งดงามไปกว่าอิสระของร่างกาย” Gabrielle Chanel กล่าว ความอ่อนช้อยสง่างามของนักเต้นและการเต้นจะไม่ถูกจำกัดด้วยเสื้อผ้าอีกต่อไป ซึ่งตรงกับความต้องการของนักออกแบบแฟชั่นผู้นี้และแนวคิดของเธอที่ต้องการนำเสนอลุคที่ทันสมัยและปราศจากข้อจำกัดทั้งปวง Isadora Duncan ซึ่งมีแนวคิดเช่นเดียวกับนักออกแบบแฟชั่นสาวได้คาดการณ์ไว้ว่า “นักเต้นในอนาคตจะมีร่างกายและจิตวิญญาณที่สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน จนภาษาที่อยู่ใน จิตวิญญาณตามธรรมชาติสามารถสื่อออกมาผ่านการเคลื่อนไหวทางร่างกายได้”

ในปี ค.ศ. 1913 Gabrielle Chanel รู้สึกทึ่งในความงามอันลึกซึ้งของการแสดงเรื่อง Rite of Spring โดยคณะบัลเล่ต์ Ballets Russes โดยการกำกับการแสดงของ Serge Diaghilev การแสดงบัลเล่ต์ซึ่งประพันธ์ดนตรีโดย Igo Stravinsky นับเป็นการปฏิรูปบัลเล่ต์คลาสสิกแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิงและก่อให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต Chanel ได้พบกับเดียกิเลฟที่กรุงเวนิสในขณะเดินทางไปกับ Misia Sert เพื่อนรักของเธอเธอสนับสนุนอย่างเต็มที่ในวิสัยทัศน์การนำเสนองานศิลปะแบบหลายสาขาโดยรวมการเต้นราดนตรีการวาดภาพการตกแต่งฉากและเสื้อผ้ามาไว้ด้วยกัน

และนี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยาวนานจนกระทั่งเดียกิเลฟเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1929 และเป็นการริเริ่มความร่วมมือในการทางานศิลปะต่างๆ มากมายโดยเริ่มต้นจากเรื่อง Rite of Spring อันที่จริง กาเบรียล ชาเนลเป็นผู้ที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการแสดงบัลเล่ต์ที่สำคัญนี้ขึ้นอีกครั้งในปี ค.ศ. 1920 โดยเธอได้ให้การสนับสนุนการแสดงนี้อย่างเต็มที่และไม่เปิดเผยชื่อตนเอง

“ในการแสดงบัลเล่ต์ของเรา การเต้นรำเป็นเพียงองค์ประกอบเดียวในการแสดง แต่ก็ไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด... บางทีการปฏิวัติวงการบัลเล่ต์ที่เราได้ทำไปอาจส่งผลกับการเต้นรำได้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับฉากและเสื้อผ้า” นี่คือคำกล่าวของเซอร์เก้ เดียกิเลฟ ที่นำมาใช้ในการเปิดงานเปิดนิทรรศการเพื่อฉลองวาระครบรอบหนึ่งร้อยปีของคณะบัลเล่ต์ รูสส์ที่ปารีส โอเปร่าในปี ค.ศ. 2009 

ซึ่งถือเป็นการสรุปความถึงจิตวิญญาณแห่งแนวคิดที่ก้าวหน้าของชาวปารีส และยังสะท้อนความต้องการของ Gabrielle Chanel ที่จะเผยแพร่การเคลื่อนไหวและความมีชีวิตชีวาเข้าไปในลุคต่างๆ ที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับผู้หญิง ประสบการณ์ของเธอทำให้เธอได้ทางานอย่างใกล้ชิดกับบรรดาบุคคลแถวหน้าในโลกของการเต้นรำ และโดยเฉพาะกับคณะบัลเล่ต์ รูสส์เช่นเดียวกับที่เพื่อนศิลปินของเธอได้ทำ ในปี ค.ศ. 1924

Gabrielle Chanel ค็อกโตและปิกัสโซ่ร่วมกันค้นหาความเป็นไปได้ในการแสดงบัลเล่ต์เรื่อง Train Bleu ซึ่งเป็นการเสียดสียุครุ่งเรืองของทศวรรษ 1920 หรือที่เรียกกันว่า Roaring Twenties เธอออกแบบเสื้อผ้าให้นักว่ายนำ้ นักเล่นกอล์ฟ และแชมป์เทนนิสในเรื่อง ซึ่งดูแล้วราวกับจะพร้อมนำมาใช้ในการเล่นกีฬาจริงๆ เธอลองชุดให้กับนักเต้นเองโดยตรง เสื้อผ้าที่เธอออกแบบสะท้อนวิสัยทัศน์ชัดเจนที่จะปลดปล่อยแฟชั่นจากพันธนาการและสัมผัสกับชีวิตจริงมากขึ้น

วิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นนี้ยังเห็นได้ชัดจากเสื้อทูนิคผ้าไหมที่มีความยืดหยุ่นซึ่ง Gabrielle Chanel ออกแบบในปี ค.ศ. 1929 ให้กับการแสดงบัลเล่ต์เรื่อง Apollo Musagète ครั้งที่สองของเดียกิเลฟ แต่งโน้ตเพลงโดยสตราวินสกี และบทนาถ่ายทอดโดยเซอร์เก้ ลิฟาร์ หลังจากสูญเสียเพื่อนรักอย่างเดียกิเลฟในปีนั้น กาเบรียล ชาเนลก็ยังไม่เคยลืมโลกของการเต้นรำเลย ในปี ค.ศ. 1939 เธอออกแบบเสื้อผ้าให้การแสดงบัลเล่ต์เรื่อง “Bacchanale”  ของคณะ “Ballets Russes de Monte-Carlo” ส่วน Dali เป็นผู้ออกแบบฉาก CHANEL

ความงดงามและอิสระที่แสดงออกผ่านการเต้นรำได้คืบคลานเข้าไปในผลงานของ Gabrielle Chanel อย่างสม่ำเสมอด้วยการผสมผสานการเต้นรำกับแฟชั่นเข้าด้วยกันกาเบรียลชาเนลได้นำผลงานสร้างสรรค์สองรูปแบบมาผนวกรวมไว้ด้วยกันโดยนำเสนอความไม่ถาวรและไม่ยั่งยืนและการไปพ้นจากความคิดในเรื่องเสื้อผ้าแบบเก่าในขณะที่เคลื่อนไหวซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสรีระของผู้หญิงเมื่อได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระตลอดกาล

Story : CHANEL

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH