SIGNATURE

ความสุขอันสมบูรณ์แบบของ เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ในวันที่เธอกำลังจะเป็นแม่คน

เผยเส้นทางชีวิตที่เธอวางแผนไว้เพื่อลูก

09 AUG 2019

ถ้าคิดว่ารู้จักเธอแล้วเพราะเห็นกันมากว่า 20 ปี ขอบอกว่านั่นแค่บทแรกที่น้ำตาและดราม่าออกจะเยอะสักหน่อย ต่อแต่นี้คือบทที่ 2 ของเจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ในวันที่สุขจากข้างในและใกล้จะเป็นแม่คน “ไม่อยากให้ลูกรู้ว่าแม่เป็นดารา” เธอบอก “ไม่อยากให้เขาโดนสปอยล์ว่าเป็น ‘ลูกเจนี่’”

คนดูเห็นเธอจบการศึกษา ยินดีด้วยในวันรับปริญญา เห็นเธอมีความรัก เห็นใจเธอที่อกหัก ช่วยกันส่งตัวเธอเข้าห้องหอและเตรียมตัวช่วยเธอเลี้ยงลูกคนแรก ถ้อยคำสัมภาษณ์จึงเปลี่ยนจากคำถามไปเป็นคำทักทายสารทุกข์สุกดิบไปจนถึงลูกในท้อง ด้วยความรู้สึกเคยคุ้นเหมือนคุยกับญาติคนหนึ่งที่เห็นกันมาตั้งแต่วัยมัธยม บวกกับใบหน้าย้อนวัยของเธอก็ช่วยให้คิดอย่างนั้นได้มาก ไม่ต้องเอาหลานมาเป็นลูกแล้ว มีลูกของตัวเองเสียที เจนี่หัวเราะคิกกับคำทักนี้ “แพ้เด็กมาก ยอมทุกอย่าง เรียกว่าเป็นทาสเด็กเลยดีกว่า เป็นคนดุไม่เป็นเลยนะคะกับเด็ก เจนคงเป็นแม่สายชิลที่ตามใจลูกมากๆ” ที่ชอบอยู่กับเด็กคงเพราะโหยหาความใสไม่ประดิษฐ์ เป็นสมมติฐานจากเราที่เธอคว้าหมับยอมรับว่าจริง “ด้วยความที่อยู่ในวงการมานาน ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องประดิษฐ์ไปเสียหมด แล้วเจนไม่ได้มีชีวิตวัยรุ่นเหมือนคนอื่นรู้สึกว่าความเป็นธรรมชาติหายไปจากชีวิตเรามานาน เลยชอบอยู่กับเด็กมาก เอาหลานมาเป็นลูก ความรักของเด็กมันบริสุทธิ์ (นิ่งคิด) คืออยู่กับเขาแล้วเขาไม่ทำร้ายเราน่ะค่ะ รักก็รัก คิดยังไงก็พูดออกมาเลย เวลาอยู่กับเด็กเราเลยมีความสุขม้าก (เน้นเสียง)

“เราเป็นผู้หญิงที่ทำทุกอย่างมาเอง ทั้งความสำเร็จและอะไรต่างๆ ละครเรื่องนี้ดังคนชื่นชอบเราก็โอเค แต่มันคือความสุขที่ติดอยู่กับชื่อเสียงและมันเป็นแบบนั้นมาตลอด เราไม่เคยได้สุขจริงๆจากข้างใน แต่พอมีลูก…เขาคือความสุขสมบูรณ์ที่สุด เราไม่ต้องการอะไรอื่นอีกแล้ว นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการมาตลอดชีวิตและเป็นสิ่งเดียวที่เราไม่เคยมี” เธอหันไปคุยกับลูกในท้อง “พอจบหน้าที่ที่เรามีต่อคนอื่นหมดแล้วเขาก็มา เราไม่ต้องเสียเงินเสียทองหรือเจ็บตัวไปหาหมอเพื่อให้ได้เขามา ถ้าเขามาปีหน้าหรืออีก 2-3 ปีต่อจากนี้เราคงเหนื่อย ด้วยอายุเราและหลายๆปัจจัยคงไม่เอื้ออำนวยเท่ากับปีนี้ที่เรารู้สึกว่าร่างกายยังแข็งแรง ฟ้าเลยประทานมาให้ (ยิ้ม) เขาคือของขวัญของพ่อกับแม่จริงๆ” เราปล่อยให้เธอพรั่งพรูความรู้สึกออกมา อาจจะเพลินด้วยที่ได้ยินน้ำเสียงของเจนี่ที่มีความสุขจริงๆ…เป็นครั้งแรก เหมือนที่รูปในอินสตาแกรมของเธอมีแต่รูปแห่งความสุขนับตั้งแต่เจอความรักครั้งนี้ เจนี่พยักหน้ารับแรงๆ “เลยจุดที่ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะทำให้เจนไม่มีความสุข อะไรก็ทำร้ายความรู้สึกเราไม่ได้เลย (เน้นเสียง) ไม่ว่าจะเป็นคำนินทา คำพูดคน ไม่ใช่เพราะความแข็งแรงหรือชินชาด้วยนะ ชีวิตเราผ่านมาถึงขนาดนี้ มีครบมีพร้อมหมด จะเอาอะไรล่ะ เงินทองชื่อเสียง ยิ่งวันนี้เรามีสิ่งที่สมบูรณ์จริงๆซึ่งก็คือลูก ต้องมานั่งแคร์อยู่อีกหรือกับคำพูดคน” 

อยากจะรู้ความไม่แคร์ที่ไม่ได้มาจากความแข็งแกร่งเป็นยังไง
“ก็ไม่ต้องทำตัวสตรองไงคะ” เธอตอบง่ายๆ “เราทุกคนมีด้านอ่อนๆในตัวกันทั้งนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องดราม่าให้ใครเห็น และถึงเราจะแกร่งก็ไม่จำเป็นต้องโชว์ว่า ฉันแข็งแรง ฉันแกร่ง ฉันมาถึงวันนี้ได้ เจนว่าไม่มีใครแข็งแรงเป๊ะปังได้ตลอดเวลา ไม่มีทาง! อย่าหลอกตัวเองดีกว่าน่ะ”

มีแต่คนบอกโลกนี้อยู่ยาก ไม่อยากให้เด็กเกิดมาเจอโลกที่โหดร้าย ว่าที่คุณแม่สวนกลับทันควัน “เราอย่าโทษโลก ทำไมโลกทำร้ายฉัน เพราะโลกร้ายกับฉันก่อนฉันเลยต้องร้าย เอาจริงๆอะไรก็โหดร้ายไปหมดแหละถ้าจะคิด ไม่ว่าโลกจริงหรือโลกออนไลน์ แต่อยู่ที่สถาบันครอบครัวว่าจะเลี้ยงดูกันมายังไง เจนเคยมองโลกว่าสวยมาก่อน แล้วพอโลกไม่ได้เป็นแบบนั้นเราจะยิ่งถล่มทลาย เจนจะไม่นั่งเลี้ยงลูกในทุ่งลาเวนเดอร์หรอกนะ”

ไม่เลี้ยงลูกในทุ่งลาเวนเดอร์แล้วจะเลี้ยงที่ไหน
“ลอสแอนเจลิสค่ะ” แม่เจนตอบเร็วเหมือนคิดทบทวนเรื่องนี้มานับครั้งไม่ถ้วน “เจนไม่อยากให้รู้ว่าแม่เป็นดารา ไม่อยากให้ลูกติดกับชื่อเสียงและการโดนสปอยล์ว่าเป็น ‘ลูกเจนี่’ ที่จะได้อภิสิทธิ์โน่นนี่เพราะเขาเป็น ‘ลูกเจนี่’ ซึ่งเรารู้สึกขอบคุณ แต่เราไม่อยากให้ลูกได้ของแถมนั้น มันเร็วเกินไปสำหรับเด็กคนหนึ่งที่จะแยกแยะได้ว่าอะไรคือความล้นเกิน อะไรคือความพอดี เจนไม่รู้ว่าเราจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ถ้าลูกไม่รู้จักดูแลตัวเองจะลำบาก เจนถูกเลี้ยงมาแบบเด็กอเมริกันที่โตได้ด้วยตัวเองก็เลยจะคลอดที่นี่แต่ให้ไปอยู่ที่ลอสแอนเจลิส “เจนเกิดและอยู่ที่โน่นมาจนอายุ 12 ถึงย้ายมาอยู่เมืองไทย ทุกวันนี้ก็ยังกลับไปทุกปี มีบ้านที่นั่นและเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เกิดยังอยู่ที่โน่นกันหมด กลับไปทีไรก็รู้สึกว่าเมืองเป็นเหมือนเดิม รู้สึกเหมือนได้สูดออกซิเจน หายใจคล่อง เราได้เป็นตัวเองน่ะค่ะไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร เพื่อนก็ไม่คิดว่าเราคือเจนี่ที่เป็นดารา เขารักเราที่เป็นเราจริงๆ”

ข้อความที่เธอฝากไว้บนปกแอลเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเจนี่ที่เป็นตัวเธอเองเพียวๆก่อนจะคลอด ก่อนจะเป็นแม่ ก่อนลูกคนแรกของเธอจะโต เป็นข้อความที่ส่งมาจากข้างในเพียวๆ “บางทีเจนก็ถ่ายทอดเป็นคำพูดไม่ได้หมดว่าทำไมวันนี้เจนถึงค้นพบความสุขจริงๆได้มันคือพลังงานในตัวเราที่ถึงเวลามันก็มาของมันเองเจนอยากให้ผู้หญิงทุกคนมีพลังบวกอยากให้ทุกคนมีความสุขไม่ได้พูดเพราะอยากให้ตัวเองเป็นนางฟ้าหรือนางเอกแค่คิดว่าเวลาเรามีความสุขจริงๆเราจะรู้สึกพอกับทุกอย่างในชีวิต

Story: เมตต์ สุภศิระ

Photographer: Sarah Ford
Fashion Director: Atinan Nitisunthornkul
Make-up: Manop Uthairak
Hair: Mayu Morimoto
Photographer Assistant: Agathe Bouteiller
เครื่องประดับ: Clash de Cartier จาก Cartier

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในนิตยสารแอล ประเทศไทย ฉบับเดือนสิงหาคม 2562

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH