SIGNATURE

มุมมองที่ไม่เคยรู้ของ Kai ชายผู้ถูกขนานนามให้เป็นตัวอย่างความงดงามในวัยหนุ่มสาว

ความคิดสร้างสุขของ Kai ที่ส่งต่อถึงผู้คนผ่านความเป็นตัวเอง

08 MAY 2020
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

คุณทำบททดสอบนิสัยผ่านไลฟ์ในอินสตาแกรมกับคำถามที่ว่า ‘คุณกังวลว่ามนุษย์จะสูญพันธุ์หรือเปล่า’ คุณตอบว่า ‘ใช่’ ผมคิดอยู่ตลอดว่า ‘คนเราเกิดมาทำไม’ และ ‘ทำไมฉันถึงเกิดเป็นฉันไม่ใช่คนอื่น โลกที่ฉันมองต่างจากโลกที่คนอื่นมองหรือเปล่า’

ผลออกมาว่าคุณเป็น INFJ หรือผู้แนะนำ ถือว่าตรงไหม ผมลองทำอีกครั้งเพราะจำผลทดสอบก่อนหน้านี้ไม่ได้ คนในครอบครัวผมก็ลองด้วย ดูจากผลของแม่ผมแล้วบททดสอบนี้เชื่อถือได้นะ (หัวเราะ) แม่ของผมเป็นคนช่างฝัน ก่อนผมเดบิวต์ท่านเคยบอกว่า “ลูกชอบแต่งตัว ลูกต้องได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นแน่ๆ” พอผมเป็นแอมแบสซาเดอร์ของ Gucci ท่านดีใจมาก

ในอินสตาแกรมของคุณเต็มไปด้วย ‘EXO’ ‘ครอบครัว’ และ ‘Gucci’ ผมเปิดแอ็กเคานต์เมื่อปี 2018 เหตุก็มาจาก Gucci Cruise Show ที่ถ่ายกับแอลเพิ่งรู้สึกว่ามันจำเป็นก็ตอนที่เซเลบริตี้คนอื่นที่พบกันในโชว์ถามแอ็กเคานต์ผมนั่นแหละครับ

แคมเปญ Global Eyewear ที่คุณไปถ่ายทำที่ร้าน Amoeba Music ที่แอล.เอ. นี่คงเป็นประสบการณ์สำหรับคุณแน่ๆ? ใช่ครับยิ่งได้ยินมาว่าอีกไม่นานจะไม่มีร้านนี้แล้วผมยิ่งดีใจที่ได้ไปเยือนได้เก็บความทรงจำไว้ในภาพและวิดีโอด้วย

รู้หรือไม่ว่ามีคนมากมายชื่นชอบสไตล์ของคุณที่ไม่กลัวที่จะลองสไตล์ใหม่ๆ ผมคิดว่าอะไรที่เท่ๆ สวยๆ ผมคงได้ถ่ายบ่อยๆอยู่แล้ว การได้โชว์ลุคที่ตรงกับคอนเซ็ปต์เป็นเรื่องที่ยากและสนุกกว่า ผมเอาเรื่องคอนเซ็ปต์มาเป็นข้ออ้าง เลยได้ลองสไตล์ที่คงไม่กล้าแต่งในชีวิตจริง อย่างทรงผมเร็กเก้ที่เคยลองทำตอนสมัย ‘Wolf’ และครอปแจ็กเกตที่ใส่ตอนโปรโมตเพลง ‘Obsession’ แต่ผมว่าลองสัก 2 สัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว

เราคงจะข้ามเรื่องการโปรโมตโปรเจ็กต์พิเศษอย่าง SuperM ไปไม่ได้ เทียบกับตอนทัวร์คอนเสิร์ต EXO ที่อเมริกา ผมรู้สึกว่าเส้นแบ่งทางวัฒนธรรมเลือนรางลงไปมาก ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดกับ K-Pop เท่านั้นนะ ยังมีความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Parasite หรือการที่ผมได้เป็นโกลบอลแอมแบสซาเดอร์ของ Gucci Eyewear ก็แสดงให้เห็นว่าผู้คนหันมามองเสน่ห์ในตัวบุคคลโดยมองข้ามเชื้อชาติไปแล้วผมมองว่าพวกเราต่างฝ่ายต่างส่งและรับอิทธิพลซึ่งกันและกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวัฒนธรรมและศิลปะครับ

คุณมีชื่อเสียงเพราะการแสดงและการเต้น คุณรู้สึกกดดันมากกว่าคนอื่นหรือไม่เมื่ออยู่บนเวที? ผมไม่ค่อยกังวลหรือหงุดหงิดเพราะเรื่องอื่นนะครับ แต่ก่อนขึ้นแสดงบนเวทีผมจะเครียด ผมต้องเต้นเพื่ออัด Pre-Recorded ล่วงหน้าตั้งแต่ 6 โมงเช้าในสภาพยังลืมตาแทบไม่ขึ้น พอผมแสดงศักยภาพออกมาได้แค่ 20% ผมก็เป็นทุกข์อีกในฐานะผู้ออกแบบท่าเต้นและผู้แสดงผมรู้สึกว่ามันไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ต้องยอมรับมัน

สาเหตุที่ทำให้คุณยังทำต่อไปได้แม้ทุกข์ใจคืออะไร? ความรู้สึกประสบความสำเร็จเมื่อทำได้และความรู้สึกโล่งใจว่าทำเสร็จสิ้นแล้วครับ
การเต้นก็ยังเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณเหมือนเดิมใช่ไหม? ผมเต้นมาเกิน 20 ปีแล้วหยุดเต้นไม่ได้แล้วครับ
แฟนคลับมักชมว่าไค ‘น่ารัก’ คุณคิดว่าตัวเองน่ารักตรงไหน? ไม่มีครับ! ต่อให้ผมเคยคิดว่าตัวเองน่ารัก ผมก็ไม่บอกคุณหรอก (หัวเราะ)
ผู้คนต่างขนานนามว่าคุณเป็นตัวอย่างของความงดงามในวัยหนุ่มสาว มันทำให้คุณรู้สึกว่าโอเวอร์ไปบ้างไหม? แต่ละคนก็มองผมแล้วคิดต่างกันไปผมเลยไม่รู้สึกกดดันหรือมองว่ามันโอเวอร์ครับตรงกันข้ามผมกลับรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำแต่ผมไม่ได้เอาคำเหล่านั้นมายึดติดกับชีวิต

ถ้าอย่างนั้นอะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่างดงามสิ่งที่ผมรู้สึกว่างดงาม? อย่างแท้จริงคือช่วงเวลาเมื่อได้คิดทบทวนถึงความทรงจำเก่าๆ หรือช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่สำคัญอะไรบางครั้งผมรู้สึกว่ามันสวยงามและมีค่ายิ่งกว่าความสุขที่เคยรู้สึกในอดีตเสียอีก
คุณปู่ตั้งชื่อให้คุณจากคำว่า ‘จง ที่แปลว่า ระฆัง’ และ ‘อิน ที่แปลว่า เมตตา’ คุณเคยนำความหมายของชื่อมาใช้ในชีวิตบ้างไหม? อืม...ก่อนอื่นผมไม่ใช่คนตื่นเช้าครับ (หัวเราะ) แต่การตีระฆังในตอนรุ่งสางหมายถึงการช่วยเหลือผู้อื่นผมเองก็อยากเป็นคนที่ทำสิ่งดีๆแบบนั้นในตอนนี้ผมอาจทำแบบนั้นอยู่บ้างก็ได้

การถ่ายทำวันนี้โฟกัสที่ใบหน้า แล้วส่วนไหนของตัวเองที่คุณชอบ? ผมคิดว่าตัวเองมีเสน่ห์เฉพาะตัว แม้แต่ส่วนที่ไม่ค่อยจะดูดีอย่างใบหูเล็กๆ หรือจมูกมนๆเหมือนจมูกหมีผมก็ยังชอบ แต่ถ้าให้เลือกส่วนที่ชอบที่สุด ช่วงนี้ผมชอบคางกับคิ้ว ผมว่ามันมีส่วนในการกำหนดลุคของผมถึง 80% เลยละ
สำหรับไคแล้วครอบครัวมีความหมายอย่างไร? ครอบครัวก็คือครอบครัวจริงๆครับ แม้จะไม่มีใครเข้าข้างเราแต่ก็ยังมีครอบครัวที่ยอมรับในตัวเรา ผมเติบโตมาอย่างมีความสุขแบบ 3 คนพี่น้องเรียกว่าคนในครอบครัวเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตของผมก็ได้ครับ

คุณผ่านเรื่องราวมามากมายกว่าจะถึงวันนี้ คุณคิดว่าคนเราจำเป็นต้องเจ็บปวดเพื่อเติบโตไหม? ส่วนตัวผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องทุกข์ทรมานเพื่อให้ตัวเองได้เปลี่ยนแปลงแต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่ใครๆก็ต้องเจอผมว่าเราควรมองมันในแง่บวกนึกถึงสิ่งที่สำคัญกับเราแล้วผ่านพ้นมันไปให้ได้แต่ที่สำคัญที่สุดคือแม้จะลำบากก็ห้ามหลงลืมตัวตนเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกคือตัวเรา
คุณยังมีสิ่งที่คาดหวังกับตัวเองในอนาคต หรือมีเป้าหมายที่อยากไปให้ไกลขึ้นบ้างหรือเปล่า? ตอนนี้ผมไม่คาดหวังอะไรในฐานะ ‘ไค’ เลย ถึงไม่ได้คิดว่าจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้คือสถานีปลายทาง แต่ถ้ามันจะเป็นแบบนั้นผมก็ไม่เป็นไร ต่อให้ตอนที่ผมเดบิวต์คือ ‘จุดจบ’ ผมก็คงพอใจกับชีวิตแล้วและไม่ว่าจะทำอะไรในอนาคตผมก็คงพอใจในตัวเองที่ผมพูดได้อย่างมั่นใจแบบนี้เพราะผมรู้แล้วว่าเราจะไม่มีความสุขเวลายึดติดกับความคิดว่าต้องทำบางอย่างให้สำเร็จ เหมือนพอถึงจุดหนึ่งผมก็เข้าใจวิธีที่จะทำให้ผมสนุกและรักงานน่ะครับ
คุณอยากเป็นคนแบบไหนสำหรับคนที่ใกล้ชิดและสำคัญกับคุณ? ผมมีสิ่งที่อยากได้จากพวกเขานั่นคือไม่ว่าผมจะตัดสินใจอย่างไร ผมก็อยากให้พวกเขาเคียงข้างผมเสมอ เพราะผมก็จะทำแบบนั้นกับพวกเขาเหมือนกันครับ

HAIR STYLIST: PARK NAE JOO @BIT&BOOT
MAKE-UP ARTIST: HYUN YUN SU
ASSISTANT: YU JI EUN
ART DESIGNER: BYUN EUN JI/GUCCI(1577-1921)

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH